The Young Turks 229 วันที่แล้ว video_ai AI Generated

ซีอีโอแบงก์ใหญ่สุดอเมริกาเตือน "ฟองสบู่ AI กำลังจะแตก" คนตกงานหลักล้านอาจตามมา แล้วเราจะเป็นยังไง?

100/100
7 21m






BREAKING

เศรษฐกิจ / AI





ฟองสบู่ AI กำลังจะแตก หรือแค่กลัวกันเอง?





Jamie Dimon เตือนฟองสบู่สินทรัพย์ ขณะรายงานลับวาดภาพอเมริกาปี 2028 ว่าหน้าตาอาจแย่กว่าที่ใครกล้าพูด







ทีมข่าว เอไอไทย.com

⏱ อ่าน 5 นาที







ถ

้าใครบอกว่าตลาดหุ้นอเมริกากำลังไปได้สวย ลองถามซีอีโอ JPMorgan ดูก่อน เพราะ Jamie Dimon เพิ่งบอกนักลงทุนของตัวเองว่า "ระวังไว้ก่อนนะ" ในน้ำเสียงที่ไม่ได้ฟังดูเหมือนกำลังปลอบใจ ☕️





และราวกับว่าคำเตือนของ Dimon ยังไม่พอ รายงานจาก Citron Research ที่ตีพิมพ์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็แพร่กระจายในหมู่นักวิเคราะห์เหมือนไฟลามทุ่ง เพราะมันเขียนภาพอนาคตอเมริกาปี 2028 ไว้ในแบบที่ไม่มีใครอยากให้เป็นจริง





บริบท




ตลาดหุ้น S&P 500 มีค่า CAPE Ratio (อัตราส่วนราคาหุ้นเทียบกำไรระยะยาว) แตะ 40.1 ในเดือนมกราคม 2026 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ฟองสบู่ดอตคอมแตกปี 2000 และนับตั้งแต่ดัชนีนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1957 ตัวเลขสูงขนาดนี้เกิดขึ้นน้อยกว่า 3% ของช่วงเวลาทั้งหมด ประเด็นไม่ใช่แค่ว่าหุ้นแพง แต่คือไม่มีใครรู้จริงๆ ว่ามันแพงเกินจริงมากแค่ไหนแล้ว





สัญญาณเตือนจากคนที่รู้ดีที่สุด




Dimon ไม่ได้แค่บ่น เขาชี้ว่าราคาสินทรัพย์ที่สูงขึ้นในอเมริกาตอนนี้ถูกพยุงด้วยแรงประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็น Fed อัดสภาพคล่อง การซื้อหุ้นคืน (stock buybacks) หรือตลาดอสังหาฯ ที่แพงเพราะไม่มีบ้านให้ซื้อ ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจดีจริง





คือเอาจริง มันเหมือนบ้านที่ดูหรูจากข้างนอก แต่ฐานรากทำจากกระดาษ — และทุกคนรู้ แต่ยังไม่มีใครอยากออกจากงานปาร์ตี้ก่อน ✨





“
เมื่อ AI ดีขึ้นและถูกลง บริษัทปลดคน แล้วเอาเงินที่ประหยัดได้ไปซื้อ AI เพิ่ม แล้วก็ปลดคนอีก — วงจรนี้ไม่มีจุดหยุดตามธรรมชาติ




สถานการณ์จำลองที่ทำให้ WALL STREET สะดุ้ง




รายงาน Citron Research ตั้งสมมติฐานว่าถ้า AI พัฒนาไปตามที่ทุกคนโฆษณา ภาพที่จะเห็นในมิถุนายน 2028 คือ อัตราว่างงานแตะ 10.2% ตลาดหุ้นร่วงสะสม 38% จากจุดสูงสุด และระบบสินเชื่อเริ่มพัง





กลไกที่รายงานอธิบายไม่ซับซ้อนเลย: AI ดีขึ้น → บริษัทเลิกจ้างคน → คนว่างงานใช้เงินน้อยลง → บริษัทขายของได้น้อย → ลงทุนใน AI มากขึ้นเพื่อลดต้นทุน → AI ดีขึ้นอีก → วนซ้ำ





รายงานยังฉายภาพว่า DoorDash อาจถึงกาลอวสานเพราะ AI agents สามารถโค้ดแอปส่งอาหารคู่แข่งได้เองในชั่วข้ามคืน แล้วพา user ไปใช้แทน — ซีอีโอ DoorDash รีบออกมาบอกว่า "กำลังจัดการอยู่" ซึ่งฟังดู reassuring น้อยกว่าที่ตั้งใจจะพูดมาก 💅







ทุกหุ้นที่ถูกระบุชื่อในรายงาน Citron ร่วงพร้อมกันในช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่รายงานถูกเผยแพร่ — ตลาดอ่านแล้วก็กลัว แม้จะเป็นแค่ "สถานการณ์สมมติ"







ฟองสบู่ AI กับโครงสร้างหนี้ที่ไม่มีใครอยากมอง




Andrew Ross Sorkin นักข่าวการเงินที่เพิ่งเขียนหนังสือเกี่ยวกับวิกฤต 1929 บอกว่าเขา "มั่นใจว่าจะเกิด correction สักรูปแบบ" แต่ปัญหาคือไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไหร่ เหมือน Charles Merrill ที่เตือนคนให้ขายหุ้นตั้งแต่ 1928 ซึ่งถูกต้อง — แต่ก็ถูกต้องเร็วเกินไปหนึ่งปีครึ่ง ช่วงที่หุ้นยังขึ้นอีก 90% ก่อนจะพังครืน





จุดที่ Sorkin เป็นห่วงจริงๆ คือโครงสร้าง leverage ในกลุ่ม AI ยกตัวอย่างที่ตัวมัมมาก: OpenAI ทำสัญญาซื้อชิป Nvidia 1 แสนล้านดอลลาร์ ทั้งที่ไม่มีเงินขนาดนั้น แล้ว Nvidia ก็กลายมาเป็นคนให้กู้ สรุปคือ Nvidia ให้เงิน OpenAI เพื่อให้ OpenAI จ่ายกลับมาให้ Nvidia — วงเงินหมุนเวียนในระบบ ไม่ได้สร้างมูลค่าจริง





ถ้าฟองสบู่แตกในภาวะที่ทุกคน overleveraged ปัญหาไม่ใช่แค่หุ้นร่วง 20-30% แต่คือคนที่กู้มาลงทุนจะติดลบหนักกว่านั้นหลายเท่า และอาจพาระบบทั้งระบบลงไปด้วย 🎧





มุมที่ต้นฉบับไม่ได้พูดถึง




สิ่งที่น่าสังเกตคือรายงานของ Citron ไม่ได้บอกว่า AI จะ "ล้มเหลว" แต่บอกว่า AI จะ "สำเร็จ" และนั่นแหละคือปัญหา เพราะถ้า AI ดีอย่างที่โฆษณา ผลกระทบต่อตลาดแรงงานจะเร็วกว่าที่ระบบสวัสดิการสังคมจะรับมือได้ ในบริบทไทย สัญญาณเดียวกันนี้กำลังค่อยๆ ปรากฏในอุตสาหกรรมบริการและ back-office ซึ่งเป็นฐานการจ้างงานก้อนใหญ่ ตลาดหุ้นอเมริกาอาจอยู่ไกล แต่ถ้าเงินทุนโลกปรับตัว คลื่นกระทบจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด





💡


บางทีความน่ากลัวที่สุดของฟองสบู่ไม่ใช่ตอนที่มันแตก แต่คือตอนที่ทุกคนรู้ว่ามันเป็นฟองสบู่ แล้วก็ยังเลือกที่จะเป่าต่อ





#ฟองสบู่AI

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่พูดถึง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 0

กำลังโหลดความคิดเห็น...