เจาะประเด็น
Semiconductors / Geopolitics
จีนกวาดเครื่อง ASML ไปตุนจนพอใช้ 3 ปี เกมนี้เขาเล่นยาว ไม่ได้มาเต๊ะเอาเฉยๆ
CXMT และ YMTC ตุนเครื่อง DUV ล่วงหน้าเป็นกองทัพเรือ เพื่อรับมือมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ที่กำลังจะมาถึง—แต่คำถามคือ มันจะพอจริงหรือ?
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าอเมริกาคิดว่าการแบนจะหยุดยั้งจีนได้ ข่าวนี้คือคำตอบว่า "คิดผิด" — เพราะอีกฝ่ายวางแผนกินข้าวล่วงหน้าเป็นปีๆ ไม่ได้นั่งรอให้ใครมาสั่ง
เราคุยกันเรื่องชิปอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ใช่เรื่อง AI ชิปโกงเกม หรือหุ้นพุ่ง—แต่เป็นเรื่องของ "การสะสมอาวุธ" ในรูปแบบที่คนทั่วไปอาจไม่ทันสังเกต ตามรายงานของ Financial Times ที่ TechPowerUp นำมาขยายความต่อ บริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำและที่เก็บข้อมูลรายใหญ่ของจีนอย่าง CXMT และ YMTC ได้ทำการกักตุนเครื่องลิโธกราฟีประเภท DUV จาก ASML ไว้ในปริมาณที่มากพอจะหนุนแผนการขยายกำลังการผลิตไปอีกสามปีข้างหน้า แม้จะถูกตัดขาดจากซัพพลายเชนทั้งหมดก็ตาม
ฟังดูผิวเผินอาจเหมือนแค่ข่าว "ตุนของ" ทั่วๆ ไป แต่ถ้าลองแกะให้ลึกจะเห็นว่า นี่คือหมากบนกระดานภูมิรัฐศาสตร์เทคโนโลยีที่ทั้งสองฝั่งเตรียมการกันมานานแล้ว และฝั่งจีนไม่ได้เป็นฝ่ายตั้งรับอย่างที่หลายคนคิด
เรื่องมันเริ่มจากแรงกดดันของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พยายามผลักดันให้เนเธอร์แลนด์—บ้านเกิดของ ASML—ยุติการส่งออกเครื่องมือผลิตชิปไปยังจีนให้สิ้นซาก แม้แต่เครื่อง DUV รุ่นเก่าที่ก่อนหน้านี้ถือว่า "ไม่แรงพอจะสร้างปัญหา" ก็ยังถูกเล็งเป้า เพราะความจริงคือเครื่องรุ่นเก่านี่แหละที่จีนใช้ผลิตชิปขั้นสูงที่ไม่ทันสมัยที่สุด แต่ยังทำกำไรได้มหาศาล โดยเฉพาะในตลาดหน่วยความจำและชิปสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป
ประเด็นสำคัญคือ สหรัฐฯ กำลังผลักดันกฎหมายใหม่แบบ bipartisan ที่เรียกว่า MATCH Act (ย่อมาจาก Multilateral Alignment of Technology Controls on Hardware) ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญคือการบังคับให้ประเทศพันธมิตรต้องทำตามมาตรการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีของอเมริกา แม้แต่กับเครื่อง DUV รุ่นเก่าที่เคยถูกมองว่า "ส่งออกได้" ก็จะถูกแบนทั้งหมด
ฟังดูเหมือนข่าวการเมืองซับซ้อนใช่ไหม? แต่ผลกระทบมันตรงไปตรงมามาก—ถ้ากฎหมายนี้ผ่านจริง ASML จะสูญเสียรายได้เกือบหนึ่งในห้าของที่คาดการณ์ไว้ทั้งปีในทันที เพราะจีนคือตลาดใหญ่ที่กินสัดส่วนรายได้ของบริษัทไม่น้อย และการตัดความสัมพันธ์ทางการค้าแบบเหวี่ยงแหแบบนี้จะไม่ใช่แค่ "ลดลง" แต่คือ "หายไปในพริบตา"
สิ่งที่ข่าวนี้ไม่ได้พูดตรงๆ แต่ผมอยากชี้ให้เห็นคือ "จังหวะเวลา" ของการรั่วไหลของข้อมูลครั้งนี้ มันไม่น่าใช่เรื่องบังเอิญที่ข่าวการกักตุนเครื่องมือของจีนเพิ่งจะหลุดออกมาในช่วงที่อเมริกากำลังผลักดันกฎหมาย MATCH Act อย่างหนัก—นี่คือการส่งสัญญาณจากฝั่งจีนว่ามาตรการคว่ำบาตรใดๆ จะไม่ได้ผลอย่างที่อเมริกาคาดหวัง เพราะอีกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมือมานานแล้ว หรืออีกนัยหนึ่ง มันคือการบอกว่า "พวกแกจะแบนอะไรก็แบน ฉันมีของสำรองพอใช้ไปจนกว่าพวกแกจะเหนื่อยเอง"
นอกจากนี้ การที่จีนเลือกตุนเครื่อง DUV แทนที่จะไปไขว่คว้า EUV (เครื่องรุ่นใหม่ที่ใช้ผลิตชิปขั้นสูงสุด) ก็สะท้อนกลยุทธ์ที่ชัดเจน—จีนไม่ได้พยายามจะไล่ตามเทคโนโลยีล้ำยุคในตอนนี้ แต่กำลังสร้างฐานการผลิตชิปรุ่นกลาง-ล่างให้แข็งแกร่งพอที่จะรองรับความต้องการภายในประเทศมหาศาลของตัวเอง ซึ่งถ้าทำสำเร็จ มันจะลดแรงกดดันจากการพึ่งพาชิปนำเข้าได้อย่างมีนัยสำคัญ และนั่นคือสิ่งที่อเมริกากลัวที่สุด—ไม่ใช่การที่จีนจะผลิตชิป 2nm ได้ แต่คือการที่จีนจะผลิตชิป 28nm ได้ในปริมาณมหาศาลจนทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกต้องพึ่งพาจีนมากขึ้นไปอีก
การตุนเครื่องมือล่วงหน้าสามปีไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันคือการลงทุนระดับพันล้านดอลลาร์ที่ต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้าอย่างละเอียด และการที่ CXMT กับ YMTC ทำได้สำเร็จ แปลว่าฝั่งจีนรู้มาตลอดว่ามาตรการคว่ำบาตรจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และพวกเขาเลือกที่จะ "เล่นเกมยาว" แทนที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ส่วนฝั่ง ASML นี่คือบททดสอบครั้งใหญ่ของบริษัทที่ผูกขาดตลาดเครื่องลิโธกราฟีโลก—การเสียตลาดจีนไปเกือบทั้งหมดจะกระทบรายได้อย่างรุนแรง แต่ในทางกลับกัน หากบริษัทสามารถยืนหยัดผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยไม่ล้ม มันจะยิ่งตอกย้ำว่าตำแหน่งผูกขาดของ ASML แข็งแกร่งแค่ไหน เพราะต่อให้รัฐบาลไหนจะแบน ก็ยังมีประเทศอื่นที่ต้องซื้อเครื่องของพวกเขาอยู่ดี
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับเรา?
เพราะสงครามชิปไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทสองสามแห่ง—มันคือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งโลก ถ้าจีนผลิตหน่วยความจำได้เองโดยไม่พึ่งพาต่างชาติ ราคาชิปในตลาดโลกจะเปลี่ยนไป และเทคโนโลยีที่เราราคาถูกใช้อาจแพงขึ้นหรือขาดตลาดได้
ความหมายต่อ ASML
รายได้เกือบ 20% อาจหายไปในชั่วข้ามคืน ถ้ากฎหมาย MATCH Act ผ่าน—คำถามคือบริษัทจะรับมือกับแรงกดดันทางการเมืองที่กำลังรุมเร้าจากทั้งสองฝั่งได้แค่ไหน
เกมของจีน
การตุนเครื่องมือล่วงหน้า 3 ปี ไม่ใช่การตั้งรับ แต่คือการประกาศว่าพวกเขาจะไปต่อแม้ไม่มีใครขายของให้—นี่คือการเล่นเกมที่ยาวกว่าที่ตะวันตกคาดคิด
การที่จีนตุนเครื่อง DUV ไว้ 3 ปี ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะชนะสงครามชิป—แต่มันแปลว่าพวกเขาไม่ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม และถ้าอเมริกายังคิดว่าแค่ "แบน" แล้วจบ มันคือการประเมินศัตรูต่ำเกินไปอย่างอันตราย
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...