The Verge 36 วันที่แล้ว general AI Generated

GM updates its trucks’ native software to coexist with CarPlay

รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
17 11m



เจาะประเด็น
AUTO / SOFTWARE


GM ถอยแล้ว! อัปเดตซอฟต์แวร์กระบะให้อยู่ร่วมกับ CarPlay อย่างเป็นทางการ



จากที่เคยประกาศตัด CarPlay ทิ้ง มาวันนี้ GM กลับมาทำให้มันดูดีขึ้นบนจอรถตัวเอง




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที



บางทีการยอมรับว่าตัวเองคิดผิด ก็ฉลาดกว่าการดันทุรังให้ลูกค้าต้องทนใช้ของที่ตัวเองไม่ชอบ




เเรื่องนี้ต้องย้อนความกันหน่อย เพราะก่อนหน้านี้ General Motors เคยออกมาเป่าประกาศ loudly ว่าพวกเขาจะเลิก support Apple CarPlay กับ Android Auto ในรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ โดยอ้างว่าซอฟต์แวร์ native ของตัวเองดีกว่า ปลอดภัยกว่า และให้ประสบการณ์ที่ลื่นไหลกว่า ซึ่งตอนนั้นคนก็แบ่งเป็นสองฝั่งเลย ฝั่งที่เห็นด้วยกับ GM ก็บอกว่าใช่ รถควรมีระบบของตัวเอง ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยก็บอกว่าอย่ามาบังคับกู ข้ากูอยากใช้ Google Maps ของกู



แต่ท่าใหม่ล่าสุดนี้คือสัญญาณชัดเจนว่า GM เริ่มรู้ตัวแล้วว่าโลกความจริงมันไม่ได้ง่ายแบบที่คิด อย่างน้อยก็สำหรับรถกระบะขายดีอย่าง Chevy Silverado และ GMC Sierra ที่ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ซื้อรถเพราะอยากลองระบบปฏิบัติการใหม่ของ GM พวกเขาซื้อเพราะต้องใช้งาน ต้องลากของ ต้องเข้าถึงปุ่มที่ใช้บ่อยแบบเร็วๆ ไม่ใช่ต้องมานั่งจิ้มจอหาปุ่มแอร์อยู่สามชั้นเมนู



แล้ว GM แก้อะไรบ้าง


หัวใจของการอัปเดตครั้งนี้คือการลดการ "จิ้มจอ" ลง เพราะ GM ยอมรับเองว่าการที่คนต้องละสายตาจากถนนเพื่อไปกดปุ่มในจอ มันอันตรายจริง พวกเขาจึงจัดเรียงปุ่มที่ใช้บ่อยที่สุดให้เข้าถึงง่ายขึ้น ลดจำนวนชั้นเมนูที่ต้องเจาะลงไป และทำให้หน้าจอหลักแสดงข้อมูลที่จำเป็นแบบเห็นได้ทันที ไม่ต้องคลิกเข้าไปหาอะไรลึกๆ



ที่น่าสนใจสุดคือ GM ใส่โหมด picture-in-picture ให้กับ CarPlay และ Android Auto ด้วย คือแทนที่จอจะแสดงแอปมือถือเต็มหน้าจอเหมือนเดิม ตอนนี้มันสามารถแสดงแบบหน้าต่างซ้อนได้ ช่วยให้คนขับเห็นทั้งข้อมูลจากมือถือและข้อมูลจากระบบรถไปพร้อมกัน ซึ่งถ้าใครเคยใช้ CarPlay เต็มจอแล้วอยากเช็คสถานะรถทีก็ต้องสลับออกไป อันนี้คือแก้ pain point ที่คนใช้จริงเจอกันทุกวัน



“
reduce the amount of dangerous tapping and swiping that's required to access the most-used controls


ประเด็นคือคำว่า "dangerous" ที่ GM ใช้ในแถลงการณ์นี่แหละ มันคือการยอมรับทางอ้อมว่าระบบ native ที่ตัวเองภูมิใจนักหนา มันไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายเท่าที่ควร และการที่คนต้องก้มลงไปจิ้มจอเพื่อปรับแอร์หรือเปลี่ยนเพลง มันคือความเสี่ยงจริงบนถนน ไม่ใช่แค่เรื่อง aesthetic



ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ


เพราะ GM ไม่ใช่บริษัทเล็กๆ ที่ลองอะไรแปลกใหม่แล้วถอยได้ง่ายๆ พวกเขาคือหนึ่งในสามค่ายรถยักษ์ใหญ่ของอเมริกา การที่ออกมาเปลี่ยนท่าทีแบบนี้ มันส่งสัญญาณไปทั้งอุตสาหกรรมว่า สงครามระหว่าง "ซอฟต์แวร์รถ native" กับ "phone mirroring" มันยังไม่จบ และคนที่ได้เปรียบจริงๆ คือคนที่ยอมรับว่าลูกค้าต้องการอะไร



อีกอย่างคือมันตอกย้ำว่าการที่ค่ายรถพยายามสร้าง ecosystem ปิดของตัวเอง เพื่อหวังขาย subscription หรือเก็บ data นั้น มันสวนทางกับพฤติกรรมผู้ใช้จริงมากแค่ไหน คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากได้ระบบนิเวศใหม่ พวกเขาอยากใช้สิ่งที่คุ้นเคยและเชื่อถือได้อยู่แล้ว อย่าง Google Maps หรือ Spotify บนมือถือตัวเอง



สำหรับคนไทยที่ใช้รถกระบะ GM อย่าง Chevrolet Colorado หรือ Silverado อันนี้ก็ต้องรอดูว่าการอัปเดตจะลงมาถึงรุ่นที่ขายบ้านเราด้วยหรือเปล่า เพราะปกติ GM มักอัปเดตฝั่งอเมริกาก่อนเสมอ และรุ่นที่ขายในไทยบางทีก็ได้ช้ากว่าหรือไม่ได้เลย ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็คงต้องบอกว่ากรรม



💡

บทเรียนของ GM ครั้งนี้ชัดเจน — ต่อให้คุณเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่แค่ไหน ถ้าลูกค้าบอกว่าอยากได้ CarPlay คุณก็ต้องฟัง ไม่ใช่เอาความเชื่อของฝ่าย product มาทับความต้องการของคนที่จ่ายเงินซื้อรถ



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#GM #CarPlay #AutomotiveSoftware

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 3

กำลังโหลดความคิดเห็น...