อัปเดต
Hardware / Memory
คิอ็อกเซียทุ่มสร้างโรงงาน Fab3 ตั้งเป้าป้อนชิปความจำ 3D ให้ AI รุ่นใหม่ที่หิวกระหายข้อมูลไม่หยุด
ถ้าคุณคิดว่า AI แค่แชทคุยกับเราได้ก็จบแล้ว ลองคิดใหม่ เพราะ AI รุ่นหน้าที่กำลังจะมา มันต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาลขนาดที่โรงงานปัจจุบันต้องขยายเพิ่มอีกเป็นเท่าตัว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ยุคที่ AI แค่ประมวลผลข้อความมันจบแล้ว ตอนนี้มันคือยุคที่ AI ต้อง "จำ" ทุกอย่างไว้ — และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผู้ผลิตชิปความจำถึงต้องรีบขยายโรงงานกันเป็นว่าเล่น
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัทชิปความจำสัญชาติญี่ปุ่นที่กำลังจะสร้างโรงงานใหม่อีกหนึ่งแห่ง แต่คือสัญญาณที่บอกว่าเกมการแข่งขันด้าน AI กำลังเปลี่ยนสนามรบ จากเดิมที่ใครมีชิปประมวลผลแรงกว่าชนะ ตอนนี้กลายเป็นใครมีพื้นที่เก็บข้อมูลมากพอต่างหากถึงจะรอด
คิอ็อกเซีย (Kioxia) ประกาศเริ่มงานเตรียมพื้นที่ก่อสร้างโรงงาน Fab3 ที่คิตาคามิ แพลนต์ ในจังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อไม่กี่วันก่อน โดยโรงงานใหม่นี้จะตั้งอยู่ทางใต้ของ Fab2 เดิม และตั้งเป้าเริ่มดำเนินการผลิตจริงในปีงบประมาณ 2029 หรืออีกประมาณ 4 ปีข้างหน้า
ฟังดูเหมือนแผนระยะยาวที่ไกลตัว แต่ถ้าลองไล่เรียงดูดีๆ นี่คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก เพราะวงการชิปความจำไม่ใช่ธุรกิจที่ผลิตปุ๊บขายปั๊บได้ทันที การสร้างโรงงานต้องใช้เวลาเป็นปี การทดสอบและปรับปรุงกระบวนการผลิตก็ใช้เวลาอีกนาน การเริ่มลงมือตอนนี้จึงเหมือนการวางหมากไว้ล่วงหน้าสำหรับความต้องการที่จะมาถึงในอีก 4-5 ปีข้างหน้า
บริษัทให้เหตุผลเรื่องนี้ไว้ว่า ตลาดแฟลชเมมโมรี่มีแนวโน้มจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในระยะกลางถึงยาว โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากสามคำที่คนวงการ AI กำลังพูดถึงกันหนาหู นั่นคือ agentic AI, physical AI และ on-device AI
ถ้าแปลเป็นภาษาคนง่ายๆ ก็คือ AI รุ่นใหม่ไม่ได้แค่ตอบคำถามหรือสร้างรูปภาพอีกต่อไป แต่มันจะเริ่มลงมือทำงานแทนเรา ควบคุมหุ่นยนต์ในโลกจริง และรันอยู่บนอุปกรณ์ของเราเองโดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์เสมอไป — ทั้งหมดนี้ล้วนต้องใช้พื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาลทั้งสิ้น
ต้องยอมรับว่า คิอ็อกเซียคือหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาด NAND flash โลก และการตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าเขามองภาพอนาคตออกชัดเจนมาก แต่ในทางกลับกัน มันก็เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ด้วยเงินลงทุนมหาศาล เพราะการสร้างโรงงานผลิตชิปความจำไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ทั้งต้นทุนอุปกรณ์ ค่าจ้างวิศวกร และค่าดูแลรักษาความสะอาดระดับคลีนรูมที่ต้องเสียไปก่อนจะได้ผลิตภัณฑ์ออกขายสักชิ้น
จุดที่น่าสนใจคือการที่เขาตั้งเป้าเริ่มผลิตปี 2029 นั่นหมายความว่าเทคโนโลยี BiCS FLASH รุ่นที่ใช้ในโรงงานนี้จะเป็นเจเนอเรชันที่ก้าวหน้าไปอีกไกลจากปัจจุบันมาก ไม่ใช่แค่การขยายกำลังการผลิตซ้ำๆ แต่คือการเตรียมรองรับชิปความจุสูงรุ่นใหม่ที่ยังไม่เปิดตัวด้วยซ้ำ
สำหรับคนไทยที่ไม่ได้อยู่ในวงการฮาร์ดแวร์โดยตรง ข่าวนี้อาจดูไกลตัว แต่ความจริงคือ ทุกครั้งที่เราใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปแล้วเก็บไว้บนคลาวด์ หรือใช้แอป AI ที่ประมวลผลบนตัวเครื่อง ล้วนต้องพึ่งพาชิปความจำที่บริษัทแบบนี้ผลิตขึ้นมาทั้งสิ้น ยิ่ง AI ยิ่งพัฒนา ความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลยิ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
การที่คิอ็อกเซียตัดสินใจลงทุนล่วงหน้าขนาดนี้ แปลว่าเขามองเห็นคลื่นลูกใหญ่กำลังจะมาถึง และกำลังเตรียมกระดานโต้คลื่นไว้ล่วงหน้า คำถามคือ ผู้เล่นรายอื่นจะตามทันไหม เพราะในเกมที่ต้องใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี การเริ่มช้าไปแม้แต่ปีเดียวก็อาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งตลาดไปตลอดกาล
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...