เจาะประเด็น
Semiconductors
Rapidus เปิดตัว CORE ดึงทั้งห่วงโซ่chipมารวมทีมเดียว
ความ ambush ของญี่ปุ่นไม่ใช่แค่สร้างโรงงานผลิต แต่คือการรวบทั้ง ecosystem ไว้ในมือ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ต่อให้เทคโนโลยีผลิตดีแค่ไหน ถ้าคนออกแบบไม่มาใช้งานตั้งแต่ต้น ก็จบไม่สวย
ถ้าคุณยังคิดว่าเกม semiconductor มันวัดกันที่ใครทำโรงงานผลิตได้เล็กกว่า เร็วแรงกว่า อันนี้คือสัญญาณว่าคุณกำลังดูเกมเก่าไปแล้ว ญี่ปุ่นเพิ่งประกาศอะไรที่บอกว่า "ของจริงมันไม่ใช่แค่เรื่องโรงงาน"
Rapidus Corporation ออกมาเปิดตัวสิ่งที่เรียกว่า Rapidus Collaborative Open Rapid Ecosystem หรือย่อว่า CORE — ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระดับโลกที่ตั้งใจจะดึงทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ semiconductor มาอยู่ในระบบเดียวกัน ตั้งแต่สถาบันวิจัย EDA (เครื่องมือออกแบบชิป) IP (ทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นชิ้นส่วนสำเร็จรูป) ไปจนถึงการออกแบบและการผลิต
เหตุผลที่ Rapidus อธิบายออกมาตรงๆ คือ ยุคนี้การพัฒนาชิปมันไม่ใช่แค่ "มีโรงงานผลิตทันสมัย" แล้วจบ เพราะลูกค้าที่จะมาผลิตชิปกับคุณ เขาต้องการ infrastructure ที่เชื่อถือได้ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ นั่นแปลว่าถ้าคุณไม่มี ecosystem ครบวงจร ลูกค้าก็ไม่กล้าเอาตัวเองมาแขวนกับคุณ
อีกปัญหาที่ใหญ่ไม่แพ้กันคือ "คน" — Rapidus พูดตรงๆ ว่าทั่วโลกกำลังขาดแคลนบุคลากรด้าน cutting-edge semiconductor อย่างหนัก และการจะแก้ปัญหานี้ได้ต้องสร้าง design ecosystem ที่ทำให้ลูกค้าเริ่มพัฒนาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยร่วมมือกับบริษัทด้านการออกแบบตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอจนผลิตเสร็จแล้วค่อยมาหาคนใช้
ถ้ามองในมุมของคนที่ตามวงการนี้มานาน ญี่ปุ่นเคยเป็นเบอร์หนึ่งของโลก semiconductor แล้วก็แพ้ทางให้เกาหลีใต้กับไต้หวันไปแบบหมดรูป การกลับมาครั้งนี้ของ Rapidus จึงไม่ใช่แค่ "สร้างโรงงานใหม่" แต่คือการพยายามสร้างระบบนิเวศทั้งระบบขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่ระดับสถาบันวิจัยจนถึงลูกค้าปลายทาง
สิ่งที่ CORE พยายามทำคือการเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจาก "โรงงานรับผลิต" เป็น "แพลตฟอร์มที่ทุกคนในอุตสาหกรรมต้องเข้ามาใช้" ซึ่งถ้าทำได้จริง มันจะเปลี่ยนอำนาจต่อรองของญี่ปุ่นในเวทีโลกไปเลย เพราะคุณจะไม่ใช่แค่ supplier แต่เป็นศูนย์กลางที่ทุกคนต้องพึ่ง
แต่ก็ต้องบอกตรงๆ ว่าการรวม ecosystem ให้เป็นหนึ่งเดียวมันง่ายแค่บนสไลด์นำเสนอ ของจริงมันมีเรื่องการเมืองระหว่างบริษัท ผลประโยชน์ทับซ้อน และการแย่งลูกค้ากันเองอยู่เต็มไปหมด ญี่ปุ่นจะฝ่าด่านนี้ได้หรือไม่ ต้องดูกันยาวๆ
Rapidus ไม่ได้ขายโรงงานผลิต แต่ขาย "ระบบนิเวศ" ที่ทั้งอุตสาหกรรมต้องเข้ามาเกาะ — ถ้าทำสำเร็จ ญี่ปุ่นจะกลับมาเป็นศูนย์กลาง semiconductor ของโลกอีกครั้ง แต่ถ้าล้ม ความพยายามครั้งนี้จะกลายเป็นบทเรียนราคาแพงว่าการรวม ecosystem มันยากกว่าการสร้างโรงงานมากแค่ไหน
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...