เจาะประเด็น
CHIPS / LICENSING
Qualcomm ยอมจ่าย 6.9 พันล้าน ซื้อเทคโนโลยี Huawei ทั้งที่โดนคว่ำบาตร
งานนี้ Huawei ไม่ได้เป็นแค่ผู้ถูกคว่ำบาตรอีกต่อไป แต่กลายเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่ยักษ์อเมริกันต้องยอมควักกระเป๋าซื้อ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
การคว่ำบาตรอาจทำให้ Huawei ผลักดันตัวเองไปสู่ทางออกที่คู่แข่งไม่เคยคิดจะหา
ถ้าคุณยังคิดว่า Huawei เป็นแค่บริษัทที่โดนสหรัฐฯ คว่ำบาตรจนแทบหายไปจากวงการชิป อันนี้คือสัญญาณว่าคุณต้องอัปเดตภาพในหัวใหม่แล้ว เพราะล่าสุด Qualcomm เพิ่งประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะขอไลเซนส์เทคโนโลยีจาก Huawei ยักษ์ใหญ่จีนรายนี้
ดีลนี้มีมูลค่าประเมินสูงถึง 6.9 พันล้านดอลลาร์เมื่อเสร็จสมบูรณ์ Qualcomm จะนำเทคโนโลยีหลายอย่างของ Huawei ไปผสานเข้ากับพอร์ตโฟลิโอสินค้าตัวเอง ตามเอกสารที่ออกมาเปิดเผย เทคโนโลยีที่ว่าครอบคลุมตั้งแต่ด้านคอมพิวติ้ง AI ไปจนถึงเน็ตเวิร์กกิ้ง แต่ไฮไลต์ที่ทำให้คนในวงการต้องหันมามองคือสิ่งที่ Bloomberg รายงานเพิ่ม นั่นก็คือ LogicFolding ซึ่งเป็นงานออกแบบซิลิคอนตัวใหม่ล่าสุดของ Huawei
ต้องย้อนดูบริบทก่อนว่า Huawei ถูกตัดขาดจากเครื่องจักร EUV lithography ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ชิปที่ทันสมัยที่สุดในโลก ทำให้บริษัทไม่สามารถผลิตชิปที่เล็กและประหยัดพลังงานเท่าคู่แข่งอย่าง TSMC หรือ Samsung ได้ ทางออกของ Huawei คือใช้เครื่อง DUV ที่เก่ากว่า แล้วเอา LogicFolding มาชดเชยข้อจำกัดตรงนั้น
LogicFolding ทำงานโดยการซ้อนแผ่นซิลิคอนขึ้นไปในแนวตั้งสองชั้น แทนที่จะแผ่กว้างออกไปในระนาบเดียว วิธีนี้ช่วยลดระยะห่างระหว่างองค์ประกอบการประมวลผลลงอย่างมาก เพิ่มประสิทธิภาพ และอัดทรานซิสเตอร์ได้แน่นขึ้น ผลลัพธ์ที่ Huawei อ้างคือทรานซิสเตอร์แน่นขึ้น 55% และประสิทธิภาพพลังงานดีขึ้น 41% ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ เลยสำหรับบริษัทที่ถูกบล็อกไม่ให้เข้าถึงเครื่องพิมพ์ชิประดับท็อป
ตรงนี้แหละที่หลายคนอาจยังไม่ทันคิด ฝั่ง Qualcomm เองไม่ถูกจำกัดเรื่องการเข้าถึง lithography ระดับสูงอยู่แล้ว ดังนั้นการได้ LogicFolding ไปครอบครองหมายความว่าพวกเขาสามารถซ้อนแผ่นซิลิคอน cutting-edge หลายชั้นเข้าด้วยกัน และอาจก้าวข้ามข้อจำกัดที่รู้จักกันในชื่อ Moore's Law ไปได้เลย
ถ้ามองในมุมของ Huawei ดีลนี้คือชัยชนะครั้งใหญ่แบบที่แทบไม่มีใครกล้าฝัน ทีมวิจัยและพัฒนาของพวกเขาทุ่มเวลาหลายปีเพื่อหาทางเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรและเอาชนะข้อจำกัดทางเทคโนโลยีการผลิต ตอนนี้ความพยายามนั้นไม่ใช่แค่ทำให้ตัวเองอยู่รอด แต่กลายเป็นสินทรัพย์ที่บริษัทอเมริกันยักษ์ใหญ่ยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อไปใช้
ส่วน Qualcomm ก็ได้เครื่องมือใหม่ที่อาจเปลี่ยนสมการการแข่งขันในตลาดชิปทั้งหมด การได้เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นทรานซิสเตอร์แบบก้าวกระโดดโดยไม่ต้องรอให้กระบวนการผลิตระดับถัดไปพร้อม เป็นทางลัดที่ฉลาดมากในยุคที่ Moore's Law เริ่มช้าลงเรื่อยๆ
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ ดีลนี้จะถูกมองอย่างไรในทางการเมือง Вашингтонอาจไม่ปลื้มที่บริษัทอเมริกันจ่ายเงินก้อนใหญ่ให้ Huawei แม้จะอยู่ในรูปค่าไลเซนส์เทคโนโลยีก็ตาม และคำถามใหญ่คือ 2031 ที่ Huawei อ้างว่าจะทำโหนดเทียบเท่า 1.4 นาโนเมตรได้นั้น จะกลายเป็นความจริงที่ทำให้ภูมิทัศน์อุตสาหกรรมชิปโลกพลิกอีกครั้งหรือไม่
บทเรียนของเรื่องนี้คือ การปิดกั้นอาจไม่ได้หยุดคู่แข่ง แต่บังคับให้พวกเขาคิดค้นทางออกที่คนอื่นไม่เคยหา และวันหนึ่งทางออกนั้นอาจกลายเป็นสิ่งที่คุณต้องซื้อกลับมาในราคาแพงลิ่ว
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...