เจาะประเด็น
Drones / Policy
กฎหมายโดรนสหรัฐฯ เริ่มเขมือบของเล่นชิ้นโปรด: HoverAir Versa โดนสั่งหยุดขายใน 3 วัน
แค่เปิดตัวบน Indiegogo ได้สามวันก็โดนแบนซะแล้ว นี่คือระเบิดลูกแรกของกฎหมายใหม่ที่กำลังจะกวาดล้างนวัตกรรมเล็กๆ ทั้งหมด
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
นี่คือบททดสอบจริงของคำว่า "นวัตกรรมต้องสู้กับกฎหมาย" เมื่อของเล่นกล้องตัวจิ๋วที่หลายคนรอคอย ต้องจอดป้ายก่อนจะได้บินจริงๆ
โอเค ฟังทางนี้ก่อน แฟนๆ แก็ตเจ็ตชาวอเมริกันทั้งหลาย ผมรู้ว่าพวกคุณกำลังเจ็บปวดกับข่าวนี้ และผมก็ขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆ เพราะ FCC (คณะกรรมการกำกับดูแลการสื่อสารของสหรัฐฯ) ดูเหมือนมันจะลงดาบหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วคราวนี้เหยื่อรายล่าสุดคือ HoverAir Versa เจ้ากล้องสเตดี้แคมตัวจิ๋วที่แปลงร่างเป็นโดรนได้ด้วยการประกอบปีกพลาสติกสุดล้ำ
เรื่องมันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนแทบจะเรียกว่ายังไม่ทันได้ตั้งตัว เปิดตัวบน Indiegogo ได้แค่ 3 วันเท่านั้นแหละ คำสั่งหยุดรับออเดอร์จากลูกค้าในสหรัฐฯ ก็เด้งเข้าหน้าจอทันที แถมข่าวร้ายยังไม่จบแค่นั้น เพราะอนาคตของการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าชาวอเมริกันก็กำลังสั่นคลอนสุดขีด อาจจะต้องยกเลิกการส่งไปเลยก็ได้
ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้? ก็เพราะกฎระเบียบใหม่ของ FCC ที่เริ่มเข้มงวดกับอุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบจากบริษัทจีนบางราย ซึ่ง HoverAir เองก็เป็นหนึ่งในนั้น กฎหมายนี้ไม่ได้แค่กีดกันสินค้าราคาถูก แต่กำลังเล่นงานนวัตกรรมที่ "หน้าตาไม่เหมือนโดรน" ด้วย เพราะมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นโดรนล้วนๆ แต่เป็นกล้องที่มีปีกเสริม ซึ่งในสายตากฎหมายแล้ว มันคือโดรน และโดรนที่มาจากจีน = ต้องตรวจสอบหนักหน่วง
ตรงนี้แหละที่มันน่าสนใจ และน่ากังวลไปพร้อมๆ กัน เพราะ HoverAir Versa ไม่ใช่โดรนราคาถูกๆ ที่บินเอามันส์ มันคือ "กล้องคู่ใจ" สำหรับนักสร้างคอนเทนต์ที่อยากได้มุมกล้องสวยๆ แบบไม่ต้องง้อคนช่วยถือ หรือไม่ต้องเสียเงินแพงๆ ซื้ออุปกรณ์ระดับโปร ถ้าคนอเมริกันซื้อไม่ได้ นั่นหมายความว่าตลาดหลักของเจ้านี่หายไปในพริบตา และแน่นอนว่ามันไม่จบแค่แบรนด์เดียว เพราะบริษัทอื่นๆ ที่ทำสินค้าลักษณะคล้ายกันกำลังใจคอไม่ดีแน่นอน
สิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนมองเห็นคือภาพใหญ่กว่านั้น นี่ไม่ใช่เรื่องของ "โดรนจีน" อีกต่อไปแล้ว แต่มันคือกำแพงที่กำลังถูกสร้างขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับสินค้าเทคโนโลยีทุกประเภทที่ "ประกอบ" หรือ "ออกแบบ" โดยมีจุดเชื่อมโยงกับจีน แม้แต่สินค้าที่ไม่ได้เป็นภัยคุกคามความมั่นคงจริงๆ ก็โดนลูกหลงไปด้วย
ผมเข้าใจเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ แต่การออกกฎหมายที่กว้างแบบนี้ มันเหมือนใช้ระเบิดฆ่ายุง นวัตกรรมเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากสตาร์ทอัพหรือบริษัทกลางๆ กำลังจะถูกบดขยี้โดยที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศเลยแม้แต่นิดเดียว และสุดท้ายแล้ว คนที่เสียหายไม่ใช่บริษัทจีน แต่คือผู้บริโภคชาวอเมริกันที่เข้าถึงเทคโนโลยีเจ๋งๆ ได้น้อยลง และอาจต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อสินค้าท้องถิ่นที่คุณภาพสู้ไม่ได้
การหยุดรับออเดอร์
แค่ 3 วันหลังเปิดตัวบน Indiegogo คำสั่งหยุดขายในสหรัฐฯ ก็มีผลทันที สร้างความช็อกให้แบ็กเกอร์ที่เพิ่งกดสั่งจองไปสดๆ ร้อนๆ
อนาคตการจัดส่งไม่แน่นอน
ไม่ใช่แค่หยุดขาย แต่การส่งสินค้าให้ลูกค้าชาวอเมริกันที่สั่งไปแล้วอาจต้องถูกยกเลิกทั้งหมด ใครที่กดจองไปแล้วเตรียมตัวใจสลายได้เลย
บรรยากาศโดยรวม
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมาย FCC กำลังเข้มงวดกับอุปกรณ์ที่เชื่อมโยงกับจีนมากขึ้นเรื่อยๆ และอาจกินวงกว้างไปถึงสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่โดรนด้วย
สารจากข่าวนี้คือ ถ้าคุณกำลังคิดจะพึ่งพา Gadget เจ๋งๆ จากตลาดจีนเพื่อสร้างคอนเทนต์หรือทำธุรกิจ นี่คือสัญญาณเตือนว่าวันข้างหน้า "ของดีราคาเข้าถึงได้" จะหายากขึ้นเรื่อยๆ และเราอาจต้องกลับไปใช้ของแพงๆ ที่ไม่สร้างสรรค์เท่าเดิม โลกเทคโนโลยีกำลังถูกแบ่งแยก และเราเป็นฝ่ายที่ต้องจ่ายค่างวดแพงที่สุดเสมอ
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...