เจาะประเด็น
Hardware
Qualcomm ยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ Huawei เพื่อใช้เทคโนโลยีชิป LogicFolding
เมื่อซัพพลายเออร์ชิปอันดับต้นของโลกต้องหันมาขอใบอนุญาตจากคู่แข่งที่ถูกคว่ำบาตร นั่นไม่ใช่แค่ข่าวลิขสิทธิ์ แต่มันคือสัญญาณว่าเกมชิปกำลังพลิก
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าบริษัทที่ถูกแบนจากตลาดโลกยังพัฒนาเทคโนโลยีที่ยักษ์ใหญ่ต้องยอมจ่ายเพื่อใช้ได้ คำถามคือมาตรการคว่ำบาตรยังทำงานได้จริงแค่ไหน
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบริษัทที่ถูกสหรัฐฯ ตัดห่วงโซ่อุปทานอย่าง Huawei ยังคงเป็นที่พูดถึงในวงการชิปอยู่ตลอด ล่าสุดมีรายงานว่า Qualcomm ได้ทำการลิขสิทธิ์สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชิป LogicFolding ของ Huawei ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ว่ากันว่าเกี่ยวข้องกับการออกแบบชิปแบบใหม่
เรื่องนี้ฟังดูขัดกับสามัญสำนึกอยู่เหมือนกัน เพราะ Huawei คือบริษัทที่ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำตั้งแต่ปี 2019 ห้ามบริษัทอเมริกันทำธุรกิจด้วยโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่การทำลิขสิทธิ์สิทธิบัตร (patent licensing) มันเป็นคนละเรื่องกับการซื้อขายสินค้า มันคือการที่บริษัทหนึ่งยอมจ่ายเงินเพื่อได้สิทธิ์ใช้เทคโนโลยีที่อีกบริษัทจดสิทธิบัตรไว้
LogicFolding เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการจัดวางทรานซิสเตอร์หรือโครงสร้างลอจิกภายในชิป ในแบบที่ช่วยให้ประสิทธิภาพดีขึ้นหรือประหยัดพลังงานมากขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของวงการชิปทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ AI
การที่ Qualcomm ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ชิป Snapdragon ที่ใช้ในมือถือแอนดรอยด์แทบทุกแบรนด์ชั้นนำ ตัดสินใจทำลิขสิทธิ์กับ Huawei ตรงนี้สะท้อนสองอย่าง อย่างแรกคือเทคโนโลยีของ Huawei ในด้านนี้มีค่าจริง ไม่งั้น Qualcomm คงไม่เสียเวลามาจ่าย อย่างที่สองคือสงครามเทคโนโลยีสหรัฐฯ-จีน มันซับซ้อนกว่าที่ป้าย "แบน" จะอธิบายได้หมด
ในมุมของคนดูวงการชิป ผมว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณว่าการแยกขั้วเทคโนโลยีอาจไม่ได้ขาดจากกันจริงอย่างที่ใครหลายคนคิด บริษัทอเมริกันยังต้องพึ่งพาสิทธิบัตรของบริษัทจีนในบางด้าน และในทางกลับกัน Huawei ก็ยังได้ประโยชน์จากการเก็บค่าลิขสิทธิ์จากบริษัทอเมริกัน
แน่นอนว่ารายละเอียดของดีลนี้ ทั้งมูลค่า ระยะเวลา และขอบเขตสิทธิบัตร ยังไม่ชัดเจนจากข้อมูลที่มี แต่มันก็เพียงพอจะบอกได้ว่า สงครามชิปไม่ใช่เกมแพ้-ชนะแบบเบ็ดเสร็จ มันคือเกมที่ทุกฝ่ายยังต้องพึ่งพากันในบางจุด
ข่าวนี้ตอกย้ำว่าเทคโนโลยีของ Huawei ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเอาตัวรอดจากมาตรการคว่ำบาตร แต่พัฒนาไปถึงจุดที่คู่แข่งระดับโลกต้องยอมรับและจ่ายเงินเพื่อใช้ และนั่นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่าการกีดกันทางเทคโนโลยีมันไม่ได้ฆ่านวัตกรรมของจีนลงอย่างที่หลายคนคิด
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...