ข่าวเด่น
Hardware / Chips
ควอลคอมม์เปิดตัวชิป Snapdragon C ตั้งเป้าลุยตลาดโน้ตบุ๊ก 300 เหรียญ อัดแรงชน Intel N250 ชนะขาด 67%
ยุคที่แรมกับ SSD แพงเว่อร์ ใครจะไปคิดว่ายังมีโน้ตบุ๊กใหม่ๆ ราคาแค่หมื่นต้นๆ ออกมาให้ใช้ได้จริง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ความจริงที่คนไม่ค่อยพูดถึงในวงการโน้ตบุ๊กคือ ตลาดเครื่องราคาถูกมันไม่ได้หายไปไหน แค่ถูกทอดทิ้งมานานมาก ผู้ผลิตส่วนใหญ่ทำแต่เครื่องไฮเอนด์ขายราคาแพง เพราะกำไรดีกว่าราคาล้านเท่า แต่ตอนนี้ควอลคอมม์ดูจะคิดต่างออกไป พวกเขาเพิ่งเปิดสเปกชิป Snapdragon C อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับเริ่มต้นที่ตั้งเป้าเอาไว้ที่ราคาเครื่องละ 300 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณหมื่นบาทนิดๆ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ เพราะมันคือการประกาศศึกชิงเค้กตลาดล่างที่อินเทลครองอยู่คนเดียวมาหลายปี
ขอพูดตรงๆ ว่าในสภาวะที่ราคา DRAM และ NAND Flash แพงขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมา การจะทำโน้ตบุ๊กราคา 300 เหรียญออกมาขายแล้วยังได้กำไร มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าใช้วิธีคิดแบบเดิมๆ แต่ควอลคอมม์เขาบอกว่าเป้าหมายของ Snapdragon C คือการมอบโน้ตบุ๊กที่ทันสมัยให้กับนักเรียน ครอบครัว และพนักงานออฟฟิศทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการสเปกแรงๆ แต่ต้องการเครื่องที่ใช้งานได้ลื่นไหลในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งฟังดูดีในทางทฤษฎี แต่คำถามคือมันจะดีจริงในทางปฏิบัติแค่ไหน
มาดูสเปกกันบ้าง Snapdragon C ใช้สถาปัตยกรรม CPU แบบ Kryo ของควอลคอมม์เอง มีคอร์ Arm ได้สูงสุด 8 คอร์ ความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุด 3.0 GHz สำหรับงานแบบ single-core และ 2.0 GHz สำหรับงานแบบ multicore รวมถึงแคชขนาด 2 MB มาพร้อม GPU แบบ Adreno A643 ในตัวที่ความเร็วสูงสุด 900 MHz และที่หลายคนอาจไม่คาดคิดคือมี Hexagon NPU แถมมาให้ด้วยเพื่อรองรับงาน AI ระดับเบาๆ ตรงนี้แหละที่ทำให้มันน่าสนใจ เพราะการมี NPU ในโน้ตบุ๊กราคาถูก มันคือการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ AI จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการและการใช้งานประจำวัน
ในส่วนของหน่วยความจำ ควอลคอมม์รองรับทั้ง LPDDR4x, LPDDR5 และ LPDDR5X สูงสุด 16 GB พร้อมทั้งที่เก็บข้อมูลแบบ PCIe 3.0 NVMe และ UFS 2.2/3.1 และที่สำคัญคือมีตัวเลือก LPDDR4x ซึ่งเป็นหน่วยความจำรุ่นเก่าที่น่าจะมีราคาถูกกว่าเพื่อน ทำให้ความเป็นไปได้ในการทำราคาเครื่องที่ 300 เหรียญจริงๆ มันไม่ใช่แค่ฝันลมๆ แล้งๆ แต่ต้องแลกกับประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าใครเพื่อนแน่นอน แต่สำหรับคนที่ใช้งานพื้นฐาน มันก็เพียงพอแล้ว
ประเด็นที่ควอลคอมม์ภูมิใจนำเสนอมากที่สุดคือการเทียบชั้นกับ Intel N250 "Twin Lake" ซึ่งเป็นชิปคู่แข่งโดยตรงในตลาดเดียวกัน โดยควอลคอมม์เคลมว่าประสิทธิภาพดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ใช้แบตเตอรี่ โดยขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ระหว่าง 24% ถึง 67% โดยการทดสอบใน Cinebench เห็นความแตกต่างชัดเจนที่สุดที่ 50% เร็วขึ้นในแบบ single-threaded และสูงถึง 67% ในแบบ multithreaded ส่วนการทดสอบอย่าง Geekbench และ Speedometer ซึ่งอาจสะท้อนการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้ดีกว่า ก็ออกมาเข้าข้าง Snapdragon C เช่นกัน
นอกจากเรื่องความแรงแล้ว สิ่งที่ควอลคอมม์โหมโรงไม่แพ้กันคือเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยเคลมว่าประหยัดกว่าแบบเทียบเท่าได้ถึง 106% ในระหว่างการเล่น Netflix, 68% ในระหว่างการท่องเว็บ และ 74% ในระหว่างการประชุม Teams ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ฟังดูเวอร์ แต่ถ้าเป็นจริงแม้ครึ่งเดียว มันก็หมายถึงการใช้งานได้ทั้งวันโดยไม่ต้องพกที่ชาร์จ ซึ่งเป็นจุดขายที่เด็ดมากสำหรับตลาดนักเรียนนักศึกษา
ต้องยอมรับว่ากลยุทธ์ของควอลคอมม์ครั้งนี้แจ่มมาก พวกเขาไม่ได้พยายามสู้กับอินเทลหรือเอเอ็มดีในตลาดบนที่แรงๆ ทั้งหลาย แต่เลือกที่จะลงมาทำตลาดล่างที่ไม่มีใครสนใจ และใช้จุดแข็งเรื่องประสิทธิภาพต่อวัตต์ของสถาปัตยกรรม Arm เข้ามาเป็นอาวุธสำคัญ ซึ่งถ้าทำสำเร็จ มันจะเป็นการเปลี่ยนสมรภูมิการแข่งขันครั้งใหญ่ เพราะอินเทลจะโดนกัดเซาะฐานที่มั่นสำคัญในตลาดการศึกษาและองค์กรขนาดเล็กโดยไม่ทันตั้งตัว
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกตามตรงว่า ตัวเลขประสิทธิภาพที่ควอลคอมม์เคลมออกมานั้น เป็นการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่พวกเขาควบคุมเองทั้งหมด และประสิทธิภาพจริงในโลกความเป็นจริงจะขึ้นอยู่กับการออกแบบเครื่องของผู้ผลิตแต่ละเจ้าเป็นสำคัญ ว่าจะเลือกใช้แบตเตอรี่ขนาดไหน ระบบระบายความร้อนดีแค่ไหน หรือเลือกใช้หน่วยความจำแบบไหน ซึ่งมีผลต่อทั้งราคาและประสิทธิภาพโดยรวม ยังไงก็ต้องรอดูเครื่องจริงๆ ที่วางขายในท้องตลาดก่อนที่จะฟันธงว่ามันจะเทพจริงอย่างที่เคลมไว้หรือไม่
นี่คือหมากที่ชาญฉลาดของควอลคอมม์ในการชิงพื้นที่ที่อินเทลมองข้าม ถ้าชิปนี้ทำได้จริงตามสเปกและราคา มันจะปลุกตลาดโน้ตบุ๊กราคาถูกให้คึกคักอีกครั้ง และอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้อินเทลต้องกลับมาทบทวนแผนการตลาดครั้งใหญ่ แต่ถ้าทำได้แค่บนสไลด์พรีเซนเทชัน ก็จะเป็นแค่โชว์รูมอีกหนึ่งชิ้นของบริษัทชิปที่ชอบโชว์ของสวยๆ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...