เจาะประเด็น
AI / Law
ทนายความโดนปรับ 5 พันดอลลาร์ หลังให้ AI แต่งพยานปลอมในคดีฆาตกรรม
ศาลนิวเม็กซิโกสั่งลงโทษทนายที่ยื่นอุทธรณ์โดยอ้างพยานและคำให้การตำรวจที่ไม่มีอยู่จริง เพราะเชื่อสิ่งที่แชทบอทปั้นขึ้นมา
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าทนายความยังแยกไม่ออกว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือสิ่งที่ AI ปั้นขึ้นมา แล้วใครจะรับผิดชอบชีวิตคนในศาล
ศาลสูงสุดของรัฐนิวเม็กซิโกเพิ่งออกโรงลงโทษทนายความคนหนึ่งแบบไม่ไว้หน้า หลังพบว่าเขาใช้ AI สร้าง "พยาน" ขึ้นมาจริงๆ ในเอกสารอุทธรณ์คดีฆาตกรรมของลูกความตัวเอง เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในออฟฟิศ แต่เป็นเรื่องที่ทำให้ระบบยุติธรรมทั้งระบบต้องสะดุดคิด
สตีเฟน อารอนส์ คือทนายที่ตกเป็นเป้า คำตัดสินเมื่อวันพุธที่ผ่านมาสั่งปรับเขาหนัก 5,000 ดอลลาร์ พร้อมกับตั้งข้อหาหมิ่นศาล (contempt) ฐานล้มเหลวในการ "ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย" ที่ตัวเองยื่นเข้าไปในศาล ฟังดูเป็นคำทางการ แต่แปลง่ายๆ คือ เขาเอาสิ่งที่ ChatGPT หรือเครื่องมือ AI ปั้นขึ้นมา ยัดเข้าไปในเอกสารทางกฎหมายโดยไม่ตรวจสอบเลยว่ามันมีตัวตนจริงหรือเปล่า
จุดที่หลายคนอาจมองข้าม คือคดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม ไม่ใช่คดีแพ่งเล็กๆ ที่ผิดพลาดแล้วแก้กันได้ ทนายกำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีอุกฉกรรจ์ การอ้างพยานที่ไม่มีอยู่จริงและคำให้การตำรวจที่กุขึ้นมา ไม่ใช่แค่ทำให้เอกสารเสีย แต่เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งกระบวนการอุทธรณ์ไปเลย
ที่เจ็บกว่านั้นคือเรื่องนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงการกฎหมายทั่วโลก ช่วงที่ผ่านมามีเคสทนายยื่นคำร้องที่อ้างคดีเก่าที่ไม่มีอยู่จริงบ้าง อ้างคำพิพากษาที่ AI แต่งขึ้นมาบ้าง ซึ่งหลายครั้งก็มาจากการเชื่อคำตอบของแชทบอทแบบไม่ตรวจสอบสักนิด
สำนวนที่ศาลใช้ในคำตัดสินคือการระบุว่าเขาล้มเหลวในการ "ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย" ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นหน้าที่พื้นฐานที่สุดของทนายความคนหนึ่ง แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามไปง่ายๆ เมื่อมีเครื่องมือที่ตอบได้ทุกคำถามอย่างรวดเร็วอยู่ตรงหน้า
คำตัดสินนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าศาลเริ่มหมดความอดทนกับเรื่องแบบนี้ การปรับเงินไม่ใช่แค่ค่าปรับ แต่คือการบอกทั้งวงการว่าการใช้ AI ในงานกฎหมายต้องมีคนตรวจสอบทุกบรรทัด ไม่ใช่ก๊อปวางแล้วยื่นเลย
มองในมุมกลับกัน เคสนี้ก็สะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่า คือระบบการศึกษาและอบรมทนายความยังไม่ได้เตรียมคนให้รับมือกับเครื่องมือแบบนี้อย่างจริงจัง หลายคนยังเข้าใจว่า AI เป็นผู้ช่วยที่เชื่อถือได้ ทั้งที่จริงมันคือเครื่องจักรที่เก่งเรื่องการแต่งประโยคให้ดูสมจริง แต่ไม่มีความสามารถแยกแยะว่าอะไรจริงอะไรเท็จ
บทเรียนจากเคสนี้ไม่ใช่ "อย่าใช้ AI" แต่คือ "อย่าเอา AI ไปแทนสมองตัวเองในเรื่องที่ผิดพลาดแล้วมีคนอื่นต้องรับกรรม" โดยเฉพาะเมื่อคนนั้นคือนั่งอยู่ในคุกและกำลังรอความยุติธรรมจากทนายของตัวเอง
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...