เจาะประเด็น
Modding / GPU
โมเดอร์แหกกติกา NVIDIA สำเร็จ การ์ด RTX 30 เก่าๆ ได้ใช้ DLSS 4X Frame Gen แล้ว
ในขณะที่ NVIDIA ยัดเยียดเทคโนโลยีใหม่ให้เฉพาะการ์ดราคาแพง ชุมชนม็อดก็พิสูจน์ให้เห็นว่าการ์ดรุ่นก่อนไม่ได้ "แก่" ขนาดนั้น
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
คำถามที่ต้องถามกลับคือ ถ้าม็อดทำได้ขนาดนี้ แล้ว "กำแพง" ที่ NVIDIA ตั้งไว้ มันเป็นเรื่องเทคนิคจริง หรือเป็นแค่เรื่องการตลาด?
เราคุยกันตรงนี้เลยดีกว่า เรื่องของเรื่องคือมีม็อดใหม่ชื่อว่า DLSSG SM86 เปิดให้การ์ด GeForce RTX 30 Series หรือสถาปัตยกรรม Ampere ที่หลายคนบอกว่า "เก่าแล้ว" ใช้ฟีเจอร์ DLSS Multi Frame Generation ได้ทั้งโหมด 2X และ 4X ซึ่งปกติ NVIDIA หวงมาก สงวนไว้ให้เฉพาะการ์ด RTX 50 Series "Blackwell" เท่านั้น ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ผมว่ามันคือการถ่มน้ำลายรดหน้าแผนการตลาดของ NVIDIA ชัดๆ
สิ่งที่โมเดอร์ทำไม่ได้ใช่แค่การงัดฟีเจอร์ออกมาแบบมั่วๆ นะ ฟังรายละเอียดแล้วต้องบอกว่าโคตรจะฉลาด เพราะม็อดนี้ไม่ได้ไปยุ่งกับไฟล์เกมหรือสลับไปใช้ FSR แบบ AMD อย่างที่ใครหลายคนเคยทำกัน แต่เขาสร้าง "proxy backend" ขึ้นมาเพื่อหลอกให้เกมคิดว่าการ์ด RTX 30 รองรับฟีเจอร์นี้ แล้วส่งต่อคำสั่งให้ DLSSG 310.1 runtime ที่แถมมาในตัวม็อดจัดการแทน — เรียกได้ว่าใช้ระบบ AI ของ NVIDIA เองแท้ๆ เป๊ะๆ ไม่ได้ดัดแปลงอะไรให้เพี้ยนไปจากที่เขาออกแบบไว้
ทีมพัฒนาระบุว่าทดสอบบน RTX 3080 Ti กับไดรเวอร์ 591.86 บน Windows ผลลัพธ์ที่ออกมาคือตัวเลขที่ทำให้คนถือการ์ดเก๋าๆ อย่างเราแบบน้ำลายสอ — Black Myth: Wukong พุ่งจาก 50 FPS ไปแตะ 150 FPS ในโหมด 4X ส่วน Cyberpunk 2077 เปิด Path Tracing เต็มที่ จาก 35 FPS กระโดดขึ้นไป 100 FPS ได้สบายๆ
แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งกรี๊ดแล้วรีบไปลงม็อด เพราะทีมพัฒนาก็พูดตรงๆ เหมือนกันว่ายังไม่ได้ทดสอบในเรื่อง Frametime หรือ Latency อย่างจริงจัง รวมถึงความเสถียรในการเล่นยาวๆ ซึ่งหมายความว่าตัวเลข FPS ที่พุ่งปรี๊ดอาจไม่ได้การันตีความลื่นไหลที่แท้จริงในโลกความเป็นจริงเสมอไป ต้องยอมรับว่าเขาบอกก่อนแล้ว ไม่ได้หลอกขายฝันแบบบริษัทใหญ่ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น คลิปจากช่อง fogoticus บน YouTube ก็มีการทดสอบกับ RTX 3080 ในเกม Cyberpunk 2077 เห็นภาพชัดเจนว่า FPS กระโดดจากประมาณ 42 FPS ในโหมด 2X ไปจนถึง 120 FPS ในโหมด 4X — ตัวเลขระดับนี้สำหรับการ์ดที่ NVIDIA ปิดประตูตายตัวแทนเจนเนอเรชันก่อน มันคือการบอกว่า "เฮ้ย มึงยังใช้ได้ดีอยู่ไง"
ตรงนี้แหละที่ผมอยากให้ทุกคนจับตาดู นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โมเดอร์ทำแบบนี้ได้ เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาก็พอร์ต DLSS 5 ไปให้การ์ดรุ่นเก่าๆ ทุกรุ่นแล้ว แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า NVIDIA อ้างมาตลอดว่าฟีเจอร์ Multi Frame Generation ต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์เฉพาะใน RTX 50 Series ถึงจะทำงานได้ แต่พอมีม็อดออกมาแล้วมันกลับทำงานได้บน RTX 30 ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์รุ่นก่อนหน้า มันก็อดคิดไม่ได้ใช่ไหมว่า ที่แท้จริงแล้วมันคือการล็อกซอฟต์แวร์ไว้มากกว่าข้อจำกัดของตัวชิปจริงๆ
การกระทำของโมเดอร์ครั้งนี้คือการแหกกฎของ "walled garden" ที่ NVIDIA พยายามสร้างขึ้นมาเพื่อบังคับให้คนอัปเกรดการ์ด และมันได้ผลนะ เพราะถ้าคนใช้ RTX 30 อยู่แล้วรู้สึกว่า "เออ เราก็เล่นได้เหมือนกันนิ" แรงจูงใจที่จะควักเงินหลายหมื่นเพื่อซื้อ RTX 50 มันก็ลดลงถมเถา โดยเฉพาะในยุคที่การ์ดรุ่นใหม่ราคาไม่เคยเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินของเราเลยสักรุ่น
ม็อดนี้ทำอะไรได้บ้าง?
เปิดใช้งาน DLSS Multi Frame Generation โหมด 2X และ 4X บนการ์ด RTX 30 Series (Ampere) ได้จริง
จุดเด่นของม็อดนี้คืออะไร?
ไม่สลับไปใช้ FSR ของ AMD แต่รักษาโมเดล DLSS ของ NVIDIA ไว้ทั้งหมด โดยสร้าง proxy backend สำหรับสถาปัตยกรรม SM86 โดยเฉพาะ
ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร?
Black Myth: Wukong เพิ่มจาก 50 เป็น 150 FPS, Cyberpunk 2077 Path Tracing เพิ่มจาก 35 เป็น 100 FPS บน RTX 3080 Ti
แต่อย่าลืมว่าการ์ด RTX 30 ไม่มีฮาร์ดแวร์ Optical Flow Accelerator เจเนอเรชันใหม่เหมือนใน RTX 40/50 การที่ม็อดนี้ฝืนทำงานได้มันก็แลกมาด้วยปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นบนชิป ซึ่งอาจส่งผลต่ออุณหภูมิหรือเสียงพัดลมที่ดังขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนั้น ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มมากๆ เมื่อเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายเพื่ออัปเกรด
สุดท้ายแล้ว ผมมองว่าสิ่งที่โมเดอร์ทำคือการคืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค เพราะการที่ NVIDIA ตัดสินใจล็อกฟีเจอร์ที่ "ฮาร์ดแวร์รองรับได้" ไว้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ มันคือการดูถูกคนที่ซื้อการ์ดระดับท็อปของเจนเนอเรชันก่อนว่าเป็นพลเมืองชั้นสอง และม็อดนี้กำลังจะกลายเป็นกรณีศึกษาชั้นดีว่า "ถ้าบริษัทไม่ให้ คุณก็ต้องแย่งเอามาเอง"
ม็อด DLSSG SM86 คือบทพิสูจน์ว่า RTX 30 ยังไม่ตาย และ NVIDIA รู้ดีว่าการ์ดรุ่นเก่ามันแรงพอจะรันฟีเจอร์ใหม่ได้ แต่เลือกที่จะปิดไว้เพื่อขายการ์ดแพงๆ — ถ้าคุณถือการ์ด Ampere อยู่ละก็ รออีกนิด ม็อดนี้คือของขวัญที่ดีที่สุดในปีนี้แน่นอน แต่ถ้าจะเอาไปเล่นจริง ใจเย็นๆ รอให้มีการทดสอบ Latency เพิ่มอีกสักรอบจะชัวร์กว่า
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...