เจาะประเด็น
AI
โลกไอทีจะรอดไหมถ้า AI ยังกินไฟดุขนาดนี้
เมื่อการสร้างโมเดลอัจฉริยะกลายเป็นตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหม่ เราจะทำอย่างไรให้ความก้าวหน้าไม่แลกมาด้วยหายนะทางสิ่งแวดล้อม
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ความยั่งยืนควรถูกบรรจุไว้ในระดับโครงสร้างของซอฟต์แวร์ ไม่ใช่แค่เรื่องที่เอาไว้พูดให้ดูดีในรายงานประจำปี
ทุกวันนี้เวลาเราพูดถึง AI เรามักจะตื่นเต้นกับความฉลาดของมันจนลืมมองไปที่ "หลังบ้าน" ว่ากว่าจะได้โมเดลเทพๆ มาให้เราแชทเล่นเนี่ย มันต้องใช้พลังงานมหาศาลขนาดไหน ข้อมูลจากรายงานของยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft และ Google ก็ยืนยันชัดเจนว่าการใช้ไฟฟ้าของพวกเขามันพุ่งปรี๊ดขึ้นเรื่อยๆ ตามขนาดของ AI ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ลองคิดดูว่าอุตสาหกรรมไอทีปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 2 - 4% ของทั้งโลก นี่ไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ เลยนะครับ ถ้าเรายังปล่อยให้การพัฒนา AI เป็นไปแบบ "ใครแรงสุดคนนั้นชนะ" โดยไม่สนเรื่องพลังงาน เราคงได้เห็นโลกที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแลกกับการที่ AI ตอบคำถามได้เร็วขึ้นอีกไม่กี่วินาที
ทางออกของเรื่องนี้ไม่ใช่การเลิกใช้ AI แต่คือการ "ฉลาดใช้" มากกว่าเดิม มีคำแนะนำที่น่าสนใจซึ่งนักพัฒนาและองค์กรควรหันมามองอย่างจริงจัง ดังนี้ครับ:
ใช้โมเดลสำเร็จรูปหรือโมเดลขนาดเล็ก
ไม่จำเป็นต้องสร้างโมเดลยักษ์ใหญ่ขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง ถ้างานที่ทำไม่ได้ต้องการขนาดนั้น การใช้ของที่มีอยู่แล้วช่วยลดการใช้ทรัพยากรไปได้เยอะมาก
เลือกทำเลที่ตั้งของ Data Center
เลือกประมวลผลในพื้นที่ที่มีแหล่งไฟฟ้าคาร์บอนต่ำหรือพลังงานสะอาดอุดมสมบูรณ์ แทนที่จะไปกระจุกตัวอยู่ในที่ที่ใช้พลังงานฟอสซิลเป็นหลัก
ฝึกฝนด้วยพลังงานหมุนเวียน
ขั้นตอนการ Train โมเดลคือช่วงที่กินไฟที่สุด การบังคับให้ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในขั้นตอนนี้ควรกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ
ส่วนตัวผมมองว่าความพยายามเหล่านี้มันไม่ใช่แค่เรื่องรักษ์โลกแบบฉาบฉวย แต่มันคือการปรับตัวทางสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์จริงๆ ถ้าเราอยากให้เทคโนโลยีไปต่อได้ยาวๆ เราต้องเลิกมองเรื่องความยั่งยืนเป็นแค่ทางเลือก แล้วเปลี่ยนให้มันเป็นหัวใจหลักในการออกแบบระบบตั้งแต่ Day 1
ถึงเวลาที่บริษัทเทคโนโลยีต้องเลิกอ้างเรื่องประสิทธิภาพความเร็ว แล้วหันมาโชว์ตัวเลขการประหยัดพลังงานเป็น KPI หลักแทนได้แล้วครับ
ที่มา: InfoQ AI/ML — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...