เจาะประเด็น
Semiconductor
จีนไม่ขอเป็นแค่ผู้ตามอีกต่อไป CXMT เตรียมป้อน LPDDR6 ให้ Xiaomi กระตุ้นต่อมชาตินิยมวงการชิป
เมื่อซัพพลายเออร์ชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของจีนได้ก้าวขึ้นมาเทียบชั้นยักษ์ใหญ่เกาหลี นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้สมาร์ตโฟนเรือธงราคาถูกลงได้จริง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้า CXMT ทำได้จริง นี่ไม่ใช่แค่ข่าวชิปธรรมดา แต่มันคือหมัดแรกที่จีนชกกลับไปที่หน้าซัมซุงและSK Hynix ในเกมที่เขาเคยแพ้มาตลอด
เราคุยกันตรงๆ เลยดีกว่า — ข่าวนี้มันใหญ่กว่าที่เห็น เพราะว่านี่คือครั้งแรกที่บริษัทชิปหน่วยความจำจีนอย่าง ChangXin Memory Technologies (CXMT) ได้รับเลือกให้เป็นซัพพลายเออร์ LPDDR6 สำหรับสมาร์ตโฟนพับได้รุ่นใหม่ของ Xiaomi ที่กำลังจะเปิดตัว
ฟังดูอาจไม่ว้าวเท่าไหร่สำหรับคนทั่วไป แต่ถ้าใครตามวงการชิปจะรู้ว่ามันคือเรื่องใหญ่โคตรๆ เพราะที่ผ่านมา ตลาดหน่วยความจำทั่วโลกแทบจะถูกผูกขาดโดยซัมซุงและ SK Hynix ของเกาหลีใต้ รวมถึง Micron ของอเมริกา มาหลายปีแล้ว จีนพยายามจะแทรกตัวเข้ามาในเกมนี้มานาน แต่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันสักที
คราวนี้มันต่างออกไป เพราะ LPDDR6 ไม่ใช่ชิปรุ่นเก่าที่ใครๆ ก็ผลิตได้ แต่มันคือมาตรฐานใหม่ล่าสุดของหน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์พกพา ที่เร็วกว่า LPDDR5X เกือบเท่าตัว แถมยังประหยัดพลังงานมากกว่า การที่ CXMT ก้าวมาถึงจุดนี้ได้ หมายความว่าจีนไม่ได้มาเล่นๆ อีกต่อไปแล้ว
รายงานจาก Reuters ระบุว่า CXMT จะเป็นผู้จัดหาชิป LPDDR6 ให้กับสมาร์ตโฟนพับได้รุ่นใหม่ของ Xiaomi ซึ่งถือเป็นดีลสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะปกติ Xiaomi มักจะเลือกใช้ชิปจากซัพพลายเออร์รายใหญ่อย่างซัมซุงหรือ Micron สำหรับรุ่นเรือธงของตัวเอง
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ มันสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีของ CXMT พัฒนาถึงจุดที่แบรนด์จีนอย่าง Xiaomi กล้าที่จะเสี่ยงใช้ในรุ่นท็อปของตัวเองแล้ว ซึ่งมันคือการประกาศศักดาในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ด้วย เพราะสหรัฐฯ พยายามกดดันจีนในวงการเซมิคอนดักเตอร์มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการแบนส่งออก หรือการล็อกไม่ให้จีนเข้าถึงเครื่องจักรผลิตขั้นสูง
ตรงนี้แหละที่ผมว่ามันน่าสนใจ เพราะถ้า CXMT ผลิต LPDDR6 ได้จริงในเชิงพาณิชย์และมีคุณภาพพอใช้ได้ มันจะสั่นคลอนอำนาจต่อรองของซัมซุงและ SK Hynix ทันที เพราะที่ผ่านมา สองบริษัทนี้ตั้งราคาชิปหน่วยความจำได้ตามใจ เพราะไม่มีคู่แข่งจริงจัง
จำได้ไหมตอนที่ราคา RAM และ SSD พุ่งกระฉูดเมื่อไม่กี่ปีก่อน? นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตลาดผูกขาดอยู่ไม่กี่ราย พอมีผู้เล่นใหม่อย่าง CXMT เข้ามา มันจะทำให้ราคาถูกลง หรืออย่างน้อยก็ทำให้ซัมซุงกับ SK Hynix ต้องคิดหนักก่อนขึ้นราคา
และที่สำคัญที่สุด — มันคือการปลดล็อกให้จีนพึ่งพาตัวเองได้ในห่วงโซ่อุปทานชิป ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติที่ปักกิ่งให้ความสำคัญสูงสุด การที่ Xiaomi ยอมใช้ชิป CXMT ในรุ่นเรือธง เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณไปยังแบรนด์จีนรายอื่นๆ ว่า "ใช้ของจีนได้แล้ว ไม่ต้องอาย"
แต่อย่าเพิ่งดีใจไปไกล เพราะมันยังมีคำถามใหญ่ที่ต้องตอบให้ได้ นั่นคือเรื่องของประสิทธิภาพและความเสถียรในโลกความจริง LPDDR6 ที่ CXMT ผลิตได้นั้น จะทนทานต่อการใช้งานหนักๆ ได้จริงหรือไม่? อุณหภูมิจะร้อนเกินไปไหม? และที่สำคัญที่สุด — อัตราการผลิต (yield rate) จะสูงพอที่จะทำให้ต้นทุนต่ำจนแข่งขันได้หรือเปล่า?
เพราะการผลิตชิปหน่วยความจำนั้นโหดร้ายมาก บริษัทที่ทำ yield rate ไม่ดีพอจะขาดทุนยับเยิน และไม่มีทางสู้กับซัมซุงที่ผลิตมาหลายสิบปีได้ ถ้า CXMT ยังทำ yield rate ได้ต่ำกว่าคู่แข่งมาก โปรเจกต์นี้ก็จะกลายเป็นแค่การประชาสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์มากกว่าการปฏิวัติวงการจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ในมุมของคนใช้ทั่วไปอย่างเราๆ ข่าวนี้คือข่าวดีแน่นอน เพราะมันหมายถึงทางเลือกที่มากขึ้น และในระยะยาว ราคาสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อาจถูกลงได้จริง ถ้าจีนสามารถผลิตชิปหน่วยความจำได้เองโดยไม่ต้องพึ่งใคร
ฟันธงเลย — นี่คือหมากสำคัญที่จีนส่งลงกระดาน และถ้า CXMT ทำสำเร็จจริง วงการชิปหน่วยความจำจะเปลี่ยนโฉมไปตลอดกาล ซัมซุงกับ SK Hynix ต้องเริ่มสั่นแล้ว เพราะคู่แข่งที่แท้จริงไม่ได้มาจากตะวันตก แต่มันมาจากฝั่งเดียวกันกับที่เขาเคยดูถูก
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...