The Verge 70 วันที่แล้ว general AI Generated

Rivian is finally getting a long-requested feature — and no, it’s not CarPlay

รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
23 12m



ข่าวเด่น
Auto / EV


ในที่สุด Rivian ก็ฟังเสียงลูกค้า ใส่กัปตันซีตให้ R1S เสียที — แต่ใครที่รอ CarPlay ก็ใจเย็นๆ ก่อน



ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เบาะนั่งหรอก แต่อยู่ที่ว่า Rivian ยังยืนกรานจะเดินหน้าแบบดื้อๆ ของตัวเองต่อไป




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที


ข่าวนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเบาะนั่งในรถหรอกนะ ต่อให้มันคือ "กัปตันซีต" ที่บรรดาพ่อแม่ลูกอ่อนร้องขอมากี่ปีก็ตาม แต่มันคือสัญญาณว่า Rivian ยังคงเป็นเด็กดื้อในโลกยานยนต์ ที่ยินดีจะทำตามที่ลูกค้าขอในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูก แต่กลับแช่งด่ากับสิ่งที่ตัวเองคิดว่าไม่จำเป็นต่อวิสัยทัศน์ของแบรนด์



เล่ากันให้ฟังแบบรวบรัด: Rivian R1S เจ้ารถ SUV สามแถวสุดอลังการของค่าย ได้รับการยกระดับครั้งใหญ่ในรุ่นปี 2027 โดยเพิ่มตัวเลือกเบาะนั่งแถวสองแบบ "กัปตันซีต" หรือเบาะเดี่ยวแยกสองข้าง แทนที่เบาะยาวแบบม้านั่งที่เคยมีมาแต่แรกเริ่ม นี่คือของที่เจ้าของรถร้องงอแงมานานหลายปี เพราะใครจะไปอยากนั่งเบาะยาวกลางรถบ้านๆ ในเมื่อจ่ายเงินหลักล้านแล้ว



ความจริงแล้วเสียงบ่นเรื่องนี้มันดังมาตั้งแต่ R1S เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2022 พ่อบ้านแม่บ้านจำนวนไม่น้อยบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า การจะอุ้มลูกน้อยขึ้นคาร์ซีทเบาะแถวสองในรถที่เบาะเป็นม้านั่งยาว มันคือการบิดขี้เกียจตัวเองแบบไม่น่าให้อภัย การมีเบาะเดี่ยวแยกมันช่วยให้เข้าไปยืนในซอกระหว่างเบาะได้สะดวก คาดเข็มขัดง่าย ไม่ต้องโน้มตัวปวดหลังทีโอที



ที่มา / เรื่องจริงที่ลึกกว่า


แต่สิ่งที่ The Verge รายงานไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะในขณะที่ทุกคนกำลังเฮที่ได้กัปตันซีตในที่สุด สิ่งที่มาพร้อมกันในรุ่นปี 2027 คือการที่ Rivian ยังคงเมินเฉยต่อเสียงเรียกร้องอันดังลั่นของเหล่าแฟนๆ ที่อยากได้ Apple CarPlay อย่างสิ้นเชิง นี่คือประเด็นที่แท้จริงของการต่อสู้ในครั้งนี้



หลายคนอาจจะงงว่า "เอ๊ะ แล้วมันเกี่ยวกับอะไร?" มันเกี่ยวกับปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ครับพี่น้อง Rivian ฟังเสียงลูกค้าเรื่องเบาะนั่ง เพราะมันคือฮาร์ดแวร์ที่จับต้องได้ จ่ายเงินแล้วได้ของเพิ่มทันที แต่ซอฟต์แวร์อย่าง CarPlay มันคือการยอมยกการควบคุมหน้าจอในรถให้บริษัทอื่น ซึ่งขัดกับแนวคิด "เราต้องเป็นเจ้าของประสบการณ์ทั้งหมด" ของ ซีอีโอ RJ Scaringe แบบสุดขั้ว



Rivian มองว่า ระบบปฏิบัติการในรถของตัวเองคือหัวใจของแบรนด์ การมี CarPlay เท่ากับยอมให้คนอื่นมาเล่นในบ้านของตัวเอง และมันจะทำให้ตัวตนของรถค่อยๆ จางหายไป พวกเขาเลือกที่จะพัฒนาระบบเนวิเกชันและซอฟต์แวร์ของตัวเองให้ดีพอ จนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากกูเกิลหรือแอปเปิล ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกอัปเดต แต่ก็ยังไม่ถึงขั้น "ดีพอ" สำหรับคนที่ชีวิตฝังอยู่ในระบบนิเวศของแอปเปิล



ตรงนี้แหละที่ผมมองว่ามันเป็นกลยุทธ์สองคม Rivian กำลังเล่นเกมที่เสี่ยงมาก พวกเขากำลังเดิมพันว่า "ความดี" ของซอฟต์แวร์ตัวเองจะเอาชนะ "ความคุ้นเคย" ของผู้ใช้ได้ แต่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยคู่แข่งอย่าง Tesla ที่ไม่มี CarPlay มาหลายปีแล้ว และยังขายดีได้เรื่อยๆ มันก็มีเหตุผลที่ทำให้ Rivian คิดว่าตัวเองเดินมาถูกทางเหมือนกัน



อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้า R1S ที่จ่ายเงินล้านบาทเพื่อซื้อรถครอบครัวสุดหรู ไม่ใช่กลุ่มคนที่ชอบมานั่งเรียนรู้ระบบปฎิบัติการใหม่ๆ เสมอไป พวกเขาอยากเสียบสาย USB แล้วใช้ Waze หรือ Google Maps ที่ตัวเองใช้ประจำบนโทรศัพท์ทันที การที่ Rivian ปฏิเสธที่จะมอบความสะดวกสบายตรงนี้ให้ ในขณะที่ยอมทำตามเรื่องเบาะนั่ง มันเลยดูเป็นความดื้อรั้นที่ค่อนข้างไม่เข้าท่า และอาจจะทำให้เสียลูกค้าบางส่วนให้กับคู่แข่งที่ยืดหยุ่นกว่า



สรุปคือ การเพิ่มกัปตันซีตครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่า Rivian ยังฟังเสียงลูกค้าอยู่บ้าง แต่ก็ยังเลือกที่จะฟังเฉพาะบางเสียง และเพิกเฉยต่อบางเสียงที่พวกเขาไม่เห็นด้วย นี่ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของ "อัตตา" ของผู้บริหารที่มั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นดีที่สุด และในวันที่รถขายได้น้อยลงเรื่อยๆ แบบนี้ ผมว่า Rivian ควรจะถ่อมตัวลงมาคุยกับแฟนๆ บ้าง ไม่ใช่แค่ให้เบาะนั่งใหม่ แต่ให้สิ่งที่พวกเขาร้องขอในทุกวันเวลาที่เปิดแอปในรถด้วย



💡

ฟังทางนี้ Rivian: การให้กัปตันซีตมันดี แต่การดื้อรั้นไม่ใส่ CarPlay ในเมื่อทั้งโลก begging อยู่ มันคือการหันหลังให้กับความต้องการจริงของผู้ใช้ ซึ่งวันใดวันหนึ่งมันจะย้อนกลับมาฆ่าตัวเองในยอดขายแน่นอน ถ้ายังคิดว่าซอฟต์แวร์ตัวเองเจ๋งพอ ลองเปิดใจให้คนอื่นเข้ามาช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้นบ้างก็ได้



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#Rivian #EVNews #CarPlay

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 4

กำลังโหลดความคิดเห็น...