เจาะประเด็น
AI / Research
OpenAI ปล่อยโจทย์คณิต 722 ชิ้นที่ AI คิดเอง นักคณิตศาสตร์ทั้งวงการเริ่มนั่งไม่ติด
โมเดลที่ยังไม่เปิดตัวช่วยแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ค้างคามานาน พร้อมคำถามเรื่องจริยธรรมการวิจัยที่ไม่มีใครตอบได้
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าเครื่องคิดเลขของคุณเริ่มเขียนตำราคณิตศาสตร์เองได้ คำถามต่อไปคือใครจะกล้าตรวจงานของมัน
โOpenAI เพิ่งเปิดเผยว่าบริษัทมีคำตอบของปัญหาคณิตศาสตร์ที่ค้างคามานานหลายข้ออยู่ในมือ แล้วคำตอบพวกนั้นไม่ได้มาจากนักคณิตศาสตร์มนุษย์ แต่มาจากโมเดล frontier ที่ยังไม่เปิดตัวสักตัว งานชุดนี้ถูกปล่อยออกมาในรูปแบบต้นฉบับ 722 ชิ้น ครอบคลุมกลุ่มผลลัพธ์ 372 กลุ่ม ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มเปเปอร์ที่เกี่ยวข้องกันไว้ด้วยกัน ฟังดูเหมือนข่าวดีของวงการวิทยาศาสตร์ใช่ไหม แต่มันมีอีกด้านที่ทำให้คนในวงการเริ่มกังวล
เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ OpenAI อวดว่าโมเดลของตัวเองแก้โจทย์คณิตได้ในระดับที่คนทั้งวงการต้องหันมามอง มันเป็นซีรีส์ต่อเนื่องของความสำเร็จที่ทั้งน่าประทับใจและน่าอึดอัดใจในเวลาเดียวกัน เพราะยิ่ง AI แก้ปัญหาที่มนุษย์ติดมานานได้มากเท่าไหร่ คำถามเรื่องจริยธรรมการวิจัยก็ยิ่งตามมาถี่ขึ้นเท่านั้น
ถ้าจะให้เห็นภาพ ลองนับดูว่าตัวเลขพวกนี้หมายความว่าอะไรจริงๆ
722 ต้นฉบับ
จำนวนเปเปอร์ที่ OpenAI ปล่อยออกมาในชุดนี้ เป็นปริมาณที่มากพอจะทำให้คนอ่านต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะไล่ครบ
372 กลุ่มผลลัพธ์
การจัดกลุ่มเปเปอร์ที่เกี่ยวข้องกันไว้ด้วยกัน ช่วยให้เห็นว่าผลลัพธ์ไม่ได้กระจัดกระจาย แต่มีโครงสร้างที่รวมกันได้เป็นตระกูลปัญหา
โมเดลที่ยังไม่เปิดตัว
ทั้งหมดมาจาก frontier model ที่ OpenAI ยังไม่ปล่อยให้ใครใช้ นั่นหมายความว่าคนนอกไม่มีทางตรวจสอบซ้ำได้ด้วยเครื่องมือเดียวกัน
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า AI เก่งขึ้นแค่ไหน แต่อยู่ที่กระบวนการตรวจสอบผลงานทางคณิตศาสตร์มันพังทลายลงตรงไหนต่างหาก ปกติแล้วการพิสูจน์ทฤษฎีบทจะต้องผ่านการกลั่นกรองจากเพื่อนร่วมวงการ หรือ peer review ที่คนอื่นในสาขาเดียวกันช่วยกันตรวจ แต่เมื่อผลลัพธ์มาจากโมเดลที่Nobody เข้าถึงได้ การตรวจสอบแบบเดิมก็ใช้ไม่ได้ทันที
แล้วมันกระทบใครบ้าง คำตอบคือกระทบทั้งระบบนิเวศของการวิจัยคณิตศาสตร์ ตั้งแต่บรรณาธิการวารสารที่ต้องตัดสินใจว่าจะรับงานที่ AI สร้างหรือไม่ ไปจนถึงนักวิจัยรุ่นใหม่ที่อาจต้องแข่งกับเครื่องที่ทำงานได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องนอน และที่สำคัญคือคำถามเรื่องเครดิตว่าใครควรได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้นพบ
มุมของผมคือ OpenAI กำลังเดินเกมที่ฉลาดมาก คือปล่อยผลงานออกมาเป็นชุดใหญ่ๆ ให้คนพูดถึงเยอะๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เปิดโมเดลให้ตรวจสอบ ซึ่งมันสร้างสถานะที่บริษัทได้ทั้งความcredit และความลึกลับในเวลาเดียวกัน เป็นการสร้าง narrative ที่ทรงพลังมากในวงการวิชาการ
อีกด้านที่ต้องคิดคือถ้าโมเดลเหล่านี้แก้ปัญหาที่มนุษย์ติดมานานได้จริง มันหมายความว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคที่ความรู้ใหม่ของมนุษยชาติอาจถูกสร้างโดยเครื่องที่เราไม่เข้าใจว่ามันคิดยังไง นี่ไม่ใช่เรื่อง sci-fi อีกต่อไป แต่มันกำลังเกิดขึ้นจริงในสาขาคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์ทั้งหมด
สิ่งที่วงการคณิตศาสตร์กำลังเผชิญไม่ใช่แค่คำถามว่า AI เก่งพอจะแก้โจทย์หรือยัง แต่มันคือคำถามเชิงโครงสร้างว่ากระบวนการสร้างและตรวจสอบความจริงทางคณิตศาสตร์ควรเป็นอย่างไรในยุคที่เครื่องจักรเข้ามาเป็นผู้เล่นหลัก ถ้าเราไม่มีกลไกตรวจสอบที่ชัดเจน ความเชื่อใจในผลลัพธ์ก็จะกลายเป็นเรื่องของความศรัทธามากกว่าวิทยาศาสตร์
ข่าวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ OpenAI แต่เป็นสัญญาณว่ากติกาการวิจัยทางคณิตศาสตร์กำลังถูกเขียนใหม่ และถ้าวงการยังไม่รีบตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมและการตรวจสอบ เราอาจตื่นมาอยู่ในโลกที่ไม่มีใครแยกออกว่าอะไรคือผลงานของคน อะไรคือผลงานของเครื่อง
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...