เจาะประเด็น
AI / Big Tech
ชะลอ AI เพื่อความปลอดภัย หรือนี่คือการรวมหัวกันตั้งกติกาเองของยักษ์ใหญ่
เมื่อสี่เจ้าพ่อ AI ออกมาเห็นพ้องเรื่อง "ชะลอความเร็ว" คำถามที่ตามมาคือหวังดีต่อมนุษยชาติ หรือแค่ต้องการล็อกสนามไม่ให้ใครแซง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าคนที่แข่งกันสร้าง AI เร็วที่สุด จู่ๆ หันมาบอกว่า "เราควรชะลอ" คำถามคือชะลอเพื่อความปลอดภัย หรือเพื่อรอให้คู่แข่งตามไม่ทัน
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการ AI ได้รับข่าวที่ทำเอาคนในอุตสาหกรรมต้องหยุดคิดกันเลยทีเดียว เมื่อ Sam Altman ซีอีโอ OpenAI, Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic, Demis Hassabis ผู้ร่วมก่อตั้ง Google DeepMind และ Elon Musk เจ้าพ่อ SpaceX ออกมาเห็นพ้องกันแบบหลวมๆ ว่าควร "ชะลอ" การพัฒนา AI ลงสักหน่อย
ฟังครั้งแรกก็ดูดีนะครับ เหมือนบรรดาผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการ AI ยอมรับแล้วว่าการวิ่งแข่งกันแบบไม่มีเบรกมันอันตราย แต่เชื่อไหมว่าคนที่จับสังเกตเก่งๆ เขาไม่รอให้ข่าวนี้เย็นลงด้วยซ้ำ ก่อนจะออกมาถามทันทีว่า "เดี๋ยวนะ พวกคุณมีเจตนาแอบแฝงอะไรอยู่หรือเปล่า"
จุดยืนที่ทั้งสี่คนนี้เห็นพ้องกันคือการ "pace the frontier" หรือพูดง่ายๆ คือกำหนดจังหวะการขยับของเส้นพรมแดนแห่งเทคโนโลยี ไม่ให้วิ่งเร็วเกินจนควบคุมไม่ได้ แน่นอนว่ามันฟังดูเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ประเด็นคือบรรดาคนที่ลงนามในแนวทางนี้ ก็คือคนกลุ่มเดียวกับที่กำลังแข่งกันสร้างโมเดล AI ที่เก่งขึ้นทุกวันนั่นแหละ
ประเด็นที่พวกนักวิจารณ์ตั้งคำถามคือ มันมีเส้นบางๆ ระหว่าง "การตกลงเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยร่วมกัน" กับ "การรวมหัวกันกำหนดกติกาที่เอื้อกับตัวเอง" แล้วการที่คนไม่กี่คนซึ่งถือไพ่ใบใหญ่ที่สุดในสนาม มานั่งตกลงกันเองว่าจะชะลอเมื่อไหร่ มันไม่ได้ต่างอะไรกับการที่เจ้าของลีกเป็นคนตัดสินกติกาการแข่งขันเองเลย
ลองคิดตามนะครับ ถ้าคุณเป็นสตาร์ทอัพตัวเล็กที่กำลังพัฒนาโมเดล AI อยู่ แล้วจู่ๆ ยักษ์ใหญ่ทั้งสี่เจ้าออกมาเห็นตรงกันว่า "เราควรชะลอกันสักหน่อย" คำถามคือชะลอด้วยมาตรฐานอะไร ใครเป็นคนกำหนด และถ้าคุณไม่ชะลอตาม คุณจะกลายเป็นคนผิดทันทีใช่ไหม
นี่คือสิ่งที่คนในวงการเรียกว่า regulatory capture ในรูปแบบที่แนบเนียนที่สุด แทนที่รัฐบาลหรือหน่วยงานกำกับดูแลจะเป็นคนตั้งกติกา บริษัทใหญ่ๆ กลับออกมาประกาศกติกากันเองก่อน แล้วค่อยรอให้หน่วยงานรัฐมาประทับตรารับรองในภายหลัง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือกำแพงกั้นไม่ให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแย่งพื้นที่นั่นเอง
แน่นอนว่าเราไม่มีทางรู้ได้ 100% ว่าคนพวกนี้คิดอะไรอยู่ในใจจริงๆ มันอาจจะเป็นความกังวลต่อความปลอดภัยของมนุษยชาติจริงๆ ก็ได้ แต่การที่ไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่า "ชะลอ" หมายถึงอะไร ช้าลงแค่ไหน วัดยังไง และใครมีอำนาจตรวจสอบ ยิ่งทำให้ข้อตกลงนี้ดูคลุมเครือและน่ากังวลมากกว่าจะสร้างความมั่นใจ
ที่สำคัญคือข้อตกลงแบบนี้ไม่เคยมีบทลงโทษจริงจัง ถ้าใครถอนตัวหรือแอบพัฒนาเร็วกว่าที่ตกลงไว้ ก็ไม่มีกลไกอะไรบังคับได้ นอกเสียจากแรงกดดันทางสังคม ซึ่งสำหรับบริษัทที่มีเงินทุนหนาและทีมกฎหมายระดับเทพ แรงกดดันแบบนั้นแทบไม่มีความหมายอะไรเลย
ข้อตกลงชะลอ AI ของบรรดายักษ์ใหญ่ฟังดูดีในเชิงประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าไม่มีกลไกตรวจสอบที่ชัดเจนและเปิดให้คนนอกมีส่วนร่วม มันก็เสี่ยงที่จะกลายเป็นเครื่องมือล็อกสนามมากกว่าปกป้องมนุษยชาติ ใครอยากเชื่อว่าพวกเขาหวังดีก็ได้ แต่ประวัติศาสตร์บอกเราว่าเวลาเจ้าตลาดออกมาบอกว่า "ชะลอกันเถอะ" คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดมักไม่ใช่ผู้บริโภค
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...