Simon Willison's Weblog 34 วันที่แล้ว general AI Generated

How To Write With An LLM

Simon Willison's Weblog 18 Sep 2026
79
0
100
3 12m



เจาะประเด็น
AI / Writing


นักเขียนสายเทคบอกตรงๆ ใช้ LLM ได้ แต่ห้ามลอกสำนวนมันแม้แต่คำเดียว



กติกาข้อแรกที่ฟังดูโหด แต่กลับเป็นวิธีใช้ AI เขียนงานที่สมเหตุสมผลที่สุดที่ผมเจอมา




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



คำถามจริงๆ ไม่ใช่ "ควรใช้ AI เขียนไหม" แต่คือ "เรายังแยกออกไหมว่าประโยคไหนเป็นของเราจริงๆ"




ถ้าคุณเคยรู้สึกว่าข้อความที่ AI เขียนให้มันมี "กลิ่น" บางอย่างที่บอกไม่ถูก — ลื่นเกินไป เรียบเกินไป เหมือนไม่มีใครอยู่ข้างหลังจริงๆ — โทมัส พทาเซก นักพัฒนาและนักเขียนสายเทคคนหนึ่งก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน และเขาไม่ได้แค่บ่น แต่ตั้งกติกาส่วนตัวขึ้นมาข้อหนึ่งที่ฟังดูแรงใช้ได้



กติกาข้อแรกของเขาคือ: คุณห้ามใช้สำนวนหรือวลีที่ LLM เสนอให้คุณแม้แต่คำเดียว ฟังดูเหมือนเล่นใหญ่ แต่เหตุผลของมันคมกว่าที่คิด



“
I think that as a form of intellectual personal protective equipment you should adopt the rule that any specific turn of phrase an LLM suggests is off limits. Be strict about the rule!


พทาเซกเรียกกติกานี้ว่าเป็น "อุปกรณ์ป้องกันตัวทางปัญญา" (intellectual personal protective equipment) ซึ่งเป็นคำที่เลือกได้ตรงจุดมาก เพราะสิ่งที่เขากังวลไม่ใช่เรื่องคุณภาพงานเป็นหลัก แต่เป็นการรักษาความเป็นเจ้าของถ้อยคำของตัวเองไว้ ไม่ให้ปนเปื้อนไปกับภาษาที่ AI ปั้นออกมา



แล้วเขาใช้ LLM ทำอะไร


จุดที่ผมชอบในแนวทางนี้คือมันไม่ได้สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง พทาเซกไม่ได้บอกว่า "อย่าแตะ AI" แต่เขาวางขอบเขตชัดเจนว่า AI ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ในงานเขียนของเขา งานที่ให้ AI ทำคือ:




ตรวจข้อเท็จจริง

ใช้เช็กว่าข้อมูลที่เขียนไปถูกต้องหรือไม่



ตรวจการสะกดและไวยากรณ์

ทำหน้าที่เหมือนโปรแกรมพิสูจน์อักษรมากกว่าคนเขียน



หาคำ synonym เป็นครั้งคราว

ใช้เป็น thesaurus ชั่วคราวเวลานึกคำไม่ออก


ส่วนงานที่เขาไม่ยอมให้ AI แตะเด็ดขาดคือการเขียนเนื้อหาให้บล็อกของเขาเอง อันนี้คือเส้นแบ่งที่ชัดเจน — AI เป็น "บรรณาธิการ" ได้ แต่ห้ามเป็น "คนเขียน"



ทำไมกติกานี้ถึงได้ผล


พทาเซกบอกว่ากติกา "ห้ามใช้สำนวนที่ AI เสนอ" ให้ความรู้สึกดีกับเขา เพราะข้อความที่ได้มันมี "กลิ่นแปลกๆ" ที่จับต้องได้ และตัวกติกาเองก็ช่วยให้เขามีวินัยในการเขียน ไม่ปล่อยให้ตัวเองไหลตามความง่าย



ตรงนี้ผมว่าเป็นประเด็นที่คนพูดถึงน้อยมากในวงการ ทุกวันนี้เราถกกันเยอะเรื่อง "AI เขียนงานแทนได้ไหม" หรือ "นักเขียนจะตกงานไหม" แต่คำถามที่พทาเซกกำลังชี้คืออีกเรื่องเลย — ถ้าคุณใช้ AI เสนอสำนวนให้ แล้วคุณก็ลอกมันมาโดยไม่ทันคิด สุดท้ายงานที่ออกมาจะยังเป็น "งานของคุณ" อยู่ไหม หรือมันกลายเป็นงานที่คุณแค่เซ็นชื่อกำกับ



และที่สำคัญกว่าคือ "กลิ่น" ที่เขาพูดถึงนั่นแหละ คนอ่านจำนวนมากเริ่มจับได้แล้วว่าข้อความไหนผ่าน AI มา มันไม่ใช่แค่เรื่องคำศัพท์ซ้ำๆ หรือโครงสร้างประโยคที่เป๊ะเกินมนุษย์ แต่เป็นความรู้สึกว่าข้อความนั้นไม่มีความคิดของใครจริงๆ อยู่ข้างใน



นอกจากตัวกติกา พทาเซกยังโชว์สกรีนช็อตเครื่องมือพิสูจน์อักษร LLM ส่วนตัวของเขา พร้อมแชร์ prompt ที่ช่วยให้คนอื่นเริ่มสร้างเครื่องมือแบบเดียวกันได้เองด้วย แปลว่าเขาไม่ได้แค่ตั้งกฎแล้วจบ แต่ลงมือสร้างระบบงานจริงที่สอดคล้องกับกฎนั้น



💡

กติกาของพทาเซกอาจฟังดูเข้มงวดเกินไปสำหรับหลายคน แต่ถ้าคุณเขียนงานเป็นอาชีพหรือแค่จริงจังกับงานเขียนของตัวเอง การแยกให้ออกว่าประโยคไหน "ของเรา" กับประโยคไหน "ของ AI" ไม่ใช่แค่เรื่องศีลธรรมทางวิชาชีพ แต่เป็นเรื่องการรักษาเสียงของตัวเองไว้ไม่ให้หายไปในกองข้อความที่ลื่นไหลแต่ไร้ตัวตน



ที่มา: Simon Willison's Weblog — อ่านต้นฉบับ


#AIWriting #LLMTools #WritingCraft

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 3

กำลังโหลดความคิดเห็น...