เจาะประเด็น
Dev Tools
มึงยังใช้ AI เขียนโค้ดแบบ GUI อยู่เหรอ? เจ้า Hax มันมาทำงานใน Terminal ล้วนๆ เขียนด้วย C ด้วยนะโว้ย
ลืมพวก IDE อ้วนๆ ไปได้เลย สำหรับคนที่อยากได้ AI ที่ไวปรู๊ดปร๊าด ไม่กินแรม แถมไม่ต้องมานั่งรอ spinner หมุนเป็นชาติ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
พูดกันตรงๆ เลย ตอนนี้ตลาด AI coding agent มันเต็มไปด้วยพวกเด็กเส้นอ้วนๆ อย่าง Copilot หรือ Cursor ที่โฆษณาเก่ง แต่พอใช้งานจริงก็อืดอาด กินแรมเป็นบ้า กินแบตเหมือนดูดเลือด แล้วที่แย่สุดคือมันบังคับให้เราอยู่ในระบบนิเวศของมัน ต้องเปิด IDE หนักๆ เท่านั้น ถึงจะใช้ได้ แต่รอบนี้มีไอ้หนูตัวใหม่โผล่มาจากมุมหนึ่งของอินเทอร์เน็ต ชื่อว่า Hax มันบอกว่า "กูไม่เอาแล้ว" มันเลือกที่จะเกิดใน Terminal ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี และเขียนด้วยภาษา C ซึ่งเป็นภาษาที่โคตรจะดิบและแรง
ผมเห็นโปรเจกต์นี้ถูกแชร์ใน Hacker News เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา (คะแนน 34 แต้ม แสดงว่าคนเริ่มสนใจแล้ว) สิ่งที่มันทำให้ผมสะดุดตาทันทีไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่เป็นปรัชญาของมันที่ชัดเจนมาก: "minimalist" และ "terminal-native" นี่มันคือการกลับไปสู่พื้นฐานของวิศวกรจริงๆ ไม่ใช่การสร้างอีโก้ผ่าน UI ฉูดฉาด แต่เป็นการสร้างเครื่องมือที่ทรงพลังและทำงานได้จริงในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายที่สุดของนักพัฒนา
ลองคิดดูนะ สมมติคุณนั่งทำงานผ่าน SSH เข้าไปบนเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล หรืออยู่ใน Docker container ที่ไม่มี GUI มากรองบังตา แล้วคุณอยากได้ AI มาช่วยรีแฟกเตอร์โค้ด คุณจะทำยังไง? ใช้ Copilot บน Vim เหรอ? มันก็พอได้ แต่ไม่ลื่นไหล ส่วน Hax มันถูกออกแบบมาเพื่อตรงนี้เลย มันคือ AI agent ที่ทำงานอยู่ใน Terminal ของคุณโดยตรง ไม่ต้องเปิดเบราว์เซอร์ ไม่ต้องเปิดหน้าต่างเพิ่ม มันแค่รอคำสั่งคุณในเชลล์ แล้วลงมือทำงาน เขียนด้วย C ทำให้มันเบาและเร็วมาก เปิดปุ๊บทำงานปั๊บ ไม่มีช่วงเวลา "กำลังโหลด" ให้กวนใจ
ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือเรื่องของ "ความเร็ว" ผมไม่ได้พูดถึงแค่ความเร็วในการตอบสนองนะ แต่หมายถึงความเร็วของตัวโปรแกรมเองด้วย การเขียนด้วยภาษา C หมายความว่าตัว agent นี้มี overhead ต่ำมาก มันไม่ใช่ Electron app ที่เปิดมาทีละ 500MB แรม แต่เป็น binary ขนาดเล็กที่ทำงานได้ทันที สำหรับคนที่เบื่อหน่ายกับความอืดของเครื่องมือสมัยใหม่ นี่คืออากาศบริสุทธิ์จริงๆ
ผมว่าการมาของ Hax มันเป็นสัญญาณที่ดีของวงการ เรากำลังเห็นกระแสต่อต้านความอ้วนของซอฟต์แวร์ (software bloat) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่า "ทำไมแค่อยากได้ AI ช่วยเขียนโค้ด ต้องเปิดโปรแกรมที่กินแรม 2GB วะ?" แล้วคำตอบที่ออกมาคือการกลับไปสู่ความเรียบง่าย แต่ผมต้องบอกตามตรงว่า มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบทั้งหมด เพราะการเขียน AI agent ด้วยภาษา C นั้น มันจะมาพร้อมกับความยากในการพัฒนาต่อยอด โดยเฉพาะเรื่องการจัดการหน่วยความจำหรือการ integrate กับ library สมัยใหม่อื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เขียนด้วย Python หรือ Rust ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับคนอยากมีส่วนร่วมพัฒนา (contributor) ในอนาคต
อีกเรื่องที่ผมอยากเห็นคือตัว benchmark จริงๆ ว่ามันเก่งและฉลาดเท่าเจ้าพวก GPT-4 หรือ Claude หรือเปล่า? เพราะถ้าเร็วแต่มึน โค้ดที่ออกมาใช้ไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่วิธีคิดของมันที่ว่า "ทำน้อยๆ แต่ทำได้จริง" นั้น ผมว่ามันใช่ และเชื่อว่ามันจะจุดประกายให้เกิดเครื่องมือแนวนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต
ฟังนะ มึงอาจจะยังไม่ต้องทิ้ง Cursor แล้วมาหันใช้ Hax เป็นตัวหลักตอนนี้ก็ได้ แต่มันคือสัญญาณเตือนว่า "ความเร็ว" และ "ความมินิมอล" กำลังจะกลับมาเป็นสิ่งที่ผู้คนให้คุณค่าอีกครั้ง และถ้าเทรนด์นี้ไปต่อ เจ้าพวก AI ยักษ์ใหญ่ที่อ้วนช้า จะต้องเริ่มสั่นตัวบ้างแล้วล่ะ
ที่มา: Hacker News (Coding/Agent) — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...