เจาะประเด็น
Software
ไมโครซอฟต์เขี่ยแอปคู่หูทิ้งปี 2026 แต่ให้ผู้ใช้ลบเอง
บังคับติดตั้งไว้บนเครื่อง แล้วพอเลิกใช้ก็ปล่อยให้คนอื่นเก็บกวาดซากเอง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
แอปที่ไม่มีใครขอให้ติดตั้ง กลายเป็นแอปที่ไม่มีใครอยากลบด้วยมือตัวเอง
ย้อนไปช่วงต้นปี 2025 ไมโครซอฟต์เพิ่มแอป "คู่หู" (companion) สามตัวเข้าไปในชุด Microsoft 365 ได้แก่ Calendar, People และ Files แนวคิดคือให้ผู้ใช้เข้าถึงปฏิทิน รายชื่อคน และไฟล์ต่างๆ ได้แบบไวๆ จากทาสก์บาร์ของ Windows 11 โดยตรง ฟังดูเหมือนเป็นไอเดียที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นใช่ไหมล่ะ แต่ความจริงคือลูกค้า Microsoft 365 ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีประโยชน์อะไรเลยสักนิด
ผลลัพธ์ก็เลยออกมาเป็นแบบที่เห็น ไมโครซอฟต์ประกาศจะปลดระวางแอปทั้งสามตัวนี้ในวันที่ 16 ธันวาคม 2026 นับจากเปิดตัวมาก็ไม่ถึงสองปีด้วยซ้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างคลาสสิกของไมโครซอฟต์ในเรื่องแอปจิ๋วที่อายุสั้นชะมัด
ถ้าถามว่าทำไมมันถึงล้มเหลว คำตอบอยู่ในดีไซน์ของตัวมันเอง แอปพวกนี้ดึงข้อมูลจากแอป Microsoft 365 มาสร้างเป็นข้อมูลเชิงลึกแบบเร็วๆ เกี่ยวกับคนใดคนหนึ่ง ไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง หรืออีเวนต์ในปฏิทิน แต่ตัวมันเองมีสถานะเป็นแค่ตัวห่อ WebView2 เท่านั้น คือไม่ได้เป็นแอปที่ทำงานเต็มรูปแบบอะไร แต่ไปเพิ่มชั้นของแอปพลิเคชันเข้าไปอีกชั้นหนึ่งบนเครื่องผู้ใช้ เรียกได้ว่าเพิ่มความยุ่งโดยไม่ได้เพิ่มคุณค่า
เรื่องที่น่าหงุดหงิดกว่านั้นคือวิธีที่ไมโครซอฟต์ผลักแอปพวกนี้ให้ผู้ใช้ สำหรับคนที่ใช้ Microsoft 365 หรือที่แต่ก่อนเรียกกันว่า Office อยู่นั้น ทางบริษัทพยายามติดตั้งแอปเหล่านี้แบบอัตโนมัติบนเครื่องพีซีหลายเครื่อง และหลังจากติดตั้งแบบบังคับเสร็จ ก็ยังปักหมุดแอปพวกนี้ไว้บนทาสก์บาร์ให้อีก ถึงแม้ไมโครซอฟต์จะยืนยันว่ามีการติดตั้งอัตโนมัติจริง แต่ผู้ดูแลระบบมีทางเลือกที่จะปฏิเสธได้ ส่วนผู้ใช้ทั่วไปน่ะเหรอ ต้องคอยจัดการมันเองไปเรื่อยๆ
และไฮไลต์ของเรื่องนี้ก็คือ หลังวันเส้นตาย 16 ธันวาคม ไมโครซอฟต์ยืนยันว่าแอปพวกนี้จะหยุดทำงาน แต่ผู้ใช้จะต้องเป็นคนลบมันออกเองด้วยมือ พูดง่ายๆ คือหลังจากบังคับให้คนติดตั้งมาแล้ว ตอนนี้ก็ปล่อยให้เขาจัดการเก็บกวาดซากกันเอง
มุมที่ผมอยากให้คิดต่อคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไมโครซอฟต์ทำแบบนี้ และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย วัฏจักรของมันชัดเจนมาก เริ่มจากผลักฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่มีใครขอ ให้เหตุผลว่าช่วยเพิ่ม productivity บังคับติดตั้งให้มากที่สุด พอผู้ใช้ไม่เล่นด้วยก็เงียบๆ ถอดออก แล้วปล่อยให้ผู้ใช้เสียเวลามานั่งลบเอง
สำหรับองค์กรที่ต้องดูแลเครื่องพีซีเป็นร้อยเป็นพันเครื่อง เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความน่ารำคาญ แต่เป็นภาระงานจริงๆ ที่ต้องมาคอยตามลบแอปที่บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ยัดใส่เครื่องให้ก่อนหน้านี้
บทเรียนของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ "แอปนี้ห่วย" แต่คือการที่บริษัทซอฟต์แวร์ยังคิดว่าติดตั้งของใส่เครื่องผู้ใช้ก่อนแล้วค่อยให้เขาลบทีหลังเป็นเรื่องที่โอเค — ซึ่งมันไม่โอเคเลย
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...