เจาะประเด็น
Gaming
Witcher 4 ยังไม่ทันออก แต่ CDPR ฟันธงแล้วว่าศีลธรรมเทาๆ คือหัวใจของเกม
กว่าจะได้บทที่ "ไม่กลวง" ทีมงานต้องเขียนใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนั่นคือเหตุผลที่เกมนี้กินเวลาพัฒนายาวขนาดนี้
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เกมที่ตัวเลือกไม่มีคำตอบว่า "ถูก" จริงๆ อาจเป็นเกมที่คนจำได้นานที่สุด
เราจะได้เห็น The Witcher IV กันในปี 2028 ตามที่ CD Projekt Red วางกรอบเวลาไว้ แต่ดูเหมือนว่าปรัชญาหลักของเกมจะถูกตกลงกันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ตอนนี้ โดยเฉพาะเรื่อง "ศีลธรรม" ที่จะกลายเป็นแกนกลางของประสบการณ์ทั้งเกม
เรื่องนี้ไม่ใช่การคาดเดาของแฟนเกม แต่มาจากปากของ Adam Badowski ซีอีโอร่วมของ CDPR เอง ที่ขึ้นเวทีเสวนาในงาน International Festival of Comics ที่โปแลนด์ แล้วพูดตรงๆ ถึงทิศทางของเกมภาคใหม่ ทั้งเรื่องเนื้อเรื่องและระบบศีลธรรมที่เขาบอกว่าจะถูกให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ ทำไมเกมนี้ถึงใช้เวลาพัฒนานานขนาดนี้ — Badowski อธิบายว่าส่วนใหญ่เป็นเพราะการเขียนบทใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทีมงานต้องรื้อและแก้เนื้อเรื่องหลายรอบเพื่อให้ได้เรื่องราวที่ "รู้สึกจริง" ไม่กลวง และไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องที่ดูดีบนกระดาษ แต่ต้องเป็นเรื่องที่คนเล่นรู้สึกเชื่อมโยงได้จริง
การเขียนบทใหม่ซ้ำๆ ฟังดูเหมือนเป็นสัญญาณไม่ดี แต่มุมของผมคือมันกลับสะท้อนว่าสตูดิโอเลือกจะไม่ปล่อยอะไรที่ยังไม่แน่ใจออกมา มากกว่าจะเร่งให้ทันกำหนดแล้วจ่ายของครึ่งๆ กลางๆ ให้แฟนเกม — ซึ่งกับประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของ CDPR เรื่องนี้สำคัญมาก
ไฮไลต์จริงๆ ของข่าวนี้อยู่ที่ระบบเลือกได้ (choices-matter) แบบละเอียดอ่อนและกำกวม ซึ่ง Badowski บอกว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกมนี้ "ทิ้งความประทับใจไว้ในใจผู้เล่นได้ยาวนาน" — ฟังดูเป็นคำการตลาดก็จริง แต่ถ้าดูจากรากของซีรีส์ Witcher เอง มันคือ DNA ของเกมนี้มาตั้งแต่ภาคแรก
Witcher ไม่เคยเป็นเกมที่แบ่งชัดว่าอะไรถูกอะไรผิด ตัวเลือกส่วนใหญ่คือการเลือก "ความเลวที่รับได้น้อยกว่า" มากกว่าเลือกฮีโร่กับวายร้าย และจากที่ Badowski พูด เราน่าจะได้เห็นตัวเลือกเล็กๆ ที่ส่งผลต่อบทสนทนากับตัวละคร แถมอาจเปลี่ยนเส้นเรื่องบางจุดได้ด้วย
ตรงนี้แหละที่ผมว่าสำคัญ เพราะเกม AAA ยุคนี้จำนวนไม่น้อยเลือกทางปลอดภัย — ใส่ระบบเลือกได้แบบผิวเผิน ให้ผู้เล่นรู้สึกว่ามีอิสระ แต่สุดท้ายทุกเส้นทางก็ไปจบที่เดิม CDPR ดูจะรู้ตัวว่าถ้าจะให้เกมอยู่ยาว ต้องกล้าให้ตัวเลือกมันเจ็บจริง
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่คำพูดบนเวที ยังไม่มีเกมจริงให้จับ ยังไม่มีเดโมให้ลอง และอีก 3 ปีกว่าจะถึงปี 2028 อะไรก็เปลี่ยนได้ แต่การที่ซีอีโอออกมาพูดเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็บอกอะไรได้อย่างหนึ่ง — พวกเขารู้ว่าจุดขายของ Witcher ไม่ใช่กราฟิกสวยหรือระบบต่อสู้ลื่นๆ แต่มันคือการตัดสินใจที่คนเล่นต้องนั่งคิดหนัก
ถ้า CDPR ทำได้จริงอย่างที่พูด Witcher 4 อาจเป็นเกมที่คนเถียงกันเรื่อง "เลือกแบบไหนถูก" ไปอีกหลายปีหลังเกมออก — ซึ่งนั่นแหละคือความสำเร็จที่เกมเล่าเรื่องแบบนี้ควรมองหา ไม่ใช่ยอดขายสัปดาห์แรก
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...