ข่าวเด่น
Gaming
The Witcher 3 Remastered ประกาศอย่างเป็นทางการ พร้อมของใหม่เพียบ แต่ที่เซอร์ไพรส์สุดคือ Nintendo Switch 2
เกมในตำนานไม่ได้แค่ปรับภาพให้สวยขึ้น แต่ยกเครื่องทั้งระบบการเล่น และครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะได้ลงเครื่องนินเทนโดรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าคุณเป็นคนที่บอกว่า "เล่น Witcher 3 ไปแล้วรอบนึง ไม่เล่นซ้ำ" ข่าวนี้จะทำให้คุณต้องคิดใหม่ เพราะมันไม่ใช่แค่รีมาสเตอร์เฉยๆ แต่คือการกลับไปเล่นแบบที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน
งาน gamescom Opening Night Live ปีนี้เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ เพราะนอกจากจะมีการประกาศเกมใหม่เพียบแล้ว ยังมีเซอร์ไพรส์สำหรับแฟนๆ The Witcher ตัวยงด้วยการเปิดตัว The Witcher 3: Wild Hunt Remastered แบบเต็มรูปแบบ พร้อมตัวอย่างแรกที่โชว์ให้เห็นว่ามันไม่ใช่แค่การขัดภาพให้เงาแวววาวแบบรีมาสเตอร์ทั่วๆ ไป แต่มันคือการยกเครื่องครั้งใหญ่ของหนึ่งในเกม RPG ที่ดีที่สุดตลอดกาล
ฟังจากที่เขาประกาศในงานแล้วบอกเลยว่าของที่แถมมาให้มันเยอะจนน่าตกใจ ไม่ใช่แค่ภาพสวยขึ้นเท่านั้นนะ แต่มีการปรับปรุงระบบคอมแบตให้ลื่นไหลขึ้น การเคลื่อนไหวและการเดินทางที่ดีขึ้น เอฟเฟกต์สัญลักษณ์วิชเชอร์ใหม่หมด คุมม้าได้ถนัดมือขึ้น พฤติกรรมมอนสเตอร์ฉลาดขึ้น ระบบสกิลรีบาลานซ์ใหม่ทั้งหมด ระบบแปลงร่างเครื่องแต่งกาย (transmogrification) โหมดถ่ายภาพที่ขยายเพิ่มเติม ท่าเก็บศพแบบใหม่ และอีกสารพัดที่เขายังไม่ยอมบอกหมดในตัวอย่าง
แต่จุดที่ทำให้คนทั้งห้องกรี๊ดแตกไม่ใช่แค่เรื่องกราฟิกหรือระบบการเล่นนะ เพราะการประกาศครั้งนี้ยังยืนยันว่า Remastered จะลงให้กับ PC, PlayStation 5 และ Xbox Series X|S ซึ่งใครๆ ก็เดาได้อยู่แล้ว แต่ที่ไม่มีใครคาดคิดคือการยืนยันว่าจะมีเวอร์ชันเนทีฟลง Nintendo Switch 2 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเกมนี้ พร้อมเปิดให้พรีออเดอร์ได้แล้วตอนนี้ เรียกได้ว่าคนที่ซื้อเครื่องนินเทนโดรุ่นใหม่ไว้มีเหตุผลต้องควักกระเป๋าอีกรอบแน่นอน
อันนี้ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจของ CD Projekt Red ในการพา Witcher 3 มาลง Switch 2 มันเป็นหมากที่ฉลาดมาก เพราะเกมนี้มันเป็นหนึ่งในเกมที่คนเล่นซ้ำได้ไม่รู้จบ ยิ่งถ้าได้เล่นบนเครื่องพกพาที่แรงพอจะรันแบบเนทีฟได้สบายๆ ด้วยล่ะก็ บอกได้เลยว่าชั่วโมงบินของคุณจะหายไปกับมันอีกหลายร้อยชั่วโมงอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ในงานเดียวกันยังมีการเปิดตัวอย่างแรกของ Songs of the Past ซึ่งเป็นเนื้อหาใหม่ที่พาเราไปรู้จักกับภูมิภาคใหม่ที่ชื่อว่า Letten ดินแดนที่ดูเงียบสงบ อุดมไปด้วยวัฒนธรรมพื้นบ้านและตำนานท้องถิ่น ชาวบ้านที่นี่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับผลผลิตอันอุดมสมบูรณ์และเทศกาลที่หรูหรา แต่แน่นอนว่าถ้าเป็นโลกของ The Witcher แล้วล่ะก็ ความสงบสุขแบบนี้มันต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลังแน่นอน
เกรอลต์จะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพื่อต่อสู้กับความชั่วร้ายที่หลับใหลมานาน และนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ามันน่าสนใจมาก เพราะการที่พวกเขาเลือกสร้างภูมิภาคใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ต่อยอดจากแผนที่เดิม แสดงให้เห็นว่าพวกเขาตั้งใจจะมอบประสบการณ์ใหม่จริงๆ ไม่ใช่แค่ยำของเก่ามาเสิร์ฟใหม่
ถามว่าผมตื่นเต้นกับอะไรที่สุดระหว่าง Remastered กับ Songs of the Past ตอบตรงๆ เลยว่า Remastered เพราะการที่เขาปรับระบบสกิลใหม่ทั้งหมดและเพิ่ม transmogrification (ระบบที่ให้คุณใส่ชุดอะไรก็ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสเตตัส) มันคือการตอบโจทย์คนที่เล่นมาแล้วหลายรอบแบบตรงจุดที่สุด แล้วถ้าให้เดา การที่ Remastered ลง Switch 2 ด้วยน่าจะเป็นสัญญาณว่า CD Projekt Red กำลังเตรียมพื้นที่ให้แฟนๆ เกมบนเครื่องพกพาได้รู้จักกับโลกของวิชเชอร์ก่อนที่ภาคใหม่จะมา ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดมาก
โดยรวมแล้วงานนี้ถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอยสำหรับแฟนๆ The Witcher ทุกคน เพราะได้ทั้งเกมเก่าที่ถูกปรับปรุงจนแทบจะกลายเป็นเกมใหม่ และได้เห็นเนื้อหาสดใหม่ที่ขยายโลกของเกรอลต์ออกไปอีกครั้ง ใครที่บอกว่า Witcher 3 จบแล้วสำหรับตัวเอง ขอบอกเลยว่าคราวนี้มันยังไม่จบ และมันกำลังจะกลับมาทำให้คุณเสียเวลากับมันอีกครั้งแน่นอน
Remastered ครั้งนี้คือการยกระดับ Witcher 3 จากเกม RPG ที่ดีอยู่แล้วให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ และการลง Switch 2 คือการยอมรับว่า "ความสะดวกในการเล่น" คือสิ่งสำคัญที่สุดในยุคนี้ ใครที่ยังลังเลว่าจะซื้อเครื่องนินเทนโดรุ่นใหม่อีกรอบไหม บอกได้เลยว่านี่คือเหตุผลที่เพียงพอแล้ว
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...