เจาะประเด็น
Hardware
Colorful ปลุก RTX 3050 กลับมาใส่โน้ตบุ๊กเกมมิ่งรุ่นใหม่ ยุคที่ของใหม่แพงจนต้องถอยไปใช้ของเก่า
เมื่อการ์ดจอรุ่นใหม่ราคาไม่ไหว แบรนด์เลยเลือกหยิบการ์ดรุ่นปี 2021 กลับมาขายใหม่ในร่างเดิม
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าของใหม่มันแพงเกินเอื้อม คำตอบของวงการอาจไม่ใช่รอนวัตกรรม แต่คือการขุดของเก่ามาขายซ้ำ
มีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นในตลาดโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง เมื่อ Colorful แบรนด์ฮาร์ดแวร์จากจีน ตัดสินใจหยิบการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2021 กลับมาใส่ในโน้ตบุ๊ก Panda รุ่นล่าสุดของตัวเอง ฟังดูเหมือนย้อนยุค แต่ถ้ามองบริบทตลาดตอนนี้ มันคือสัญญาณที่บอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับวงการพีซี
ข่าวนี้ถูกตีความว่าเป็นผลพวงตรงๆ จากวิกฤตฮาร์ดแวร์พีซีที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ซึ่งกระทบผู้ผลิตพีซีทั้งรายใหญ่รายเล็ก ต้นทุนชิ้นส่วนหลายอย่างพุ่งสูงจนแบรนด์ต้องหาทางออก และทางออกที่ Colorful เลือกคือ "ถอยกลับไปใช้ของเก่า"
ว่ากันที่ตัวเครื่อง Colorful Panda P15E รุ่นใหม่นี้ ใช้ตัวเครื่องและดีไซน์ 15 นิ้วแบบเดียวกับเวอร์ชัน RTX 5050 ที่แบรนด์เคยขายมาก่อน แต่ข้างในเปลี่ยนไปคนละเรื่องเลย
ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-13420H 8 คอร์ 12 เธรด แยกเป็น P-Core 4 ตัว กับ E-Core 4 ตัว พร้อม iGPU Intel Iris Xe 80EU ส่วนการ์ดจอแยกคือ RTX 3050 ตามที่บอกไป ขณะที่หน่วยความจำถอยมาใช้ DDR4-3200 ขนาด 16 GB และสตอเรจเป็น SSD M.2 ความจุ 512 GB หน้าจอเป็น IPS ขนาด 15.6 นิ้ว รีเฟรชเรต 144 Hz
จุดที่ต้องพูดตรงๆ คือการที่เครื่องนี้ยังใช้ DDR4 อยู่ทั้งที่ DDR5 เป็นมาตรฐานของแพลตฟอร์มใหม่ๆ ไปแล้ว มันบอกชัดว่า Colorful กำลังประหยัดต้นทุนตรงจุดนี้ และ RTX 3050 เองก็เป็นรุ่นที่ต่ำกว่า RTX 5050 อยู่หลายขั้น
ตอนนี้ยังไม่เห็นเวอร์ชัน RTX 3050 ตัวนี้วางขายนอกจีน แต่ในประเทศจีนมันมีขายบน JD.com ในราคา 6,299 หยวน หรือประมาณ 938 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ตัวเลขนี้ทำให้เราต้องคิดหนัก เพราะถ้าเทียบกับสเปกที่ได้ มันไม่ใช่ดีลที่ถูกจนน่าตะโกนอะไร แต่ในตลาดที่การ์ดจอรุ่นใหม่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ การมีตัวเลือกที่สเปกเก่าลงแต่ราคายังพอเอื้อมถึง อาจเป็นสิ่งที่ผู้ใช้บางกลุ่มยอมรับได้
มุมมองของผมคือ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวเปิดตัวสินค้าใหม่ธรรมดา แต่มันสะท้อนว่าวงการพีซีกำลังอยู่ในจุดที่ผู้ผลิตต้อง "ถอยหลังเพื่อไปข้างหน้า" การนำชิปที่ออกมา 4 ปีแล้วกลับมาใช้ซ้ำ ไม่ใช่เพราะมันดี แต่เพราะมันถูกกว่า และนั่นคือสัญญาณว่าต้นทุนฮาร์ดแวร์กำลังกดดันแบรนด์หนักมากพอที่จะยอมเสียภาพลักษณ์
ถ้าอีกหน่อยเราเริ่มเห็นโน้ตบุ๊กเกมมิ่งรุ่นใหม่ใช้ชิปเก่าถี่ขึ้นเรื่อยๆ นั่นแปลว่าวิกฤตฮาร์ดแวร์รอบนี้ไม่ได้แค่ทำให้ของแพง แต่กำลังบังคับให้ทั้งวงการยอมรับว่าการอัปเกรดทุกปีมันจบไปแล้ว
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...