เจาะประเด็น
Gadgets
ผมทำลายเวลาขับถ่ายของแมว ด้วยป้ายนีออนเปิด-ปิดอัตโนมัติ
ความพยายามทำ gadget แสนสนุกเพื่อมอนิเตอร์พฤติกรรมแมว กลายเป็นฝันร้ายทางจิตใจของเจ้าเหมียวสองตัวโดยไม่ทันตั้งตัว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เคยสงสัยไหมว่าเรา "สะดวก" เพื่อใคร? บางทีเทคโนโลยีบางอย่างมันสร้างปัญหาให้ชีวิตที่มันควรจะช่วยแก้ซะอีก
คอลัมนิสต์สายแกดเจ็ตของ The Verge ท่านหนึ่งตัดสินใจอัปเกรดชีวิตแมวเหมียวสองตัวของเขาให้ทันสมัยขึ้น ด้วยการติดตั้งป้ายไฟนีออน "ON AIR" ขนาดเล็กไว้เหนือกระบะทราย พร้อมเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว
หลักการทำงานมันง่ายมาก: เมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้า Noodle หรือ Loaf ก้าวขาเข้าไปในกระบะทราย ป้ายไฟสีแดงสดก็จะสว่างวาบขึ้นมาทันที เหมือนสตูดิโออัดรายการโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศสด สร้างความฮาให้เจ้าของเป็นอย่างมากในตอนแรก
เขาบอกว่าไอเดียมันมาจากการที่อยากรู้ว่าแมวตัวไหนเข้าห้องน้ำบ่อยแค่ไหน โดยไม่ต้องแอบไปนั่งเฝ้าดู หรือต้องไปจดบันทึกด้วยมือ ฟังดูเป็นไอเดียที่ "เทค" และสร้างสรรค์ดีใช่ไหมล่ะ? แต่ในความเป็นจริง มันกลับกลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างความเครียดให้กับแมวโดยไม่รู้ตัว
แมวเป็นสัตว์ที่รักความสันโดษเป็นที่สุด โดยเฉพาะเวลาที่ต้องขับถ่าย นั่นคือช่วงเวลาที่พวกมันเปราะบางที่สุดในฐานะนักล่า การมีไฟแดงสว่างวาบผุดขึ้นมาขณะที่กำลังทำธุระส่วนตัว มันเหมือนกับเรากำลังนั่งอยู่ในห้องน้ำแล้วมีคนเปิดไฟสปอตไลท์ส่องหน้าพร้อมส่งเสียงประกาศว่า "เฮ้ ทุกคนดูนี่สิ!" ซึ่งมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีแน่นอน
ผลลัพธ์ที่ได้คือ แมวทั้งสองตัวเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป พวกมันเริ่มลังเลที่จะเข้าไปในกระบะทราย บางครั้งถึงขั้นยืนมองป้ายไฟอย่างหวาดระแวงก่อนจะตัดสินใจเข้าไป หรือบางตัวถึงกับวิ่งหนีออกมากลางคัน เพราะกลัวว่าไฟจะสว่างขึ้นตอนที่กำลังเผชิญหน้ากับ "ภารกิจสุดยาก"
เจ้าของแมวผู้เคราะห์ร้ายยอมรับว่า เขาประเมินความรู้สึกของแมวต่ำเกินไป ที่ผ่านมาเขาคิดเสมอว่าแมวของเขาใช้ชีวิตแบบ "โลว์เทค" คือไม่เคยสัมผัสกับเครื่องให้อาหารอัตโนมัติ หรือกระบะทรายอัจฉริยะ แต่การที่เขาคิดจะเพิ่ม "ความสะดวก" ให้กับตัวเองโดยไม่คำนึงถึงผลข้างเคียง มันคือบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เขาเข้าใจธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
เรื่องนี้มันสะท้อนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวงการเทคโนโลยีได้ดีมาก เรามักจะตื่นเต้นกับนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ promise ว่าจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ลืมถามไปว่า "มันจำเป็นจริงไหม?" หรือ "มันเหมาะกับบริบทของเราหรือเปล่า?" บางครั้งการแก้ปัญหาที่ไม่เคยมีอยู่ ก็แค่สร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาแทนที่เฉยๆ
สุดท้ายแล้ว เขาก็ต้องถอดป้ายไฟนีออนออก และปล่อยให้แมวได้ใช้เวลาส่วนตัวอย่างสงบสุขเหมือนเดิม กลับไปสู่การใช้ชีวิตแบบเดิมที่เรียบง่าย ไม่มีไฟกระพริบ ไม่มีเซนเซอร์ ไม่มีความเครียดจากเทคโนโลยีที่ไม่จำเป็น
บทเรียนครั้งนี้คือ บางที "ของมันต้องมี" อาจจะไม่ได้แปลว่า "เราต้องมี" เสมอไป โดยเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้ขอให้เราพัฒนาชีวิตให้มัน Gadget บางอย่างมันก็แค่ของเล่นสำหรับเรา แต่คือฝันร้ายสำหรับคนอื่นในบ้าน
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...