เจาะประเด็น
Entertainment / Star Wars
เผยทีเซอร์ Ahsoka ซีซัน 2! ดาร์กขึ้น เวทมนตร์ครองจักรวาล แต่นี่มัน Star Wars หรือเวทมนตร์คาถากันแน่?
Lucasfilm ปล่อยตัวอย่างแรกกลางงาน D23 ยืนยันวันฉายมกราคม 2027 พร้อมโชว์โทนเรื่องที่มืดหม่นและลึกลับกว่าเดิมแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เพื่อนๆ ที่รอคอยการกลับมาของอาโซก้า ทาน็อบ คงได้เฮกันบ้างล่ะ เพราะในงาน D23 ที่เพิ่งจบไป Lucasfilm คว้าโอกาสทองปล่อยทีเซอร์แรกของซีซัน 2 ออกมาให้ชมกันเรียบร้อย พร้อมยืนยันกำหนดการฉายจริงวันที่ 20 มกราคม 2027 แม้จะยังอีกยาวไกล แต่การได้เห็นภาพตัวอย่างแรกก็ทำให้แฟนๆ อย่างเราได้เดาเนื้อหากันสนุกสนานแล้ว
จากตัวอย่างที่ปล่อยออกมา สิ่งที่สะดุดตาที่สุดและทำให้ผมต้องเลิกคิ้วสูงคือโทนของเรื่องที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน มันมืดหม่น เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเวทมนตร์คาถาและศาสตร์มืด ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นเคยในจักรวาล Star Wars ทั่วไป แต่ถ้าดูจากเนื้อเรื่องที่ผ่านมาในซีซันแรกที่อาโซก้าต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากนอกกาแล็กซีและแม่มดผู้ทรงพลังอย่างเหล่านightsister มันก็เป็นทิศทางที่สมเหตุสมผลดี
ประเด็นสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามคือ "แกรนด์แอดมิรัล ธรอว์น" ตัวร้ายในตำนานที่แฟนๆ รอคอยมานานหลายสิบปี เขากลับมาแล้ว และดูเหมือนว่าซีซันนี้เขาจะมีบทบาทที่ใหญ่ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การที่ทีเซอร์โฟกัสไปที่ความมืดและเวทมนตร์ อาจหมายถึงการที่ธรอว์นจะใช้พลังบางอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในการยึดอำนาจ
แต่นอกเหนือจากตัวละครหลักแล้ว สิ่งที่ Lucasfilm แอบเทสต์ในงานนี้คือโปรเจกต์ใหม่ที่ใช้ชื่อว่า "Starfighter" ซึ่งถูก tease มาพร้อมกัน มันยังไม่ชัดเจนว่ามันคือเกม ซีรีส์ หรือภาพยนตร์ แต่การที่พวกเขานำมาโชว์คู่กับ Ahsoka ในช่วงเวลาเดียวกัน มันส่งสัญญาณว่าจักรวาล Star Wars กำลังจะขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง และอาจเชื่อมโยงเนื้อหากันแบบไขว้ไปมาเหมือนที่ Marvel ทำ
ผมต้องพูดตรงๆ ว่าการที่ Lucasfilm เลือกปล่อยทีเซอร์ล่วงหน้านานเกือบปีแบบนี้ มันทั้งดีและเสียในเวลาเดียวกัน ดีตรงที่มันสร้างกระแสและความคาดหวังให้แฟนๆ ได้พูดถึงกันยาวๆ แต่เสียตรงที่ถ้าทีเซอร์มันเฉยๆ หรือไม่เวิร์ค มันจะทำให้ความสนใจแผ่วลงไปเรื่อยๆ จนถึงวันฉายจริง ซึ่งจากตัวอย่างนี้ มันไม่ได้แย่ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึก "ว้าว" ถึงขั้นต้องนับวันรอเลยทีเดียว
ที่สำคัญกว่านั้นคือทิศทาง "มืด+เวทมนตร์" นี้เองที่ทำให้ผมกังวลเล็กน้อย เพราะ Star Wars ที่ดีที่สุดคือการบาลานซ์ระหว่างความคลาสสิกของ space opera กับปรัชญาแบบเจได ถ้าพวกเขาเน้นไปทางเวทมนตร์มืดมากเกินไป มันอาจกลายเป็นซีรีส์แฟนตาซีทั่วๆ ไปที่บังเอิญใส่ไลท์เซเบอร์เข้ามา ซึ่งนั่นคือจุดที่อันตรายต่อแบรนด์ที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ที่โตมากับกาแล็กซีอันไกลโพ้น ผมยังเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวเดฟ ฟิโลนี ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ เขาคือคนที่เข้าใจหัวใจของ Star Wars มากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ และถ้าใครจะพาเราผจญภัยไปในมุมมืดของจักรวาลได้อย่างมีชั้นเชิง คนๆ นั้นก็ต้องเป็นเขาแน่นอน
รออีกแค่ไม่กี่เดือน เราจะได้รู้กันว่าการเดิมพันครั้งนี้ของ Lucasfilm จะพาจักรวาล Star Wars ไปสู่จุดสูงสุดใหม่ หรือจะพังไม่เป็นท่า สุดท้ายแล้วดวงชะตาของกาแล็กซีก็อยู่ในมือของพวกเขานี่แหละ
ความจริงที่ต้องยอมรับคือ Star Wars กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ และ Ahsoka ซีซัน 2 คือสนามทดสอบที่ชัดเจนที่สุด ถ้าทำสำเร็จ เราจะได้เห็นจักรวาลที่กว้างและลึกกว่าเดิม แต่ถ้าพลาด มันจะกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่พิสูจน์ว่า "ของเดิม" ไม่ได้ดีเสมอไป และบางครั้งการเติมเวทมนตร์ก็อาจทำให้แสงแห่งเจไดมอดดับลงได้เช่นกัน
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...