อัปเดต
Fitness Tech
Peloton กลับมาอีกครั้งกับลู่วิ่งพับได้ที่ถูกลง
หลังจากอัดกล้อง พัดลม และ AI ลงฮาร์ดแวร์เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ Peloton หันมาเล่นเกมราคากับลู่วิ่งแทน
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
Peloton กำลังบอกอะไรกับตลาดกันแน่ — ว่าแบรนด์อยากให้คนเข้าถึงง่ายขึ้น หรือแค่ยอมถอยจากค่ายที่เคยขายแต่ของแพง?
ปีที่แล้ว Peloton ทำการรีเฟรชฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่ ด้วยการอัดกล้อง พัดลม และซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ชื่อ Peloton IQ ลงไปในอุปกรณ์ของตัวเอง ปีนี้บริษัทหันมาโฟกัสที่ไลน์อัปลู่วิ่งแทน ด้วยการรีเฟรชลู่วิ่งสองรุ่นที่มีอยู่เดิม แล้วเพิ่มรุ่นใหม่ที่ชื่อ Tread Flex เข้ามาในไลน์อัป โดยวางตัวเป็นรุ่นที่จับต้องได้ง่ายขึ้นเรื่องราคา
การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นที่งานเปิดตัวในนิวยอร์กซิตี้ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ Peloton ขึ้นเวทีพูดถึงทิศทางของบริษัท แต่รายละเอียดในส่วนที่เหลือของงานยังไม่ถูกเปิดเผยออกมามากนัก
ถ้าดูกันตามจริง ตลาดฟิตเนสโฮมหลังยุคโควิดมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว คนจำนวนมากที่ซื้อลู่วิ่งหรือจักรยานปั่นราคาแพงช่วงล็อกดาวน์ ตอนนี้หลายคนก็ปล่อยขายต่อในตลาดมือสอง หรือไม่ก็ปล่อยให้มันกลายเป็นราวตากผ้าไปเรียบร้อย Peloton เองก็เจอปัญหายอดขายตกหนักหลังช่วงพีค จนต้องปรับกลยุทธ์หลายรอบ
การที่ปีนี้บริษัทเลือกจะไม่ไปต่อยอดเรื่อง AI หรือกล้องแบบปีที่แล้ว แต่หันมาเน้น "ความจับต้องได้" ของลู่วิ่งแทน มันคือสัญญาณว่าบริษัทกำลังเปลี่ยนวิธีคิด — จากที่เคยขายความลักชัวรีและ ecosystem แพงๆ ตอนนี้ต้องขายความคุ้มค่าให้คนที่ยังเหลืออยู่ในตลาดแทน
คำว่า "cheaper" ที่อยู่ในพาดหัวข่าวต้นฉบับน่าสนใจ เพราะมันสื่อทั้งสองทาง — ถูกลงเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมของตัวเอง และถูกลงในเชิงตำแหน่งทางการตลาด แต่คำถามคือ "ถูกลง" ในภาษาของ Peloton มันถูกลงจริงหรือแค่ถูกลงแบบ Peloton ที่ยังไงก็ยังแพงอยู่ดี
นอกจากนี้ การที่ Peloton รีเฟรชลู่วิ่งทั้งสองรุ่นเดิมพร้อมกัน แทนที่จะโฟกัสแค่รุ่นใหม่ บอกอะไรบางอย่างได้เหมือนกัน — บริษัทคงรู้ว่าต้องรื้อไลน์อัปทั้งชุดให้ดูสดใหม่ ไม่ใช่แค่หยอดสินค้าใหม่ลงไปแล้วหวังว่าคนจะสนใจ
ย้อนกลับไปปีที่แล้ว การอัดกล้องกับพัดลมลงในอุปกรณ์คือความพยายามของ Peloton ที่จะขยับไปเป็นมากกว่าเครื่องออกกำลังกาย — เป็นทั้งโค้ช เป็นเพื่อน เป็นระบบนิเวศที่คนต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนต่อเนื่อง แต่การที่ปีนี้ไม่มีการพูดถึง AI หรือฟีเจอร์อัจฉริยะแบบเดิมซ้ำ มันอาจแปลว่าบริษัทเรียนรู้แล้วว่าลูกค้าไม่ได้อยากได้เทคโนโลยีว้าวๆ เท่ากับอยากได้เครื่องที่ราคาไม่กัดกระเป๋า
สำหรับคนที่กำลังมองลู่วิ่งไว้ใช้ที่บ้าน การขยับตัวของ Peloton รอบนี้ถือว่าน่าจับตา เพราะมันอาจกดให้คู่แข่งเจ้าอื่นต้องปรับราคาตาม แต่ก็ต้องรอดูสเปกและราคาจริงของ Tread Flex ว่าจะคุ้มค่ากับคำว่า "affordable" ในแบบของ Peloton แค่ไหน
การที่ Peloton กลับมาเล่นเกมราคาไม่ใช่แค่การปรับตัว แต่คือการยอมรับว่ายุคที่ขายของแพงด้วยแบรนด์อย่างเดียวจบไปแล้ว คำถามคือรุ่นถูกลงนี้จะถูกพอให้คนกลับมาสนใจ หรือจะถูกแค่ในสายตาบริษัทตัวเองกันแน่
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...