เจาะประเด็น
Open Source / Camera
เบื่อแอป DJI โหลดช้า กินทรัพยากร? มีคนสร้างแอปเปิดเผยโค้ดแก้เกมให้แล้ว
Osmosis โปรเจกต์จากแฟนพันธุ์แท้ DJI ที่ไม่อยากทนกับแอปทางการอีกต่อไป
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้า DJI ไม่ยอมเปิดระบบนิเวศให้คนนอกเข้าไปแตะได้ ก็ไม่แปลกที่แฟนๆ จะลงมือทำเอง
ผมว่าหลายคนที่ใช้ของ DJI น่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี — ตัวฮาร์ดแวร์โคตรเจ๋ง ถ่ายวิดีโอสวย แพนกล้องเนียน แต่พอต้องมาเปิดแอปคู่หูอย่าง DJI Mimo ทีไรคืออยากปาโทรศัพท์ทิ้งทุกที แอปอืด ฟีเจอร์รก อัปเดตแล้วพัง อีกทั้งยังชอบส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์บริษัทตลอดเวลา เรียกว่ากล้องมันดี แต่ซอฟต์แวร์นี่สิตัวถ่วง
หลายคนอาจไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเรามีทางเลือกอื่นนอกจากแอปทางการของ DJI เสมอ แต่ที่ผ่านมามันไม่ค่อยมีใครกล้าทำเพราะระบบของ DJI ค่อนข้างปิด และต้องใช้ความรู้ระดับแฮกเกอร์ถึงจะแกะได้ แต่ตอนนี้มีคนกล้าทำแล้ว — โปรเจกต์ Osmosis แอปโอเพนซอร์สฟรีที่สร้างโดย Konrad Iturbe ผู้ที่เฝ้าติดตามวงการ DJI มาอย่างยาวนาน
ถ้าใครเคยใช้กล้องตระกูล Osmo ของ DJI จะรู้ดีว่าการจะโอนไฟล์วิดีโอจากกล้องเข้ากล้องโทรศัพท์แบบไร้สายนั้น "ต้อง" ใช้แอป DJI Mimo เท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่นในแอปสโตร์ที่ใช้งานได้จริง แอปเดียวที่ทำได้คือแอปของเขาเอง ซึ่งมันทั้งพัง ทั้งช้า และที่แย่กว่านั้นคือมันมีการเชื่อมต่อกลับไปยังคลาวด์ของ DJI ตลอดเวลา — คำถามคือทำไมฉันแค่โอนไฟล์ในเครื่อง ต้องไปพาดพิงถึงเซิร์ฟเวอร์บริษัทด้วย?
นี่คือช่องว่างที่ Osmosis เข้ามาเติมเต็ม มันคือแอปที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อจัดการ ดูตัวอย่าง และดาวน์โหลดไฟล์จากกล้อง Osmo โดยเฉพาะ โดยไม่ต้องพึ่งพาแอปทางการ และที่สำคัญคือโค้ดเปิดเผยให้ตรวจสอบได้หมด ไม่มีความลับ ไม่มีการซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง
ผมมองว่าเรื่องนี้มันสะท้อนอะไรได้มากกว่าการมีแอปทางเลือกใหม่ซักตัว มันคือการส่งสัญญาณไปถึง DJI ว่า "เฮ้ย ลูกค้าของคุณไม่โอเคกับสิ่งที่คุณทำ" ถ้าบริษัทใหญ่ยังคิดว่าการล็อกผู้ใช้ให้อยู่ในระบบนิเวศของตัวเองด้วยซอฟต์แวร์ห่วยๆ มันจะเวิร์กในระยะยาว — ขอบอกเลยว่าคิดผิด ลูกค้าที่จริงจังกับงานเขาพร้อมที่จะแหกกฎเพื่อหาทางออกที่ดีกว่าเสมอ
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Iturbe ทำอะไรแบบนี้ เขาเป็นคนที่อยู่ในวงการนี้มานาน มีโปรเจกต์แฮก DJI ออกมาให้เห็นเรื่อยๆ ถ้าให้เดา เขาคงเบื่อเต็มทีกับการรอให้ DJI ปรับปรุงแอปให้ดีขึ้นด้วยตัวเอง เลยตัดสินใจลงมือทำซะเอง — ซึ่งมันคือจิตวิญญาณของวงการโอเพนซอร์สจริงๆ
จุดขายสำคัญของ Osmosis คือเรื่องความเป็นส่วนตัวและการควบคุมข้อมูลของตัวเองทั้งหมด ไม่มีการส่งข้อมูลออกไปไหน แค่เปิดแอป เชื่อมต่อกล้อง โอนไฟล์ เสร็จ — จบ ไม่ต้องง้ออินเทอร์เน็ต ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลการใช้งานจะถูกเก็บไปวิเคราะห์ ใครที่ซีเรียสเรื่องนี้จะเข้าใจดีว่านี่คือดีลที่คุ้มค่ามากๆ
แน่นอนว่ามันยังเป็นโปรเจกต์ที่เพิ่งเริ่มต้น อาจจะมีบั๊กบ้าง ฟีเจอร์อาจจะยังไม่ครบเท่าแอปทางการ แต่ประเด็นคือ "มันเป็นจุดเริ่มต้น" ของการมีทางเลือก และถ้าชุมชนช่วยกันพัฒนา มันจะเติบโตไปได้ไกลมาก — แค่คิดว่าอนาคตเราอาจได้เห็นฟีเจอร์ที่ DJI ไม่เคยคิดจะทำ ก็ถือว่าน่าตื่นเต้นแล้ว
DJI ควรจับตาดูโปรเจกต์แบบนี้ให้ดี เพราะมันคือบทเรียนราคาแพงว่าถ้ายังละเลยความต้องการของผู้ใช้ วันหนึ่งแฟนๆ จะไม่รอให้คุณแก้ไข พวกเขาจะแก้กันเอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของจุดจบระบบปิดทั้งหลาย
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...