ข่าวเด่น
Audio
Bose กลับมาทำหูฟังสาย ตัด Bluetooth ทิ้ง แถมราคาแค่ 99 ดอลลาร์
ท่ามกลางกระแสหูฟังไร้สายที่แข่งกันล้นตลาด Bose เลือกเดินสวนทางด้วยหูฟังมีสายตัดสัญญาณรบกวนรุ่นใหม่
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
บางทีการย้อนกลับไปใช้ของง่ายๆ อย่างหูฟังมีสาย อาจเป็นทางออกที่คนเบื่อชาร์จแบตกำลังมองหา
วันนี้ Bose ประกาศกลับเข้าสู่ตลาดหูฟังแบบมีสายอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Bose Noise Cancelling Wired Earbuds รุ่นใหม่ทั้งหมด งานนี้ถือเป็นการหวนคืนสู่ตลาดที่หลายคนอาจคิดว่าตายไปแล้ว แต่กลับกำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เริ่มรู้สึกว่าการเสียบสายแล้วกดเพลย์มันช่างง่ายและสบายใจกว่าที่คิด
ตัวหูฟังรุ่นนี้ตั้งราคาอยู่ที่ 99 ดอลลาร์ หรือประมาณสามพันกว่าบาทไทย ซึ่งถือว่าไม่แรงเลยเมื่อเทียบกับหูฟังไร้สายรุ่นท็อปๆ ในตลาด จุดขายหลักคือความเรียบง่ายของการเชื่อมต่อแบบมีสาย ที่ไม่ต้องพึ่ง Bluetooth และไม่ต้องคอยชาร์จแบตให้วุ่นวาย แต่ยังได้คุณภาพเสียงระดับพรีเมียมแบบที่ Bose ขึ้นชื่อ
สิ่งที่ Bose ใส่มาในหูฟังคู่นี้ไม่ใช่แค่การตัดสายทิ้งแล้วจบ แต่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน QuietControl ที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Bose เอง และคุณภาพการสนทนาที่เคลียร์ชัด ตัวดีไซน์ก็เป็นแบบทันสมัยและใส่สบาย ส่วนการเชื่อมต่อใช้พอร์ต USB-C ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานของอุปกรณ์ยุคนี้ไปแล้ว
จุดน่าสนใจคือการที่ Bose เลือกใช้ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ proprietary ของตัวเอง แทนที่จะไปซื้อเทคโนโลยีจากเจ้าอื่น ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทยังคงลงทุนกับงานวิจัยด้านเสียงของตัวเองอยู่ และไม่ยอมทิ้งจุดแข็งนี้ไปแม้จะเปลี่ยนรูปแบบสินค้าก็ตาม
หูฟังรุ่นนี้จะเริ่มจัดส่งวันที่ 15 ตุลาคมนี้ และเปิดให้พรีออเดอร์แบบ My Bose exclusive ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ผ่านทาง Bose.com และ Best Buy
สีมาตรฐาน
มีให้เลือกสองสีคือ Black และ White Smoke
สีลิมิเต็ด
Dewdrop Mint เป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน ใครอยากได้ต้องรีบหน่อย
บอกตรงๆ ว่าการที่ Bose กลับมาทำหูฟังมีสายในจังหวะที่ตลาดหูฟังไร้สายกำลังแข่งกันดุเดือดเรื่องแบตอึดและฟีเจอร์ล้นเหลือ เป็นการเดิมพันที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะมันสวนทางกับกระแสหลักที่ทุกแบรนด์กำลังวิ่งตาม แต่ในมุมหนึ่งก็สะท้อนว่าตลาดยังมีกลุ่มคนที่เหนื่อยกับการชาร์จแบตทุกวัน เหนื่อยกับปัญหาเชื่อมต่อหลุด และอยากได้แค่หูฟังที่เสียบแล้วจบ
คำถามคือ กลุ่มคนเหล่านั้นมีมากพอที่จะทำให้สินค้ารุ่นนี้ประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจหรือไม่ ซึ่งตรงนี้คงต้องรอดูยอดขายหลังวางจำหน่ายจริง แต่ราคา 99 ดอลลาร์ที่ตั้งมานั้นค่อนข้างฉลาด เพราะอยู่ในช่วงที่คนตัดสินใจซื้อได้ไม่ยากนัก
การกลับมาของหูฟังมีสายในราคาไม่ถึงร้อยดอลลาร์จาก Bose สอนอะไรได้อย่างหนึ่งว่า ไม่ใช่ทุกคนที่อยากได้เทคโนโลยีล้นมือ บางทีแค่ได้ยินเสียงเพลงชัดๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบต ก็เพียงพอแล้ว และนี่อาจเป็นจุดขายที่แบรนด์อื่นมองข้ามไป
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...