เจาะประเด็น
Mobile / Gadgets
Honor ใส่ Gimbal มาทั้งตัวในมือถือ ไม่ใช่แค่ไอเดียบ้า แต่คือของจริงที่ใช้ดีเว่อร์
ฟังดูเหมือนของเล่นราคาแพง แต่พอจับจริงแล้วมันทำให้กล้องในมือถือธรรมดาๆ กลายเป็นอาวุธลับสำหรับสายคอนเทนต์
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
พูดตามตรง ตอนแรกเห็นข่าว Honor เปิดตัว "Robot Phone" ผมนี่ถอนหายใจยาวเลย มันฟังดูเหมือนกลยุทธ์การตลาดแบบงมงายที่พยายามหาจุดขายแปลกใหม่ให้คนหันมามอง แค่ชื่อก็งงแล้ว ไหนบอกเป็นหุ่นยนต์แต่จริงๆ มันคือสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ธรรมดาๆ ที่เอาตัวกันสั่นแบบ Gimbal ไปยัดไว้ข้างหลังตัวเครื่อง แถมยังยื่นออกมาได้อีกต่างหาก ฟังปุ๊บนึกถึงพวกของเล่นจีนราคาถูกที่ชอบโชว์ของแปลกเพื่อเรียกยอดวิว
แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะพอ The Verge ได้ลองจับของจริงแล้ว ปรากฏว่ามันไม่ได้แค่ "ใช้ได้" แต่มันดีจนน่าตกใจ ดีกว่าที่มือถือที่มี Gimbal ในตัวควรจะเป็นไปได้มากๆ มันคือการยัด DJI Osmo Pocket เข้าไปในตัวโทรศัพท์โดยไม่ต้องพกแท่งๆ แยกต่างหาก และนั่นเปลี่ยนทุกอย่างเลย
ผมว่าเราต้องแยกสองเรื่องออกจากกันก่อน เรื่องแรกคือ "ความบ้าของไอเดีย" ที่ใครเห็นก็ต้องขำ เรื่องที่สองคือ "คุณภาพของการใช้งานจริง" ที่ The Verge ยอมรับว่ามันเหนือความคาดหมายมาก การที่กล้องหลักติดตั้งอยู่บนแขน Gimbal ขนาดกะทัดรัดที่พับออกมาจากด้านหลังเครื่อง ไม่ใช่แค่โชว์ความเท่ แต่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการสั่นไหวเวลาเดินถ่ายวิดีโอได้แบบไม่มีที่ติ ซึ่งปกติแล้วมือถือเรือธงราคาแพงๆ ต้องใช้ซอฟต์แวร์ AI เข้าช่วยถึงจะสูสี แต่ของเจ้านี่มันนิ่งแบบกลไกจริงๆ
Honor เค้าเล่นมุมที่ไม่มีใครกล้าเล่น คือการกลับไปโฟกัสที่ "กลไก" แทนที่จะพึ่งพาซอฟต์แวร์ล้วนๆ ในยุคที่ทุกแบรนด์โหมโฆษณาเรื่อง AI คอมพิวเตอร์วิชั่น ประมวลผลภาพขั้นเทพ การที่ Honor เอาฮาร์ดแวร์กันสั่นจริงๆ ใส่ลงไปในตัวเครื่อง มันคือการตอบโจทย์คนทำคอนเทนต์ที่ไม่ได้อยากได้วิดีโอที่ "ดูนิ่งผ่านอัลกอริทึม" แต่อยากได้วิดีโอที่ "นิ่งจริงๆ" ตั้งแต่ตอนกดบันทึก
การที่มันพับออกมาจากตัวเครื่องได้ มันก็เหมือนกับคุณพก Gimbal แยกต่างหาก แต่ไม่ต้องชาร์จแบตแยก ไม่ต้องถือเพิ่ม ไม่ต้องกังวลเรื่องการเชื่อมต่อ แค่กดปุ่มแล้วมันก็เด้งออกมา พร้อมใช้งานทันที นี่คือวิศวกรรมที่กล้าคิดและกล้าทำในแบบที่ Apple หรือ Samsung ไม่กล้าทำ เพราะมันเสี่ยงต่อความเสียหาย มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวเยอะ และซ่อมยาก แต่ Honor เค้าคิดว่า "ช่างมัน เราทำ"
คำถามคือ แล้วมันคุ้มไหม? ผมว่ามันคุ้มมากสำหรับกลุ่มคนเฉพาะทางจริงๆ สาย Vlog สายรีวิว สายทำคอนเทนต์ที่ต้องเดินถ่ายเยอะๆ นี่คือพระเจ้า เพราะไม่ต้องพกอุปกรณ์เสริมอีกต่อไป แค่พกมือถือเครื่องเดียวจบ และที่สำคัญ มันทำให้คนธรรมดาที่ไม่มีความรู้เรื่องการถ่ายวิดีโอ สามารถถ่ายภาพนิ่งๆ ได้เหมือนจ้างช่างกล้อง มันลดทอนสกิลที่ต้องใช้ลงไปเยอะมาก
แต่มันก็ไม่ใช่คำตอบของทุกคน ถ้าคุณเป็นคนที่แค่ถ่ายรูปลงสตอรี่หรือถ่ายวิดีโอลูกเล่นสนุกๆ ฟีเจอร์นี้ก็อาจจะไม่ได้ใช้บ่อยขนาดนั้น แถมตัวเครื่องที่หนาและมีชิ้นส่วนกลไกซ่อนอยู่ ก็อาจจะทำให้หลายคนกังวลเรื่องความทนทานในระยะยาว แต่นี่แหละคือเสน่ห์ของมัน มันคือโทรศัพท์สำหรับคนที่ "จริงจัง" กับการถ่ายวิดีโอ ไม่ใช่สำหรับคนที่ถ่ายเพื่อลงโซเชียลทั่วๆ ไป
สิ่งที่ Honor ทำในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การปล่อยสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ออกมา แต่มันคือการท้าทายบรรทัดฐานของวงการ มันคือการบอกว่า "นี่ไง สิ่งที่พวกคุณคิดว่ามันเพี้ยน มันคืออนาคตของการถ่ายวิดีโอบนมือถือ" และผมว่ามันได้ผล เพราะอย่างน้อยตอนนี้ทุกคนก็พูดถึงมัน บริษัทอื่นๆ ต้องกลับไปนั่งคิดแล้วล่ะว่า ทำไมเราไม่คิดแบบนี้บ้าง? นี่คือการสร้างกระแสที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การเพิ่มเลขกล้องหลังให้เยอะขึ้น
แน่นอนว่ามันยังเป็นแค่การเปิดตัวในจีน และอาจจะไม่วางขายทั่วโลกในเร็วๆ นี้ แต่ถ้าวันหนึ่งมันออกมาจำหน่ายจริงในราคาที่สมเหตุสมผล ผมว่ามันจะกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทันที และจะทำให้คำว่า "มือถือกล้องดี" มีความหมายที่เปลี่ยนไปตลอดกาล
ฟังดูบ้า แต่บ้าที่ "ใช้ได้จริง" และนี่คือสิ่งที่วงการมือถือขาดมานาน — ความกล้าที่จะทำอะไรที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เพิ่มเลนส์แล้วขึ้นเลขโฆษณา ถ้า Honor ทำการตลาดถูกทาง นี่คืออนาคตของวิดีโอบนมือถือที่ทุกแบรนด์ต้องรีบตามให้ทัน
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...