เจาะประเด็น
AI / Workforce
คนรุ่นใหม่อเมริกันเริ่มกลัว AI แย่งงานจริงจังแล้ว
ผลสำรวจล่าสุดชี้ว่าคนอายุน้อยที่เคยเชื่อว่า AI คืออนาคต เริ่มมองว่ามันคือคู่แข่งในตลาดงาน
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
คนที่เกิดมาในยุคดิจิทัลกลับเป็นคนที่กังวลกับ AI มากที่สุด นี่คือสัญญาณที่ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องจับตา
เรื่องนี้มันน่าสนใจตรงที่คนที่ควรจะ "อิน" กับเทคโนโลยีมากที่สุดกลับเป็นฝั่งที่เริ่มหวาดกลัวมันซะงั้น จากผลสำรวจของ Pew Research Center ที่เพิ่งปล่อยข้อมูลออกมา คนอเมริกันวัย 18-29 ปี มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่มองว่า AI จะมาแย่งงานของพวกเขา
ฟังดูอาจจะขัดกับภาพจำที่ว่า "เด็กยุคใหม่ต้องชิลกับเทคโนโลยี" แต่พอลงไปดูตัวเลขจริงๆ แล้วมันไม่ได้ชิลแบบที่คิด งานวิจัยชิ้นนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างคนอเมริกันหลายพันคน และพบว่าแนวโน้มความกังวลเรื่อง AI แย่งงานเพิ่มขึ้นชัดเจนที่สุดในกลุ่มคนอายุน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นสายอาชีพหรือกำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน
ต้องบอกก่อนว่า Pew ไม่ใช่เว็บสำรวจมั่วๆ ที่ไหน เขาเป็นสถาบันวิจัยระดับประเทศที่ข้อมูลน่าเชื่อถือสูงมาก ผลสำรวจรอบนี้เลยไม่ใช่เรื่องที่จะเมินเฉยได้ โดยเฉพาะถ้ามองในบริบทที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่กำลังยัด AI เข้าไปในทุกผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เครื่องมือเขียนโค้ดไปจนถึงระบบสรรหาบุคลากร
จากข้อมูลของ Pew ชี้ว่าคนวัย 18-29 ปี ที่มองว่า AI จะส่งผลกระทบต่องานของพวกเขาเป็นการส่วนตัว มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่เพิ่มนิดเดียว แต่เพิ่มในระดับที่ทำให้ต้องหยุดคิด เพราะก่อนหน้านี้คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มองโลกในแง่ดีกับเทคโนโลยีมากที่สุด
ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ ความกังวลนี้ไม่ได้กระจายเท่ากันในทุกกลุ่มอาชีพ กลุ่มที่ทำงานด้านสร้างสรรค์ งานออฟฟิศ และงานที่ต้องใช้ทักษะดิจิทัล กลับเป็นกลุ่มที่กังวลมากที่สุด เพราะพวกเขารู้ดีว่า AI สามารถเข้ามาทำงานส่วนหนึ่งที่พวกเขาทำอยู่ได้จริง ไม่ใช่แค่เดาความสามารถของ AI จากการ์ตูนหรือข่าวโฆษณา
ตรงนี้แหละที่ผมมองว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทัศนคติแรงงานรุ่นใหม่ พวกเขาไม่ได้มอง AI เป็นแค่ "ของเล่นเท่ๆ" หรือ "ผู้ช่วยสุดเก่ง" อีกต่อไป แต่เริ่มมองมันในฐานะ "ภัยคุกคาม" ต่อความมั่นคงในอาชีพของตัวเอง ซึ่งการเปลี่ยนมุมมองครั้งนี้จะส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกเรียน เลือกงาน และเลือกพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่อย่างแน่นอน
ถ้าคนรุ่นใหม่เริ่มกลัว AI มากขนาดนี้ สิ่งที่จะตามมาคือแรงกดดันต่อภาคการศึกษาและนายจ้างว่าจะต้องปรับตัวยังไง มหาวิทยาลัยต้องรีบคิดหลักสูตรที่สอนให้คนอยู่กับ AI ได้อย่างรู้เท่าทัน ไม่ใช่สอนแบบเดิมๆ ที่ใช้ได้กับยุคก่อนอินเทอร์เน็ต ส่วนบริษัทต่างๆ ก็ต้องรับมือกับพนักงานรุ่นใหม่ที่มีความวิตกกังวลสูง ซึ่งถ้าจัดการไม่ดีก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่เรื่องขวัญกำลังใจและการคงอยู่ของพนักงาน
อีกมุมที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือ ความกังวลนี้จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำในตลาดแรงงาน เพราะคนที่มีเงินและโอกาสย่อมหาทางอัปสกิลหรือปรับตัวได้เร็วกว่าคนที่ไม่มีต้นทุนตรงนี้ ในขณะที่คนที่ได้เปรียบน้อยกว่าอาจจะถูก AI เบียดตกงานในที่สุด
ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวสำรวจทั่วไป แต่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าระบบนิเวศแรงงานกำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ และคนที่ไม่ได้เตรียมตัวไว้ตั้งแต่ตอนนี้ จะเป็นคนที่เจ็บตัวมากที่สุดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
คนรุ่นใหม่ที่กังวลมากที่สุด
กลุ่มวัย 18-29 ปี ที่ทำงานในสายงานที่ AI เข้ามาแทนที่ได้ง่าย เช่น งานออฟฟิศ งานสายสร้างสรรค์ และงานที่ต้องใช้ทักษะดิจิทัลซ้ำๆ
สาเหตุหลักที่ทำให้กังวลเพิ่มขึ้น
การที่บริษัทเทคชั้นนำนำ AI มาใช้จริงในผลิตภัณฑ์และกระบวนการทำงานมากขึ้น ทำให้คนเห็นภาพชัดขึ้นว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
ผลที่จะตามมา
คนรุ่นใหม่อาจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ เลือกเรียนทักษะที่ AI แทนที่ได้ยาก และกดดันให้นายจ้างต้องมีนโยบายรองรับพนักงานที่ชัดเจนขึ้น
สรุปให้สั้นคือ คนรุ่นใหม่อเมริกันเริ่มตาสว่างแล้วว่า AI ไม่ใช่ของเล่น แต่คือคู่แข่งในสนามงานจริงๆ และใครที่ยังคิดว่า "เดี๋ยวค่อยปรับตัว" ขอบอกเลยว่าอาจไม่ทันการณ์ เพราะเกมนี้มันเปลี่ยนเร็วและแรงกว่าที่คิดมาก
ที่มา: Pew Research Center — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...