TechPowerUp 16 วันที่แล้ว general AI Generated

Windows 11 26H2 Update Lowers RAM Consumption

เกี่ยวกับ Microsoft
TechPowerUp 05 Oct 2026
89
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
7 14m



อัปเดต
Windows


Windows 11 26H2 กินแรมลดลงเงียบๆ โดยที่ไมโครซอฟต์ไม่บอกใคร



อัปเดตที่ไม่โฆษณา แต่ผู้ใช้กลับรู้สึกได้ทันทีว่าเครื่องลื่นขึ้น




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที



บางทีการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือสิ่งที่บริษัทไม่คิดจะโฆษณา แต่ผู้ใช้รู้สึกเองได้




เมื่อไมโครซอฟต์ปล่อยอัปเดต Windows 11 26H2 ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลายคนคงคิดว่ามันก็แค่อัปเดตปกติที่ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจ เพราะทางบริษัทไม่ได้โปรโมตว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรใหญ่โตที่ผู้ใช้ทั่วไปจะรู้สึกได้ แต่นี่แหละคือจุดที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้ามกับที่ไม่มีใครพูดถึงเลย



ตามรายงานของ Windows Latest และผู้ใช้ Reddit หลายคน อัปเดตนี้ลดการใช้แรมตอนที่เครื่อง idle ลงอย่างเห็นได้ชัด แถมยังจัดการแรมได้ดีขึ้นด้วยเวลาที่มีแอปพลิเคชันเปิดค้างอยู่ด้วย และที่สำคัญคือไมโครซอฟต์ไม่ได้โฆษณาเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว



ตัวเลขที่ผู้ใช้เจอจริง


บน Reddit มีผู้ใช้รายงานว่าการใช้หน่วยความจำลดลงประมาณ 2 GB และบางคนถึงขั้นลดลงไป 3 GB ตอนที่เครื่อง idle ส่วนการทดสอบของ Windows Latest บนแล็ปท็อปที่แรม 16 GB พบว่าแต่ก่อนเครื่องมักจะ idle อยู่ที่การใช้แรม 10 GB แต่ตอนนี้เหลือแค่ 7 GB โดยในนั้น 4 GB เป็นแคช และมีแรมว่างให้ใช้ถึง 8.8 GB




ลดแรมตอน idle

ผู้ใช้รายงานว่าแรมที่ใช้ตอนไม่ทำอะไรลดลงราว 2 GB และบางรายลดได้ถึง 3 GB



จัดการแรมดีขึ้นตอนมีแอปเปิด

ไม่ใช่แค่ตอน idle แต่การจัดการหน่วยความจำเวลามีแอปพลิเคชันโหลดอยู่ก็ดีขึ้นด้วย



ไม่มีการโฆษณาจากไมโครซอฟต์

การปรับปรุงนี้ไม่ได้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ใช้สังเกตเห็นเองจากประสบการณ์ใช้งานจริง


ฟีเจอร์ที่มาพร้อมกัน


นอกจากเรื่องแรมแล้ว อัปเดตนี้ยังเพิ่มฟีเจอร์อย่าง Low Latency Profile ซึ่งขยายไปเกือบทุกแอปพลิเคชันแล้ว จากเดิมที่มีให้เฉพาะแอปที่ไมโครซอฟต์ทำเองหรือที่เรียกว่า "in-box" applications ฟีเจอร์นี้จะเร่ง CPU ไปที่ความถี่สูงสุดเป็นเวลา 1-3 วินาที ทำให้แอปเปิดได้ลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด



ผลจากการทดสอบพบว่า การเปิดแอปของไมโครซอฟต์อย่าง Edge และ Outlook เร็วขึ้นประมาณ 40% ส่วนแอปอื่นๆ อย่าง Start Menu และ context menu ทั่วระบบปฏิบัติการอาจเร็วขึ้นถึง 70% เลยทีเดียว



“
Launching Microsoft applications like Edge and Outlook is about 40% faster, and other applications, such as the Start Menu and context menus across the operating system, may be up to 70% faster.


ทีนี้พอฟีเจอร์นี้ขยายไปยังแอปอื่นๆ ด้วย ก็หมายความว่าประสบการณ์ใช้งานโดยรวมจะลื่นขึ้นมาก ไม่ใช่แค่แอปของไมโครซอฟต์เองอีกต่อไป



พูดตรงๆ นะ ผมว่าอัปเดตแบบนี้แหละที่ผู้ใช้ Windows อย่างเราอยากได้มานานแล้ว ไม่ใช่ฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ที่ไม่มีใครขอ หรือการเปลี่ยน UI ที่ทำให้ต้องเรียนรู้ใหม่หมด แต่เป็นการปรับปรุงใต้ฝากระโปรงที่ทำให้เครื่องที่ใช้อยู่ทุกวันทำงานได้ดีขึ้นจริงๆ



และที่น่าสนใจคือการที่ไมโครซอฟต์ไม่โฆษณาเรื่องนี้เลย มันสะท้อนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิธีที่บริษัทสื่อสารกับผู้ใช้ในช่วงหลังๆ คือมัวแต่ไปโฟกัสเรื่อง AI และ Copilot จนลืมบอกว่า "เฮ้ย เราทำให้เครื่องคุณเร็วขึ้นนะ" ซึ่งจริงๆ แล้วมันควรเป็นเรื่องที่พูดถึงตั้งแต่แรก



💡

การปรับปรุงที่ผู้ใช้รู้สึกได้จริงแต่บริษัทไม่โฆษณา อาจบอกอะไรเราได้มากกว่าการตลาดที่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ AI — อย่างน้อยก็บอกว่าไมโครซอฟต์ยังแคร์เรื่องประสิทธิภาพพื้นฐานอยู่ แม้จะไม่ค่อยพูดถึงก็ตาม



ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ


#Windows11 #RAM #Microsoft

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 5

กำลังโหลดความคิดเห็น...