อัปเดต
Windows
Windows 11 26H2 กินแรมลดลงเงียบๆ โดยที่ไมโครซอฟต์ไม่บอกใคร
อัปเดตที่ไม่โฆษณา แต่ผู้ใช้กลับรู้สึกได้ทันทีว่าเครื่องลื่นขึ้น
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
บางทีการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือสิ่งที่บริษัทไม่คิดจะโฆษณา แต่ผู้ใช้รู้สึกเองได้
เมื่อไมโครซอฟต์ปล่อยอัปเดต Windows 11 26H2 ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลายคนคงคิดว่ามันก็แค่อัปเดตปกติที่ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจ เพราะทางบริษัทไม่ได้โปรโมตว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรใหญ่โตที่ผู้ใช้ทั่วไปจะรู้สึกได้ แต่นี่แหละคือจุดที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้ามกับที่ไม่มีใครพูดถึงเลย
ตามรายงานของ Windows Latest และผู้ใช้ Reddit หลายคน อัปเดตนี้ลดการใช้แรมตอนที่เครื่อง idle ลงอย่างเห็นได้ชัด แถมยังจัดการแรมได้ดีขึ้นด้วยเวลาที่มีแอปพลิเคชันเปิดค้างอยู่ด้วย และที่สำคัญคือไมโครซอฟต์ไม่ได้โฆษณาเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
บน Reddit มีผู้ใช้รายงานว่าการใช้หน่วยความจำลดลงประมาณ 2 GB และบางคนถึงขั้นลดลงไป 3 GB ตอนที่เครื่อง idle ส่วนการทดสอบของ Windows Latest บนแล็ปท็อปที่แรม 16 GB พบว่าแต่ก่อนเครื่องมักจะ idle อยู่ที่การใช้แรม 10 GB แต่ตอนนี้เหลือแค่ 7 GB โดยในนั้น 4 GB เป็นแคช และมีแรมว่างให้ใช้ถึง 8.8 GB
ลดแรมตอน idle
ผู้ใช้รายงานว่าแรมที่ใช้ตอนไม่ทำอะไรลดลงราว 2 GB และบางรายลดได้ถึง 3 GB
จัดการแรมดีขึ้นตอนมีแอปเปิด
ไม่ใช่แค่ตอน idle แต่การจัดการหน่วยความจำเวลามีแอปพลิเคชันโหลดอยู่ก็ดีขึ้นด้วย
ไม่มีการโฆษณาจากไมโครซอฟต์
การปรับปรุงนี้ไม่ได้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ใช้สังเกตเห็นเองจากประสบการณ์ใช้งานจริง
นอกจากเรื่องแรมแล้ว อัปเดตนี้ยังเพิ่มฟีเจอร์อย่าง Low Latency Profile ซึ่งขยายไปเกือบทุกแอปพลิเคชันแล้ว จากเดิมที่มีให้เฉพาะแอปที่ไมโครซอฟต์ทำเองหรือที่เรียกว่า "in-box" applications ฟีเจอร์นี้จะเร่ง CPU ไปที่ความถี่สูงสุดเป็นเวลา 1-3 วินาที ทำให้แอปเปิดได้ลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผลจากการทดสอบพบว่า การเปิดแอปของไมโครซอฟต์อย่าง Edge และ Outlook เร็วขึ้นประมาณ 40% ส่วนแอปอื่นๆ อย่าง Start Menu และ context menu ทั่วระบบปฏิบัติการอาจเร็วขึ้นถึง 70% เลยทีเดียว
ทีนี้พอฟีเจอร์นี้ขยายไปยังแอปอื่นๆ ด้วย ก็หมายความว่าประสบการณ์ใช้งานโดยรวมจะลื่นขึ้นมาก ไม่ใช่แค่แอปของไมโครซอฟต์เองอีกต่อไป
พูดตรงๆ นะ ผมว่าอัปเดตแบบนี้แหละที่ผู้ใช้ Windows อย่างเราอยากได้มานานแล้ว ไม่ใช่ฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ที่ไม่มีใครขอ หรือการเปลี่ยน UI ที่ทำให้ต้องเรียนรู้ใหม่หมด แต่เป็นการปรับปรุงใต้ฝากระโปรงที่ทำให้เครื่องที่ใช้อยู่ทุกวันทำงานได้ดีขึ้นจริงๆ
และที่น่าสนใจคือการที่ไมโครซอฟต์ไม่โฆษณาเรื่องนี้เลย มันสะท้อนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิธีที่บริษัทสื่อสารกับผู้ใช้ในช่วงหลังๆ คือมัวแต่ไปโฟกัสเรื่อง AI และ Copilot จนลืมบอกว่า "เฮ้ย เราทำให้เครื่องคุณเร็วขึ้นนะ" ซึ่งจริงๆ แล้วมันควรเป็นเรื่องที่พูดถึงตั้งแต่แรก
การปรับปรุงที่ผู้ใช้รู้สึกได้จริงแต่บริษัทไม่โฆษณา อาจบอกอะไรเราได้มากกว่าการตลาดที่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ AI — อย่างน้อยก็บอกว่าไมโครซอฟต์ยังแคร์เรื่องประสิทธิภาพพื้นฐานอยู่ แม้จะไม่ค่อยพูดถึงก็ตาม
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...