เจาะประเด็น
Hardware
บอร์ดจิ๋วราคาพุ่งทะยาน Raspberry Pi 5 รุ่นแรม 16 GB แตะสามร้อยแปดสิบห้าเหรียญ
คอมพิวเตอร์การศึกษาขวัญใจคนงบน้อยกำลังกลายเป็นของราคาแพง หลังต้นทุนแรมพุ่งกระฉูดจนซีอีโอต้องยอมปรับราคาขึ้นอีกระลอก
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อของที่เคยถูกออกแบบมาให้ใครๆ ก็เอื้อมถึง กลายเป็นสินค้าที่ต้องคิดหนักก่อนซื้อ
รหัสพันธุกรรมของ Raspberry Pi ตั้งแต่วันแรกที่แจ้งเกิดคือความคุ้มค่าและความถูกแสนถูกที่ใครก็หยิบจับได้ แต่โลกความเป็นจริงของวงการฮาร์ดแวร์ยุคนี้มันโหดร้ายกว่าที่คิด เมื่อบอร์ดจิ๋วรุ่นท็อปสุดอย่าง Raspberry Pi 5 ตัวแรม 16 GB กำลังจะพาตัวเองไปแตะป้ายราคา 385 ดอลลาร์เข้าไปแล้ว
เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวลือหรือการคาดเดาจากสำนักไหน เพราะ Eben Upton ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งออกมายอมรับผ่านบล็อกทางการด้วยตัวเองเลยว่า ทางบริษัทมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาอีกรอบ โดยรอบนี้หอกคมๆ พุ่งไปที่รุ่นแรม 16 GB เต็มๆ แบบหลบไม่พ้น โดดขึ้นไปอีก 80 ดอลลาร์จากราคาเดิม กลายเป็นเกือบสามเท่าตัวถ้าเทียบกับตอนที่เพิ่งเปิดตัวมาเมื่อเดือนมกราคมปี 2025 ที่ตั้งไว้แค่ 120 ดอลลาร์เท่านั้นเอง
ไม่ใช่แค่รุ่นบอร์ดเดี่ยวธรรมดา เพราะบรรดาตัวเลือกสายอุตสาหกรรมอย่าง Compute Module 5 ในความจุ 16 GB ก็โดนลูกหลงราคาปรับขึ้นไปอีก 40 ดอลลาร์ด้วยเหมือนกัน ใครที่ตามข่าวฮาร์ดแวร์คงจำได้ว่าเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา พวกเขาเพิ่งจะปรับขึ้นราคารุ่นเล็กอย่าง Pi 4 และ Pi 5 รุ่นแรม 2 GB ไปเบาะๆ 12.50 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าเอามาเทียบกับรอบนี้ อันนั้นกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย
ต้นตอของเรื่องนี้ไม่ได้มาจากความโลภหรืออยากได้กำไรเพิ่มแต่อย่างใด แต่ Upton ชี้เป้าไปที่ปัญหาคลาสสิกของวงการไอที นั่นคือวิกฤตขาดแคลนชิ้นส่วน โดยเฉพาะแรมแบบ DRAM ความหนาแน่นสูงสำหรับรุ่น 16 GB ที่ตอนนี้แทบจะหาซัพพลายเออร์สำรองไม่ได้เลย แถมยังโดนซ้ำเติมด้วยปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เรื้อรังมานานพอดิบพอดี ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งพรวดจนแบกรับไว้ไม่ไหว
ในมุมของคนใช้งานจริง อันนี้คือแรงกระแทกครั้งใหญ่สำหรับโปรเจกต์ที่ต้องพึ่งพารุ่นสเปกสูงๆ ใครที่วางแผนจะใช้แรมเยอะๆ อาจจะต้องกลับมานั่งกุมขมับคิดใหม่หมดว่าจะยอมจ่ายแพงขึ้นดีไหม หรือจะลดสเปกลงมาดีกว่า เพราะราคานี้มันแทบจะซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมือสองดีๆ ได้เครื่องนึงแล้ว
งานนี้ทางซีอีโอเลยต้องออกมาส่งเสียงเตือนสติชาวเนิร์ดและนักพัฒนาทั้งหลายว่า ให้เช็คให้ดีก่อนควักกระเป๋าจ่าย ว่างานที่เราทำอยู่นั้นจำเป็นต้องใช้แรมเยอะขนาดนั้นจริงหรือเปล่า ถ้าไม่จำเป็น การหันไปมองหารุ่นความจุน้อยลง หรือแม้แต่รุ่นเก่ากว่า อาจจะเป็นทางออกที่ฉลาดกว่าในสถานการณ์แบบนี้
นอกจากนี้ เขายังจี้ไปยังฝั่งนักพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องช่วยกันรีดเค้นโค้ดและจัดการแรมในแอปพลิเคชันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อย่าปล่อยให้เปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ เพราะต้นทุนฮาร์ดแวร์มันไม่ได้ใจดีเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิ Raspberry Pi ยังแอบทิ้งท้ายไว้ให้ใจชื้นนิดหน่อยว่า พวกเขามีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะปรับลดราคาลงมาเท่าเดิมทันทีเมื่อไหร่ก็ตามที่ต้นทุนของแรมเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่วันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ อันนี้คงไม่มีใครกล้าฟันธง
เมื่อบอร์ดทดลองราคาย่อมเยากลายเป็นของราคาแพง คนทำโปรเจกต์คงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ หันมาประหยัดทรัพยากรกันจริงจังเสียที
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...