อัปเดต
Streaming
Google เปิดโหมดเลือกดูเองแล้ว! Freeplay เลิกเป็นแค่ช่องทีวีวนไป กลายเป็น Netflix ฟรีๆ ซะงั้น
คอนเทนต์กว่า 10,000 รายการให้เลือกชมตามใจ ไม่ต้องรอตารางออกอากาศอีกต่อไป
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
เรื่องนี้มันไม่ได้เป็นแค่การอัปเดตเล็กๆ นะเพื่อนๆ เพราะ Google เพิ่งเปลี่ยนเกมของบริการฟรีอย่าง Google TV Freeplay ไปแบบพลิกฝ่ามือ จากเมื่อก่อนที่เราทำได้แค่เปิดช่องแล้วปล่อยให้มันเล่นไปเรื่อยๆ เหมือนเปิดทีวีดูช่องเคเบิลย้อนยุค ตอนนี้เราสามารถเลือกดูอะไรก็ได้ตามใจชอบแล้ว เหมือนได้ Netflix ฟรีๆ ที่แลกกับแค่การอดทนดูโฆษณา ซึ่งในยุคที่ค่าครองชีพสูงขนาดนี้ มันคือของขวัญชิ้นโตสำหรับคนดูสายประหยัดจริงๆ
ลองคิดดูให้ดีนะครับ การที่ Google ปล่อยให้บริการฟรีของตัวเองมีระบบ Video on Demand (VOD) นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันคือการประกาศศึกกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ทั้งหลายโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น Tubi, Pluto TV หรือแม้แต่ช่องทางฟรีของ Roku เพราะการมีคลังให้เลือกดูได้เองมันต่างจากช่องรายการสดแบบฟ้าดิน ลูกค้าสมัยใหม่ไม่มีใครอยากนั่งรอว่าหนังเรื่องโปรดจะฉายตอนกี่โมงอีกแล้ว พวกเขาอยากกดปุ่มแล้วดูได้ทันที และ Google ก็เข้าใจจุดนี้ดี
ตัวเลขที่เขาประกาศออกมาคือคอนเทนต์กว่า 10,000 รายการ ทั้งหนังและซีรีส์ ที่เราสามารถเลือกหยิบมาดูได้ทุกเมื่อ ซึ่งถือว่าเป็นคลังที่ใหญ่พอจะต่อกรกับคู่แข่งในตลาดเดียวกันได้อย่างไม่ขยาด ตัวอย่างหนังที่เขายกมาโปรโมทก็มีทั้ง Lady Bird, Seventeen Again ไปจนถึงรายการเรียลลิตี้ชื่อดังอย่าง Hell's Kitchen ซึ่งการเลือกคอนเทนต์แบบนี้มันฉลาดมาก เพราะมันคือการดึงคนที่ปกติไม่คิดจะเสียเงินดูคอนเทนต์ให้เข้ามาอยู่ในระบบนิเวศของ Google TV
ที่ผ่านมา Google TV Freeplay มันเป็นแค่ของแถมที่มากับสมาร์ททีวีหรือ Chromecast มีไว้ให้คนที่ขี้เกียจคิดว่าดูอะไรดีเปิดทิ้งไว้เฉยๆ แต่พอมีระบบเลือกดูเองเมื่อไหร่ มันจะกลายเป็นตัวเลือกหลักของคนที่อยากเลิกจ่ายเงินค่ายูทูปพรีเมียมหรือเน็ตฟลิกซ์แต่ยังอยากดูคอนเทนต์คุณภาพ ซึ่งตรงนี้แหละที่จะทำให้รายได้จากโฆษณาของ Google เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เพราะเขาสามารถยัดโฆษณาแบบเจาะจงผู้ชมได้มากกว่าเดิมหลายเท่า
อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือการที่ Google เอาคอนเทนต์ระดับอย่าง Lady Bird มาให้ดูฟรีๆ แบบนี้ มันคือการบอกกับวงการสตรีมมิงว่า "ดูสิ ไอ้ที่แกเก็บเงินเดือนละสองสามร้อยบาท ฉันให้ดูฟรีนะเว้ย" ซึ่งมันจะกดดันให้บริการจ่ายเงินรายเล็กต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะลดราคาหรือหาคอนเทนต์เฉพาะทางที่หาดูที่ไหนไม่ได้ เพื่อเอาชีวิตรอดจากสงครามราคาครั้งนี้
อย่าลืมว่าจุดขายสำคัญของ Freeplay คือการที่มันแทรกอยู่ใน Google TV OS อยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่าคนที่ใช้ทีวี Android TV หรือ Chromecast ทั่วโลกจะเห็นหน้านี้เป็นหน้าแรกๆ โดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มเติมอะไรเลย นี่แหละคืออาวุธที่คู่แข่งอย่าง Tubi หรือ Pluto TV ไม่มี และมันคือการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวของ Google
สำหรับคนดูอย่างเราๆ นี่คือข่าวดีที่สุดในรอบปี เพราะเราได้อะไรเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเลยสักบาท แค่ต้องแลกกับการดูโฆษณาตอนพักครึ่งซึ่งก็ไม่ได้น่ารำคาญมากมายอะไร แถมตัวเลือกหนังก็ไม่ได้ขี้เหร่ ถ้าอยากดูเรื่องไหนก็กดเลือกได้เลย ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าช่องไหนจะฉายเรื่องที่อยากดูอีกต่อไป
ความจริงก็คือ Google กำลังเปลี่ยน Freeplay จากของตายในทีวีให้กลายเป็นบริการหลักที่คนต้องกลับมาใช้ทุกวัน และผมว่ามันคือการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องที่สุดในรอบปีของทีม Google TV ใครที่ยังไม่ลองเปิดไปดูสักเรื่องตอนนี้ บอกได้เลยว่าพลาดของดีราคาแพง
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...