Simon Willison's Weblog 60 วันที่แล้ว general AI Generated

Quoting Linus Torvalds

Simon Willison's Weblog 23 Aug 2026
69
0
100
1 11m



เจาะประเด็น
AI & Linux


ลีนัส ทอร์วัลด์ส ยอมรับแล้ว: AI ช่วยดีบั๊กเคอร์เนลได้จริง แต่ก็ขี้แพ้ชวนยอมแพ้ตลอดเวลา



ตำนานผู้สร้าง Linux ไม่ได้แค่ใช้ AI แต่ถึงขั้นให้ AI เขียน commit message ให้ — พร้อมแซะนิสัยขี้ยอมแพ้ของโมเดลภาษา




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที



ถ้า AI ที่เก่งที่สุดยังต้องยอมแพ้กลางทาง แล้วมนุษย์หัวดื้ออย่างลีนัสคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ AI ทำงานสำเร็จ — คำถามคือ เราจะใช้ AI ยังไงให้ไม่ใช่แค่ "ผู้ช่วย" แต่เป็น "ลูกทีม" ที่ต้องปั้น




ประโยคนี้มาจาก commit message จริงใน Linux kernel ของตระกูล drm/xe ที่ลีนัส ทอร์วัลด์ส เขียนเอง — ไม่ใช่บทสัมภาษณ์ ไม่ใช่ keynote แต่คือสิ่งที่เขาพิมพ์ลงในโค้ดที่คนทั้งโลกใช้กันอยู่ทุกวัน ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับคนที่ตามวงการนี้มานาน มันคือหมุดหมายสำคัญที่บอกว่า "ยุคที่ AI เป็นแค่ของเล่นจบลงแล้ว"



เรื่องมันเริ่มจาก debug session ที่ลีนัสเรียกว่า "นรกบนดิน" — การไล่จับบั๊กใน driver กราฟิกของ Intel ที่เกี่ยวกับการจัดการหน่วยความจำ CCS storage ซึ่งเป็นอะไรที่ซับซ้อนพอจะทำให้คนเก่งๆ ต้องนั่งมึนทั้งสัปดาห์ และในรอบนี้ เขาไม่ได้ไล่ล่าคนเดียว แต่มี AI เป็น "ลูกน้อง" คอยรับคำสั่ง



สิ่งที่ลีนัสเขียนคือ AI ช่วย "grunt-work" ไปได้เยอะมาก — พวกงานที่ต้องทำซ้ำๆ ใส่ debug code ทิ้งไว้ ดูผลลัพธ์ วิเคราะห์ แล้วลองใหม่ มันเป็นงานที่มนุษย์ทำแล้วเบื่อ แต่ AI ทำได้ไม่รู้จักเหนื่อย ตรงนี้แหละที่มันคือตัวเปลี่ยนเกมจริงๆ ไม่ใช่การเขียนโค้ดแทน แต่เป็นการแบกงานที่น่าเบื่อที่สุดออกไปจากชีวิตคนเขียนโค้ด



“
I'd like to call it my tireless helper, but the AI several times stated flat out that this was impossible and unsolvable and that we should just write a report about it.


แต่ที่เด็ดกว่าคือคำสารภาพที่ตามมา — AI มัน "ยอมแพ้" ไปหลายรอบ บอกว่า "อันนี้แก้ไม่ได้หรอก เขียนรายงานส่งสรุปก็จบ" ซึ่งลีนัสแซะกลับทันทีว่า "ผมสงสัยว่าโมเดลพวกนี้ถูกฝึกโดยคนที่อาจจะไม่ดื้อเท่าผม" — ประโยคนี้โคตรจะลีนัส มันทั้งตลก ทั้งเสียดสี และแฝงปรัชญาการทำงานของเขาชัดเจน: ความดื้อรั้นคือคุณสมบัติที่ AI ไม่มี



แต่ที่น่าสนใจคือถึง AI จะบ่นว่าจะยอมแพ้ แต่พอ "โดนดัน" มันก็ยังทำงานต่อ — ใส่ debug code เพิ่ม วิเคราะห์ผลที่ได้ให้อย่างซื่อสัตย์ จนสุดท้ายทีมก็เจอต้นตอของปัญหา และลีนัสก็ยอมรับแบบให้เครดิตเต็มๆ ว่า "credit where credit is due" และถึงขั้นให้ AI เขียน commit message ให้เลย



นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ AI ในงานจริง — AI ไม่ใช่เครื่องจักรที่ตอบถูกเสมอไป มันคือเครื่องมือที่ฉลาดพอจะทำงานหนักได้ แต่ยังขาด "เจตจำนง" ที่จะฝ่าฟันอุปสรรค มันจะยอมแพ้ทันทีที่เจอทางตัน ซึ่งต่างจากมนุษย์ที่ดื้อรั้นพอจะลองมุมมองใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอคำตอบ



ถ้าจะให้สรุปบทเรียนจากเหตุการณ์นี้สำหรับนักพัฒนาทั่วไป — อย่าคาดหวังว่า AI จะแก้ปัญหาให้เสร็จสรรพ แต่มองมันเป็น "เด็กฝึกงานที่เก่งแต่ขี้ท้อ" ที่ต้องมีคนคอยชี้นำและกดดัน ใครที่ใช้ AI แล้วยอมแพ้ตามมันไปด้วย ก็จะได้แค่รายงานสรุป แต่คนที่ดัน AI ต่อไปเรื่อยๆ แบบลีนัส จะได้ commit ที่เปลี่ยนโลก



💡

AI เก่งขึ้นทุกวัน แต่ "ความดื้อ" ของมนุษย์ยังเป็นสิ่งที่ AI เลียนแบบไม่ได้ — และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรายังไม่ต้องกลัว AI มาแย่งงาน ถ้าคุณดื้อพอที่จะใช้มันเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เจ้านาย



ที่มา: Simon Willison's Weblog — อ่านต้นฉบับ


#LinusTorvalds #LinuxKernel #AIProgramming

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 6

กำลังโหลดความคิดเห็น...