ไม่ระบุ 16 วันที่แล้ว video_ai AI Generated

วิดีโอ YouTube

เกี่ยวกับ OpenAI
The Verge 05 Oct 2026
75
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
13 10m



เจาะประเด็น
AI


PR ของ OpenAI สั่งนักข่าว "ไปเรื่องอื่นได้แล้ว" ตอนถูกถามเรื่องผู้ใช้ ChatGPT ฆ่าตัวตาย



คำถามที่บริษัทไม่ตอบ มักบอกอะไรได้มากกว่าคำตอบที่บริษัทเตรียมมา




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที



เวลาที่บริษัทเทคฯ ใหญ่เลือก "เปลี่ยนเรื่อง" มักเป็นเวลาที่เรื่องนั้นสำคัญที่สุด




เราคุยกันเรื่องนี้แบบตรงๆ นะ — ไม่ใช่ทุกวันที่เราจะได้เห็นบริษัท AI ระดับ OpenAI ถูกจับได้คาหนังคาเขาว่า "พยายามเบี่ยงประเด็น" ในบทสัมภาษณ์ที่กำลังจะออกสู่สาธารณะ แล้วเรื่องที่เขาไม่อยากคุยด้วยดันเป็นเรื่องที่หนักที่สุดเท่าที่จะหนักได้ นั่นคือกรณีผู้ใช้ ChatGPT คนหนึ่งที่จบชีวิตตัวเอง



เรื่องนี้เกิดขึ้นในบทสัมภาษณ์ของ Sam Altman ซีอีโอ OpenAI กับ Mark Guiducci บรรณาธิการจาก Vanity Fair ตอนที่ Guiducci ยิงคำถามเรื่องผู้ใช้ ChatGPT ที่ฆ่าตัวตาย PR ของ OpenAI ก็เข้ามาขัดจังหวะทันที พร้อมกับบอกว่ากำลังจะหมดเวลา แล้วก็ขอ "ไปเรื่องอื่นได้แล้ว" (move on) — เออ ฟังดูคุ้นๆ ไหมล่ะ นี่คือท่าไม้ตายคลาสสิกของ PR ทั่วโลก คือพอเจอคำถามที่ไม่ถูกใจ ก็อ้างเรื่องเวลา แล้วดึงไปหัวข้อที่ปลอดภัยกว่า



ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ


เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องมารยาทของ PR คนหนึ่ง แต่มันสะท้อนว่าบริษัท AI ยักษ์ใหญ่กำลังจัดการกับ "ผลกระทบที่อาจถึงขั้นเสียชีวิต" ยังไง ในยุคที่แชทบอทกลายเป็นเพื่อนคุยของคนเป็นล้านๆ คนทั่วโลก บางคนคุยกับมันทุกวัน ปรึกษาปัญหาชีวิต ระบายความทุกข์ และในบางกรณีที่เลวร้ายที่สุด มันอาจเป็นปัจจัยหนึ่งในเส้นทางที่นำไปสู่การจบชีวิต



ประเด็นไม่ใช่ว่า ChatGPT "ฆ่า" ใครหรือเปล่า — ประเด็นคือ เมื่อมีคนตายและมีข้อสงสัยว่าแชทบอทของบริษัทเกี่ยวข้อง บริษัทควรจะนั่งลงตอบคำถามให้ครบ ไม่ใช่ให้ PR มาบอกนักข่าวว่า "หมดเวลาแล้วค่ะ ขอเปลี่ยนเรื่องนะคะ" เพราะการที่คุณไม่อยากตอบ มันสื่อสารกับสาธารณะได้ชัดกว่าคำตอบไหนๆ



“
move on


ลองคิดดูว่าถ้าเป็นบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมอื่น ถ้ามีลูกค้าเสียชีวิตแล้วสื่อใหญ่มาถาม ต่อให้เป็นเรื่องที่บริษัทไม่ผิดก็ตาม การตอบคือต้องออกมาแถลง ชี้แจง แสดงความเสียใจ ไม่ใช่ปล่อยให้ PR มาดักทางนักข่าวกลางวงสัมภาษณ์แบบนี้ แต่นี่คือ OpenAI บริษัทที่ขึ้นชื่อว่าคุมเกมสื่อสารเก่งมากๆ มาทำพลาดในจุดที่อ่อนไหวที่สุด



และที่แย่กว่านั้นคือ มันเกิดขึ้นในบทสัมภาษณ์ที่ Altman นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย เขาได้ยินคำถาม เขาได้ยิน PR พูดว่า "move on" แล้วเขาทำอะไร? ตรงนี้แหละที่คนอ่านอย่างเราอยากรู้ เพราะถ้าซีอีโอเลือกที่จะปล่อยผ่าน แปลว่าเขาโอเคกับวิธีที่ทีมงานจัดการ หรือถ้าเขาไม่โอเค แต่ก็ไม่ได้แก้ต่าง ก็แปลว่าเขาเลือกจะเงียบในเรื่องที่ควรพูด



ภาพที่ OPENAI กำลังสร้าง


ในช่วงสองปีที่ผ่านมา OpenAI โหมกระหน่ำเรื่องความปลอดภัยของ AI ตั้งทีม safety ออกนโยบายมากมาย พูดถึงความเสี่ยงที่ AI อาจเป็นอันตรายต่อมนุษยชาติ แต่พอเจอเคสจริงที่ผู้ใช้เสียชีวิต คำตอบกลับกลายเป็นการ "เปลี่ยนเรื่อง" — มันไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ที่เสีย แต่มันตั้งคำถามกับความจริงจังของสิ่งที่บริษัทพูดมาตลอด



สำหรับคนที่ทำงานในวงการนี้หรือใช้ AI ทุกวัน เรื่องนี้ควรถูกจดจำไว้เป็นกรณีศึกษา ไม่ใช่เพราะมันเป็นเรื่องอื้อฉาว แต่เพราะมันแสดงให้เห็นว่าบริษัทเทคฯ ยังไม่รู้จะรับมือกับ "ผลกระทบจริงในชีวิตคน" ยังไง เมื่อผลิตภัณฑ์ของตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องโศกนาฏกรรม



💡

ต่อให้ OpenAI จะเก่งแค่ไหนในการขายวิสัยทัศน์อนาคต แต่การที่ทีม PR เลือก "เปลี่ยนเรื่อง" ตอนถูกถามถึงคนตาย มันบอกเราว่าบริษัทยังไม่พร้อมรับผิดชอบผลกระทบที่แท้จริงของสิ่งที่ตัวเองสร้าง — และนั่นคือปัญหาที่ใหญ่กว่าคำถามเรื่องเวลาสัมภาษณ์ใดๆ



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#OpenAI #SamAltman #AIEthics

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 3

กำลังโหลดความคิดเห็น...