เจาะประเด็น
AI / Cloud
กูเกิลจะยิงดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นวงโคจร 1 ตุลาคมนี้ แต่รันได้แค่ 15 นาทีต่อรอบ
โปรเจกต์ Suncatcher กำลังจะกลายเป็นของจริง แต่สิ่งแรกที่มันพิสูจน์ได้อาจไม่ใช่เรื่องความเร็ว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศต้องพึ่งแสงอาทิตย์เต็มที่ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นตอนที่มันโคจรเข้าเงามืดของโลก?
กูเกิลกำลังจะยิงดาต้าเซ็นเตอร์ต้นแบบขึ้นสู่วงโคจรในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ภายใต้โปรเจกต์ที่ชื่อว่า Suncatcher และนี่ไม่ใช่แค่ข่าวทดลองส่งของขึ้นฟ้าเล่นๆ แต่เป็นการประกาศว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เริ่มจริงจังกับไอเดียที่หลายคนเคยมองว่าเพ้อเจ้อ นั่นคือการย้ายงานประมวลผล AI ไปไว้บนอวกาศ
ตัวเครื่องทดสอบจะติดตั้งชิป TPU จำนวน 4 ตัว ซึ่งเป็นชิปเฉพาะทางที่กูเกิลพัฒนาขึ้นเองสำหรับงาน AI โดยเฉพาะ และจะรันงานได้ครั้งละ 15 นาทีเท่านั้น ฟังดูสั้นจนน่าตกใจใช่ไหม นั่นแหละคือประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมตัวเลขนี้ถึงไม่ใช่เรื่องน่าผิดหวังอย่างที่คิด
เหตุผลที่กูเกิลสนใจอวกาศไม่ใช่เรื่องแฟชั่นหรือความเท่ แต่เป็นเรื่องพลังงานล้วนๆ ดาต้าเซ็นเตอร์บนโลกกินไฟมหาศาลและต้องใช้ระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อน ต้นทุนค่าไฟกับค่าความเย็นนี้คือค่าใช้จ่ายก้อนโตที่โตขึ้นเรื่อยๆ ตามขนาดของโมเดล AI ส่วนในอวกาศ แสงอาทิตย์มีให้ใช้แบบไม่จำกัดและไม่มีชั้นบรรยากาศมาบัง อุณหภูมิภายนอกที่หนาวจัดก็ช่วยเรื่องการระบายความร้อนไปในตัว
แต่ข้อจำกัดก็ชัดเจนพอกัน นั่นคือตอนที่ยานโคจรเข้าไปในเงามืดของโลก มันจะไม่มีแสงอาทิตย์ให้ใช้เลย นี่คือเหตุผลจริงๆ ที่การทดสอบรอบแรกกำหนดเวลาไว้เพียง 15 นาทีต่อครั้ง ไม่ใช่เพราะทีมวิศวกรขี้เกียจหรือชิปยังไม่พร้อม แต่เพราะนั่นคือหน้าต่างเวลาที่มีแสงแดดเพียงพอสำหรับการทดสอบในแต่ละรอบโคจร
เป้าหมายของการทดสอบรอบนี้ไม่ใช่การทำลายสถิติความเร็วหรือประมวลผลโมเดลใหญ่โตอะไรทั้งนั้น แต่มันคือการพิสูจน์ว่าชิป TPU ทำงานได้เสถียรในสภาพแวดล้อมอวกาศจริง ทั้งเรื่องรังสีคอสมิกที่อาจรบกวนการทำงานของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ความผันผวนของอุณหภูมิที่ต่างจากห้องแล็บแบบสุดขั้ว และการรับส่งข้อมูลกลับมายังพื้นโลกที่ต้องผ่านความหน่วงของสัญญาณ
พูดตรงๆ นะ ผมมองว่านี่เป็นหนึ่งในการเดิมพันที่กล้าหาญที่สุดของกูเกิลในรอบหลายปี เพราะถ้ามันได้ผลจริง มันจะเปลี่ยนสมการต้นทุนของ AI ไปตลอดกาล แต่ถ้าไม่ ทุกอย่างก็จะกลายเป็นแค่บทเรียนราคาแพงที่เขียนไว้กลางอวกาศ และการทดสอบวันที่ 1 ตุลาคมนี้คือด่านแรกที่บอกได้ว่ากูเกิลกำลังเดินถูกทางหรือกำลังฝันกลางวัน
ที่น่าสนใจคือจังหวะเวลา ตอนที่คู่แข่งอย่าง Microsoft และ Amazon กำลังทุ่มงบมหาศาลสร้างดาต้าเซ็นเตอร์บนพื้นดินกันอยู่ กูเกิลเลือกเดินไปอีกทางหนึ่งโดยสิ้นเชิง นี่ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครเร็วกว่า แต่เป็นการเดิมพันว่าใครคิดต่างกว่า
การทดสอบ 15 นาทีนี้ฟังดูเล็กน้อย แต่ถ้าชิป TPU สี่ตัวทำงานได้จริงในวงโคจร มันจะเปิดประตูสู่คำถามใหญ่ที่วงการ AI ต้องตอบให้ได้ในทศวรรษนี้ว่า พลังงานบนพื้นโลกจะเพียงพอต่อความหิวโหยของโมเดล AI หรือไม่
ที่มา: Ars Technica AI — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...