ข่าวเด่น
AI / เทคโนโลยี
RingCentral เทหมดหน้าตัก! ประกาศศักดาเป็นบริษัท AI-First เต็มตัว ใช้ ChatGPT ทำงานตั้งแต่โค้ดจนถึงปฏิบัติการ
ถ้าคุณคิดว่า AI มันแค่เรื่องของการใส่แชทบอทเข้าไปในเว็บไซต์เพื่อหลอกลูกค้าว่า "มีแชทบอท" แล้วก็จบ แสดงว่าคุณยังไม่ได้ดูสิ่งที่ RingCentral ทำอยู่ตอนนี้เลย เพราะบริษัทนี้เขาไม่ได้เล่นของเล่น เขากำลังสร้างของจริงกันอยู่
เรื่องมันมีอยู่ว่า RingCentral ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านระบบสื่อสารองค์กรและคอนแทคเซ็นเตอร์บนคลาวด์ เขาเพิ่งออกมาประกาศผ่านทาง OpenAI ว่าตอนนี้ทั้งองค์กรไม่ได้แค่ "ใช้ AI" แต่กำลังสร้างวัฒนธรรมแบบ AI-native กันจริงจัง ตั้งแต่ทีมวิศวกรรมที่เขียนโค้ด ไปจนถึงทีมปฏิบัติการที่ดูแลระบบหลังบ้าน พวกเขาเอา ChatGPT Work และ Codex เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในการทำงานเลย
ฟังดูอาจจะเหมือนข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไปใช่ไหม? แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าเขา "ใช้เครื่องมืออะไร" แต่อยู่ที่ว่าเขา "ใช้มันยังไง" ซึ่งต่างกันราวฟ้ากับดิน
ปกติเวลาบริษัทใหญ่ๆ บอกว่า "เรานำ AI มาใช้" มันมักจะจบลงด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ ChatGPT มาแจกพนักงาน แล้วก็บอกว่า "เอ้า ใช้กันได้เลย" แต่ RingCentral เขาทำลึกกว่านั้นมาก เขาไม่ได้ใช้ AI เพื่อลดต้นทุนหรือตัดคนออก แต่เขาใช้ AI เพื่อเร่งความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือการ "รวมศูนย์ข่าวกรองทางปฏิบัติการ" หรือ operational intelligence ให้ทุกแผนกเห็นข้อมูลเดียวกันหมด ไม่ต้องมานั่งไล่ถามกันว่า "เมื่อกี้ตัวเลขนี้มาจากไหน"
พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือเขากำลังสร้างระบบที่ให้ทีมวิศวกรรมและทีมปฏิบัติการสามารถสื่อสารกันด้วยภาษาของ AI ได้โดยตรง ทีมงานสามารถสอบถามข้อมูลเชิงลึกจากระบบปฏิบัติการได้ด้วยภาษาธรรมชาติ ไม่ต้องไปรอให้ Data Scientist มานั่งทำรายงานส่งให้ ซึ่งตรงนี้แหละคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่คนภายนอกอาจจะมองไม่เห็น
ผมมองว่าเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะมันคือเทรนด์ที่กำลังจะมาถึงในวงการ tech ทั้งวงการ นั่นคือการที่ AI ไม่ได้เป็นแค่ "เครื่องมือเสริม" แต่กลายเป็น "โครงสร้างพื้นฐาน" ขององค์กรไปแล้ว และบริษัทที่ปรับตัวได้เร็วแบบนี้จะได้เปรียบมหาศาลในระยะยาว เพราะความเร็วในการพัฒนาซอฟต์แวร์ของเขาจะเหนือกว่าคู่แข่งที่ยังนั่งทำงานแบบเดิมๆ หลายเท่าตัว
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การที่ RingCentral เลือกใช้ ChatGPT Work และ Codex มันส่งสัญญาณว่าเขาจริงจังกับการสร้างระบบนิเวศ AI ของตัวเอง ไม่ใช่แค่ใช้ของฟรีๆ แล้วก็จบ แต่เป็นการลงทุนกับเครื่องมือระดับองค์กรที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้บริษัทระดับ Fortune 500 เขาไว้ใจ
ผมว่าเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากสำหรับผู้บริหารไทยที่กำลังคิดจะนำ AI เข้ามาใช้ในองค์กร เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับการซื้อเครื่องมือแพงๆ แต่เกี่ยวกับการปรับ mindset ของทั้งองค์กรให้ยอมรับ AI เป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ศัตรูที่จะมาแย่งงาน ซึ่งถ้าใครทำได้แบบนี้ก่อน ก็จะได้เปรียบแบบก้าวกระโดดในยุคที่ทุกอย่างหมุนเร็วขึ้นทุกวัน
สุดท้ายนี้ ผมขอปรบมือให้ RingCentral ที่กล้าลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่พูด แต่ถ้าถามผมว่าอนาคตจะไปต่อยังไง ก็ต้องรอดูว่าเขาจะดึงศักยภาพของ AI ออกมาใช้ได้เต็มที่แค่ไหน เพราะเครื่องมือมันดีอยู่แล้ว แต่คนจะใช้ให้คุ้มหรือเปล่านี่สิ ที่แท้จริงคือบททดสอบ
ที่มา: OpenAI News — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...