Ars Technica AI 52 วันที่แล้ว general AI Generated

“Zlibrary my beloved”: Anthropic staff chats extolling piracy cited in Sony suit

เกี่ยวกับ Anthropic
Ars Technica AI 01 Sep 2026
69
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
17 13m



เจาะประเด็น
AI / Legal


พนักงาน Anthropic แชทกันว่า "Zlibrary ที่รัก" กลางแชทบริษัท โดน Sony เอาเข้าคดีฟ้องร้อง



หลักฐานจากคดี Sony เผยให้เห็นวัฒนธรรมภายในของ Anthropic ที่ไม่แคร์เรื่องลิขสิทธิ์แม้แต่น้อย และนี่คือระเบิดเวลาที่ AI ทุกค่ายกำลังนั่งอยู่บนนั้น




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



คำถามคือ ถ้าพนักงานบริษัท AI คุยกันเรื่องดาวน์โหลดหนังสือเถื่อนในแชทบริษัทได้แบบไม่กระดากปาก แล้วบริษัทจะไปยืนยันกับศาลได้ยังไงว่าโมเดลไม่ได้เรียนรู้จากข้อมูลเถื่อน?




คดีนี้ไม่ธรรมดา นะเพื่อนๆ นี่ไม่ใช่คดีเล็กๆ ที่บริษัทเพลงยิงฟ้องแบบขอไปที แต่เป็นคดีที่ Sony Music ยื่นฟ้อง Anthropic ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลง โดยอ้างว่าบริษัทใช้ torrent ดาวน์โหลดเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์เพื่อไปเทรนโมเดล AI และที่เด็ดสุดคือ ในคำฟ้องมีหลักฐานเป็นแชทภายในของพนักงาน Anthropic เอง ที่คุยกันเรื่องการดาวน์โหลดหนังสือจาก Zlibrary อย่างเปิดเผยและไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น



ฟังดูยังไง? คนที่กำลังสร้าง AI ที่ "ฉลาด" ที่สุดในโลก คุยกันเรื่องการโจรกรรมเนื้อหาเหมือนคุยเรื่องเมนูอาหารเที่ยงเลย เรียกว่าเป็น "Zlibrary my beloved" หรือแปลว่า "Zlibrary ที่รักของฉัน" ซึ่งมันคือความรู้สึกที่คุณมีต่อของรักของหวง แต่ในที่นี้มันคือเว็บไลบรารีเถื่อนขนาดใหญ่ที่ให้ดาวน์โหลดหนังสือฟรีโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังมีแชทอื่นๆ ที่พูดถึงการดาวน์โหลดเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์อีกเพียบ



ที่มา


เรื่องนี้เริ่มจาก Ars Technica รายงานว่า Sony Music ได้ยื่นฟ้อง Anthropic โดยกล่าวหาว่าบริษัทใช้วิธีการ torrent (โปรโตคอลแชร์ไฟล์แบบ peer-to-peer) เพื่อดาวน์โหลดเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์จำนวนมหาศาลเพื่อใช้ฝึกโมเดลภาษา และในคำฟ้องนั้นได้แนบหลักฐานเป็นแชทของพนักงานใน Slack ของบริษัทเอง ที่พูดถึงการใช้ Zlibrary และแหล่งเนื้อหาผิดกฎหมายอื่นๆ อย่างเปิดเผย ไม่มีการปิดบัง แถมบางคนยังเรียก Zlibrary ด้วยความรักใคร่แบบที่พูดถึงคนรักอีกต่างหาก



“
Zlibrary my beloved


ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่า Anthropic ทำผิดหรือไม่ เพราะบริษัท AI ทุกค่ายในตอนนี้ต่างก็ใช้ข้อมูลมหาศาลจากอินเทอร์เน็ตมาฝึกโมเดลกันทั้งนั้น แต่ประเด็นที่ทำให้คดีนี้ปังคือ มันเป็นหลักฐานชิ้นโบว์แดงที่ยืนยันว่า พนักงานในบริษัทรู้ตัวดีว่ากำลังใช้ข้อมูลเถื่อนอยู่ และไม่รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย มันคือวัฒนธรรมองค์กรที่มองว่าลิขสิทธิ์เป็นแค่ตัวขวางทางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเท่านั้น



มุมมอง


ที่สำคัญกว่านั้น คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เพลงที่สร้างโดย AI กำลังไต่ชาร์ตเพลงฮิตได้สำเร็จ มันคือการชนะใจผู้บริโภค แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันคือการตบหน้าเหล่าศิลปินและนักแต่งเพลงที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างสรรค์ผลงานหนึ่งเพลงออกมา แล้ว AI กลับผลิตเพลงในสไตล์เดียวกันได้ภายในไม่กี่วินาที โดยใช้ข้อมูลที่ขโมยมาจากพวกเขาเอง



ลองคิดตามนะ ถ้าวันหนึ่งคุณเป็นนักร้องที่แต่งเพลงดังระดับประเทศ แล้วมีบริษัท AI เอาผลงานคุณไปเทรนโมเดลแล้วปล่อยเพลงเลียนแบบสไตล์คุณออกมาเต็มตลาด โดยที่คุณไม่ได้ค่าลิขสิทธิ์สักบาท คุณจะรู้สึกยังไง? และถ้าแชทของพนักงานบริษัทนั้นเผยว่าพวกเขารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่และไม่แคร์ คุณจะโกรธขนาดไหน?




หลักฐานในคำฟ้อง

แชท Slack ของพนักงาน Anthropic ที่พูดถึง Zlibrary และแหล่งดาวน์โหลดเนื้อหาผิดกฎหมายอื่นๆ อย่างเปิดเผย



ข้อกล่าวหาหลัก

Sony กล่าวหาว่า Anthropic ใช้ torrent ดาวน์โหลดเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์เพื่อฝึกโมเดลภาษาโดยไม่ได้รับอนุญาต



บริบทสำคัญ

คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เพลงที่สร้างโดย AI กำลังขึ้นชาร์ตเพลง สร้างแรงกดดันให้วงการเพลงต้องปกป้องสิทธิ์ของศิลปิน


ผมไม่ได้บอกว่า Anthropic เป็นบริษัทเลวร้ายที่สุดในโลกนะ แต่หลักฐานชิ้นนี้มันสะท้อนอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น มันคือความจริงที่ว่า อุตสาหกรรม AI ทั้งหมดในตอนนี้ยืนอยู่บนฐานของข้อมูลที่ได้มาโดยไม่คำนึงถึงสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล และถ้ายังไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับที่ชัดเจนออกมาจัดการ พวกเขาก็จะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีใครสักคนหยุดได้จริงๆ จังๆ สักที



Sony เองก็คงไม่ได้หวังแค่ค่าชดเชย แต่พวกเขาต้องการตั้งบรรทัดฐานให้วงการรู้ว่า การขโมยเพลงไปเทรน AI ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ฟรีๆ และถ้าคดีนี้ชนะ มันจะกลายเป็นแม่แบบให้คดีอื่นๆ ตามมาอีกเป็นระลอก ซึ่งอาจจะทำให้บริษัท AI ต้องกลับมาทบทวนวิธีการเก็บข้อมูลกันครั้งใหญ่เลยทีเดียว



💡

ฟังนะ เพื่อนๆ ที่รักของผม ความจริงที่โหดร้ายคือ AI ทุกวันนี้ไม่ได้ฉลาดเพราะเวทมนตร์ แต่มันฉลาดเพราะมันกลืนกินงานสร้างสรรค์ของมนุษย์ไปเป็นอาหาร และถ้าบริษัทเหล่านี้ยังคิดว่าการขโมยข้อมูลคือ "นวัตกรรม" ผมว่าอีกไม่นานเราจะได้เห็นสงครามระหว่างคนสร้างกับคนขโมยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีแน่นอน



ที่มา: Ars Technica AI — อ่านต้นฉบับ


#AI #Copyright #Legal

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 5

กำลังโหลดความคิดเห็น...