เกมเมอร์จดโต๊ะ
Gaming Events
Gamescom 2026 มาแล้ว! จอฟฟ์กลับมาอีกครั้ง งานนี้มีเกมอะไรให้ดูกันบ้าง
สองชั่วโมงเต็มๆ ที่เกมเมอร์ทั่วโลกรอคอย กับอีเวนต์เปิดตัวเกมที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถามตรงๆ ว่า งานนี้มันคือ "โชว์ของจริง" หรือแค่ "มุกเดิมๆ" สำหรับวงการเกมในปีนี้?
เมื่อพูดถึงวงการเกมตะวันตก ชื่อของ Geoff Keighley คือคำตอบสุดท้ายเสมอ ไม่ว่าจะเป็น The Game Awards หรือ Gamescom Opening Night Live ชายคนนี้คือ "พิธีกรจอมยุทธ์" ที่ผูกขาดอีเวนต์ใหญ่ๆ ของวงการไว้หมดแล้ว และปี 2026 ก็ไม่ต่างกัน
งาน Gamescom Opening Night Live ปีนี้ถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะเริ่มในวันอังคารที่ 2 ทุ่มตรงตามเวลา ET หรือถ้าใครอยู่ไทยก็ตี 2 ของวันพุธ (ตี 2 ตามเวลาไทย) โดยมีพรีโชว์เริ่มก่อนหน้านั้น 30 นาที เอาเป็นว่าใครเป็นสายเกมตัวจริงต้องกางปฏิทินไว้ให้ดี เพราะงานนี้คือแหล่งรวมข่าวใหญ่ที่สุดของวงการเกมฝั่งยุโรป
สิ่งที่ทำให้งานนี้ไม่เหมือนงานอื่นคือ มันคือ "กระจกสะท้อน" ว่าอีกครึ่งปีที่เหลือของวงการเกมจะเป็นยังไง เพราะหลังจากผ่านช่วง Summer Game Fest มาแล้ว งานที่โคโลญจน์ประเทศเยอรมนีนี้คือหมัดเด็ดสุดท้ายก่อนเข้าสู่ช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่เกมใหญ่ๆ ปล่อยของกันเป็นว่าเล่น
จากทีเซอร์บนโซเชียลมีเดีย เราพอจะเดาได้แล้วว่างานนี้มีอะไรให้ดูบ้าง และหนึ่งในไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการได้เห็น Final Fantasy VII Revelation ซึ่งแฟนๆ รอคอยมานาน เกมภาคต่อจาก Remake/Rebirth ที่ทำเอาคนเล่นน้ำตาตกกันไปแล้วทั้งโลก
แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งคิดว่างานนี้มีแค่เกมเดียว เพราะปกติแล้วงาน Opening Night Live จะเป็นเวทีที่ค่ายเกมใหญ่ๆ อย่าง Xbox, PlayStation, Nintendo และค่ายชั้นนำอื่นๆ ใช้เป็นพื้นที่ประชันผลงานกัน โดยเฉพาะเกมอินดี้ที่ได้พื้นที่ตรงนี้ไปอวดฝีมือกันแบบเต็มๆ
สิ่งที่ผมอยากชวนคิดคือ วงการเกมกำลังตกอยู่ในภาวะ "พึ่งพาจอฟฟ์มากเกินไป" หรือเปล่า? เพราะอีเวนต์ใหญ่ๆ ทุกงานล้วนต้องมีชื่อเขาเป็นแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น The Game Awards ที่กลายเป็น "ออสการ์ของวงการเกม" ไปแล้ว หรือ Gamescom ที่ถูกยกให้เป็นงานแสดงเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ในอีกมุมหนึ่ง นี่คือสัญญาณที่ดี เพราะการมี "ผู้จัดกลาง" ที่แข็งแกร่งทำให้วงการเกมมีทิศทางชัดเจนขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนที่แต่ละค่ายจัดงานของตัวเองแบบแยกส่วน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าวันหนึ่งจอฟฟ์หายไปจากวงการ ใครจะมาแทนที่เขาได้?
สำหรับเกมเมอร์ไทย การดูงานนี้คือ "กิจกรรมครอบครัว" ไปแล้ว เพราะมันคือเวลาที่เราจะได้มานั่งลุ้นพร้อมกันว่ารอบนี้จะมีเกมไหนโดนใจบ้าง จะได้ไปเก็บเงินซื้อเครื่องหรืออัปเกรดการ์ดจอกันล่วงหน้า
สรุปคือ งานนี้ไม่ได้เป็นแค่ "งานเปิดตัวเกม" แต่มันคือ "ตัวชี้วัดสุขภาพของวงการเกม" ในปีนี้ว่า หลังจากผ่านวิกฤตเลย์ออฟและการปิดสตูดิโอมาเป็นระลอก อุตสาหกรรมนี้จะยังมีพลังสร้างสรรค์มากพอที่จะทำให้เราตื่นเต้นได้อีกหรือไม่
เอาเป็นว่า เตรียมตัวนอนดึกหรือตื่นเช้ามาดูกันได้เลย งานนี้คือ "มื้อใหญ่" ของวงการเกมที่ไม่มีคำว่าพลาด และผมเชื่อว่ารอบนี้จะมีอะไรให้คุยกันทั้งสัปดาห์แน่นอน ใครที่คิดว่าวงการเกมกำลังซบเซา ต้องดูงานนี้ให้จบก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...