The Verge 70 วันที่แล้ว general AI Generated

The Pixel Tag is Google’s answer to the AirTag

รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
30 12m



เจาะประเด็น
Hardware


กูเกิลแกว่งหมัดสวนแอปเปิล! Pixel Tag ว่าที่ราชาไอเทมตามของ เตรียมชน AirTag เปิดตัวแล้ว



รอมาเนิ่นนานกว่า 2 ปี กับเน็ตเวิร์กหาเครื่องที่กูเกิลสร้างไว้เอง วันนี้ของจริงมาถึงแล้ว แต่จะเก่งแค่ไหน ไปดูกัน




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที


เอาล่ะ ถึงเวลาแล้วที่คนใช้แอนดรอยด์จะได้หยุดช้ำใจ ไม่ต้องมัวแต่แอบมองไอ้ก้อนกลมๆ สีขาวของค่ายผลไม้ที่วางขายทีมงานแล้วหายไปจากชั้นตลอดเวลา เพราะในที่สุด Google ก็ประกาศเปิดตัว Pixel Tag สมาร์ทแท็กของตัวเองออกมาซะที หลังจากที่ปล่อยให้แฟนๆ รอคอยกันแบบหอบไห้มาตั้ง 2 ปีเต็มๆ นับตั้งแต่เปิดตัว Find My Device Network ของตัวเอง



พูดกันตรงๆ เลยว่าการมาของ Pixel Tag มันไม่ได้มาแบบมือเปล่าๆ เพราะสเปกที่กูเกิลจัดใส่มาให้มันโหดพอๆ กับหน้าตาที่ดูเรียบๆ แต่แฝงความล้ำสมัย มันมาพร้อมเทคโนโลยี Ultra Wideband (UWB) ประกบกับ Bluetooth 6.0 Channel Sounding ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ทำให้การหาไอเทมของคุณแม่นยำถึงขั้นระดับเซนติเมตร ไม่ใช่แค่บอกว่าอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่จะชี้ได้เลยว่ามันหล่นอยู่ใต้โซฟาตัวไหน



ที่มา / จุดขายหลัก


สาเหตุที่ทำไมกูเกิลถึงใช้เวลานานขนาดนี้ในการส่งของออกมา คงไม่พ้นเรื่องของความละเอียดอ่อนเรื่องความเป็นส่วนตัวบนแพลตฟอร์มที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ทั้งหมดเหมือน iOS เพราะการจะสร้างเน็ตเวิร์กหาเครื่องให้แม่นยำได้ ต้องอาศัยอุปกรณ์ของคนอื่นๆ ในโลกแอนดรอยด์เป็นโครงข่าย ซึ่งการชวนคนมาเป็น "ตาข่าย" โดยไม่ให้เขารู้สึกถูกจับตามองนี่แหละ คือโจทย์ยากที่สุดที่กูเกิลต้องสะสาง



แต่พอเห็นสเปกแบบนี้แล้ว บอกได้เลยว่าการรอคอยมันคุ้มค่า เพราะการมีทั้ง UWB และ Bluetooth 6.0 อยู่ในเครื่องเดียวกัน มันไม่ได้เป็นแค่การอัปเกรดตัวเลข แต่คือการเปลี่ยนประสบการณ์การตามหาของหายจากเดิมที่ต้องเดินวนๆ ดูสัญญาณใกล้-ไกล กลายเป็นการชี้เป้าแบบเห็นภาพจริง ว่าไอ้กุญแจบ้านเรามันอยู่ตรงมุมนั้นของห้องนอนจริงๆ ไม่ใช่แค่ "อยู่ในบ้าน"



มุมมอง / วิเคราะห์


ต้องยอมรับว่าเกมนี้แอปเปิลนำอยู่หนึ่งช่วงตัวจริงๆ เพราะ AirTag มันกลายเป็นคำกริยาไปแล้วในชีวิตประจำวันของคนใช้ไอโฟน แต่การที่กูเกิลจับมือกับผู้ผลิตแอนดรอยด์ทุกรายผ่าน Play Services หมายความว่าเครือข่าย Find My Device ของกูเกิลมีศักยภาพที่จะใหญ่กว่า Find My ของแอปเปิลหลายเท่าตัว เพราะมันครอบคลุมทั้งหูฟังราคาถูก ยันมือถือเรือธงของทุกแบรนด์ ซึ่งถ้ากูเกิลบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยดีพอ นี่คือจุดที่แอปเปิลตามไม่ทันแน่นอน



อย่าลืมว่าตอนนี้คู่แข่งอย่าง Samsung SmartTag เองก็มี UWB เหมือนกัน แต่สิ่งที่กูเกิลได้เปรียบคือการผูกกับระบบปฏิบัติการโดยตรง ทำให้การตั้งค่าและการใช้งานลื่นไหลกว่า และที่สำคัญคือราคา แม้ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการในไทย แต่ถ้าออกมาใกล้เคียงกับ AirTag เมื่อไหร่ บอกได้เลยว่าสงครามนี้จะดุเดือดมาก เพราะคนที่ถือ Pixel หรือแม้แต่มือถือแอนดรอยด์ทั่วไป ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปซื้อ AirTag มาใช้แบบครึ่งๆ กลางๆ อีกต่อไป



“
It combines ultra wideband (UWB) with Bluetooth 6.0 Channel Sounding for two distinct types of precision tracking.


อีกหนึ่งดีเทลที่น่าสนใจคือการที่กูเกิลเลือกใช้ Bluetooth 6.0 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดที่เพิ่งประกาศใช้ไม่นาน คุณสมบัติ Channel Sounding จะช่วยให้การวัดระยะห่างระหว่างอุปกรณ์แม่นยำขึ้นมาก แม้ในที่ที่สัญญาณรบกวนเยอะ ซึ่งนี่คือคำตอบของปัญหาที่ AirTag เจอมาโดยตลอดในห้างสรรพสินค้าที่คนแน่นๆ หรือในอาคารที่มีสัญญาณรบกวนสูง



มันไม่ได้มีดีแค่การหาเครื่อง แต่ Pixel Tag ยังรองรับการทำงานร่วมกับ Pixel Camera ที่ให้คุณกดปุ่มบนแท็กเพื่อถ่ายรูปหมู่ หรือใช้เป็นปุ่มลัดสำหรับเปิดใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ในบ้านผ่านระบบสมาร์ทโฮมของกูเกิลได้อีกด้วย นี่คือสิ่งที่ทำให้มันไม่ใช่แค่ "AirTag ของกูเกิล" แต่มันคือ "อุปกรณ์เสริมอัจฉริยะ" ที่เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศทั้งหมดที่กูเกิลสร้างมา



💡

สรุปให้ฟังแบบไม่ต้องคิดตามมาก: Pixel Tag คือหมัดเด็ดที่กูเกิลซัดออกมาเต็มแรง มันคือการตอบโต้ที่ช้าแต่แกร่ง และด้วยสเปกที่เหนือกว่า AirTag ในแทบทุกด้าน บวกกับเครือข่ายที่ใหญ่กว่า งานนี้แอปเปิลต้องหันกลับมามองการ์ดของตัวเองแล้วล่ะ ไม่ใช่แค่เกมตามของหาย แต่คือเกมระบบนิเวศที่จะตัดสินอนาคตของสมาร์ทดีไวซ์ทั้งวงการ



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#PixelTag #Google #SmartTag

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 3

กำลังโหลดความคิดเห็น...