เจาะประเด็น
AI Policy
สหรัฐฯ เปิดแผนเตือนภัย AI แต่ไม่มีคนเทคในคณะ จีนเงียบใส่
แผนแจ้งเตือนความปลอดภัย AI ฉบับใหม่ของวอชิงตัน ไร้เงาผู้เชี่ยวชาญจากวงการเทคโนโลยี ขณะที่จีนเลือกไม่ตอบโต้ ท่ามกลางเกมแข่งกันเป็นเบอร์หนึ่ง AI ของโลก
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 5 นาที
ระบบเตือนภัยที่ไม่มีคนสร้างภัยนั่งอยู่ในห้องประชุม มันจะเตือนใครได้จริง?
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ กำลังผลักดันแผนใหม่ที่ว่าด้วยการแจ้งเตือนความปลอดภัยของ AI ออกมา แต่สิ่งที่คนในวงการตั้งคำถามทันทีคือ แผนนี้ไม่มีตัวแทนจากบริษัทเทคโนโลยีหรือผู้เชี่ยวชาญสาย AI เข้ามานั่งอยู่ในคณะเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งถ้าคุณคิดตามสักนิด มันก็แปลกดีเหมือนกัน เพราะคนที่รู้จักความเสี่ยงของโมเดล AI ดีที่สุดในตอนนี้ ก็คือคนที่สร้างมันขึ้นมานั่นแหละ
ประเด็นนี้ถูกพูดถึงในรายงานของ Ars Technica ที่ชี้ว่าแนวทางของฝั่งสหรัฐฯ ให้น้ำหนักไปที่การ "เอาชนะการแข่งขัน AI" มากกว่าการสร้างกลไกความปลอดภัยที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน ซึ่งพอกรอบคิดมันเป็นแบบนี้ มันก็ไม่น่าแปลกใจที่จีนจะเลือกวางเฉย ไม่ตอบรับ ไม่ตอบโต้กับข้อเสนอที่วอชิงตันยื่นมา
การที่จีนไม่พูดอะไรเลยกับแผนนี้ ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนใจเรื่องความปลอดภัยของ AI แต่เป็นการอ่านเกมว่าถ้าฝั่งสหรัฐฯ ยังมองเรื่องนี้เป็นเกมแข่งขันว่าใครจะชนะมากกว่าการร่วมมือกันจริงจัง การเข้าไปร่วมวงก็เท่ากับยอมรับกติกาที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนกำหนด ซึ่งในมุมของจีน มันไม่คุ้มที่จะลงไปนั่งในโต๊ะที่เจ้ามือวางไพ่ไว้หมดแล้ว
อีกอย่างคือ เรื่องความปลอดภัย AI มันเป็นเรื่องที่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแบบเปิด ซึ่งถ้าฝ่ายหนึ่งกำลังอยู่ในโหมด "แข่งกันเป็นที่หนึ่ง" การแชร์ข้อมูลภายในก็เท่ากับเปิดไพ่ให้คู่แข่ง ซึ่งไม่มีประเทศไหนอยากทำหรอก
การตัดคนจากวงการเทคโนโลยีออกจากคณะทำงานด้านความปลอดภัย AI มันฟังดูขัดๆ ยังไงชอบกล เพราะคนที่รู้ว่าโมเดลไหนมีจุดอ่อนตรงไหน โมเดลไหนหลุดกรอบได้ง่าย หรือโมเดลไหนมีโอกาสถูกใช้ในทางที่ผิด คือวิศวกรและนักวิจัยที่ทำงานกับมันทุกวัน ไม่ใช่คนที่ดูแค่รายงานสรุปบนโต๊ะทำงาน
มองอีกมุมหนึ่ง การที่รัฐบาลเลือกไม่ดึงคนเทคเข้ามา อาจเป็นความพยายามรักษา "ความเป็นกลาง" ไม่ให้ถูกมองว่าเข้าข้างบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นระบบเตือนภัยที่ขาดคนที่เข้าใจภัยจริงๆ
ถ้าสหรัฐฯ กับจีนยังไม่คุยกันเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของ AI มันก็หมายความว่าโลกกำลังจะมีระบบนิเวศ AI สองขั้วที่ใช้กติกาคนละชุด ซึ่งสำหรับนักพัฒนาและบริษัทที่ทำงานข้ามพรมแดน นี่คือปวดหัวชั้นดี เพราะคุณต้องทำตามกฎสองชุดที่อาจขัดกันเอง
และที่สำคัญกว่านั้น ในวันที่ AI เริ่มมีบทบาทกับเรื่องความมั่นคง การไม่มีช่องทางสื่อสารเรื่องความเสี่ยงระหว่างสองมหาอำนาจ มันไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นความเสี่ยงที่ทั้งโลกต้องแบกรับ
แผนความปลอดภัย AI ที่ไม่มีคนเทคในคณะ และไม่มีจีนร่วมวง มันไม่ใช่แผนความปลอดภัย มันคือแผนการเมืองที่ติดป้ายคำว่า safety ไว้เท่านั้นแหละ
ที่มา: Ars Technica AI — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...