เจาะประเด็น
Policy
FCC ไฟเขียวให้รัฐบาลซาอุฯ-กาตาร์ ถือหุ้น Paramount เกือบครึ่ง แต่กลับจ้องตรวจว่า The View สัมภาษณ์ใคร
ยอมให้เงินทุนต่างชาติถือหุ้นสื่ออเมริกันเกินกฎที่ตัวเองตั้งไว้ แต่กลับเข้มงวดกับรายการทีวีที่วิจารณ์คนของตัวเอง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าเงินจากรัฐบาลต่างชาติถือหุ้นสื่อได้เกินกฎครึ่งหนึ่ง แต่การวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองกลับถูกจับตา นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
คณะกรรมการการสื่อสารกลางของสหรัฐฯ หรือ FCC ประกาศว่าจะไม่ใช้กฎที่จำกัดการถือหุ้นของชาวต่างชาติไว้ที่ 25 เปอร์เซ็นต์ในดีลระหว่าง Paramount กับ Warner Bros. Discovery อีกต่อไป และจะอนุญาตให้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ หรือ sovereign wealth fund ถึงสามกอง ซึ่งบริหารโดยรัฐบาลของซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และอาบูดาบี เข้าถือหุ้นได้ถึง 49.5 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องธุรกิจทั่วไป แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ — ในยุคของ Brendan Carr ที่นั่งหัวโต๊ะ FCC ได้ข่มขู่ ABC ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับรายการ The View และการที่รายการไปสัมภาษณ์ใคร มันกลายเป็นภาพที่ขัดกันสุดๆ ระหว่าง "ยอมปล่อยให้รัฐบาลต่างชาติถือหุ้นสื่ออเมริกันเกินกฎที่ตัวเองตั้งไว้" กับ "แต่กลับเข้มงวดกับรายการทีวีที่วิจารณ์คนของตัวเอง"
กฎเดิมของ FCC ถูกออกแบบมาเพื่อจำกัดอิทธิพลของต่างชาติในสื่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะกับบริษัทที่ถือครองใบอนุญาตแพร่ภาพกระจายเสียง การที่ FCC ยอมผ่อนกฎให้กับดีลนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และมันเกิดขึ้นในจังหวะที่ Carr กำลังถูกจับตาว่าใช้ตำแหน่งกำกับดูแลสื่อไปในทางที่เอื้อหรือลงโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือเปล่า
ลองคิดดูว่ากองทุนความมั่งคั่งของซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และอาบูดาบี ถือหุ้นเกือบครึ่งของบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ของอเมริกันได้ แล้วในเวลาเดียวกัน FCC ก็ยังจับตาว่ารายการทีวีอย่าง The View ไปสัมภาษณ์ใคร นี่มันคือมาตรฐานสองแบบที่ชัดเจนมาก — มาตรฐานหนึ่งสำหรับเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในอุตสาหกรรมสื่อ และอีกมาตรฐานหนึ่งสำหรับเนื้อหาที่ออกอากาศ
ประเด็นเรื่องการถือหุ้นของรัฐบาลต่างชาติในสื่อไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข มันเกี่ยวกับอำนาจในการกำหนดทิศทางของเนื้อหา การเข้าถึงข้อมูล และอิทธิพลต่อสาธารณชน ถ้า FCC มองว่าการที่รัฐบาลต่างชาติถือหุ้นเกิน 25 เปอร์เซ็นต์เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติมาก่อนหน้านี้ แล้วอะไรเปลี่ยนไป?
คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ "ไม่มีอะไรเปลี่ยน" ยกเว้นคนที่นั่งหัวโต๊ะกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายความว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้อยู่บนหลักการที่สม่ำเสมอ แต่อยู่บนผลประโยชน์หรือความสัมพันธ์เฉพาะหน้า
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดีลธุรกิจ แต่คือการทดสอบว่ากฎของ FCC ยังใช้กับทุกคนเท่ากันจริงหรือเปล่า — และคำตอบที่เห็นชัดตอนนี้คือ ไม่เลย
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...