เจาะประเด็น
Hardware
ViewSonic ปล่อยจอ 27 นิ้ว QD-OLED เกมมิ่งมอนิเตอร์ 0.03ms มาพร้อมโหมดโกงขนาดจอให้ฟรี
จอที่สลับขนาดได้ตามใจ อยากได้จอ 24.5 นิ้วแบบโปรก็กดปุ๊บเดียวจบ ไม่ต้องซื้อจอใหม่สองจอให้เปลืองโต๊ะ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
คำถามคือ ทำไมต้องซื้อจอ 27 นิ้ว แล้วกดให้มันเล็กเหลือ 24.5 นิ้ว? คำตอบมันไม่ได้บ้า แต่โคตรจะเข้าท่า
วงการจอเกมมิ่งมอนิเตอร์ปีนี้ร้อนแรงจนน่าแปลกใจ ฝั่ง OLED เริ่มลดราคาลงมาแข่งขันจริงจัง และล่าสุด ViewSonic ก็ไม่ยอมอยู่นิ่ง เปิดตัว XG2738-2K-OLED จอเกมมิ่งไซส์ 27 นิ้วที่ใช้พาเนล QD-OLED ความละเอียด 2K QHD (2560x1440) เจาะกลุ่มคนที่จริงจังกับเกมโดยเฉพาะ
สเปกบอกว่าไวต่อการตอบสนองระดับ 0.03ms GTG โคตรจะเร็ว เรียกว่าแทบไม่มี ghosting หรือภาพเบลอให้เห็น ซึ่งสำหรับคนเล่นเกมยิงมุมมองแรก (FPS) หรือเกมที่ต้องอาศัยรีแอคชันไวๆ นี่คือเรื่องใหญ่ เพราะจอบางรุ่นแม้จะ refresh rate สูงแต่ response time ช้า ก็ทำให้ภาพเบลอตอนหมุนจอไวๆ ได้เหมือนกัน
แต่ที่ทำให้จอรุ่นนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่พาเนลเร็ว แต่มันมีโหมดที่เรียกว่า Esports Mode ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ให้คุณสลับขนาดภาพจาก 27 นิ้วลงมาเป็น 24.5 นิ้วได้ทันที ฟังดูอาจจะงงว่าทำไมซื้อจอใหญ่แล้วต้องย่อให้เล็ก? ขออธิบายแบบนี้ — โปรเกมเมอร์สาย CS:GO หรือ Valorant หลายคนคุ้นชินกับการมองภาพบนจอ 24.5 นิ้วมากกว่า เพราะมันโฟกัสง่ายกว่า สายตาไม่ต้องกวาดเยอะ
ViewSonic เคลมว่าจอตัวนี้รองรับทั้ง NVIDIA G-SYNC และ AMD FreeSync Premium เพื่อกำจัดปัญหา screen tearing และภาพกระตุก ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ควรมีในจอเกมมิ่งยุคนี้อยู่แล้ว แถมยังมากับเทคโนโลยี OLED Care ที่ช่วยลดความเสี่ยงเรื่อง burn-in หรือภาพค้าง ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของจอ OLED ทุกยี่ห้อ
จุดที่คนมักมองข้ามคือรายละเอียดเรื่อง Quantum Dot ในพาเนล QD-OLED มันไม่ได้ทำให้ไวขึ้นแต่มันทำให้สีสันสดและแม่นยำกว่า OLED ทั่วไป โดยเฉพาะช่วงสีแดงและเขียว ซึ่งจอเกมมิ่งส่วนใหญ่จะโฟกัสแต่ความลื่นแล้วทิ้งเรื่องสี แต่รุ่นนี้ดูเหมือนจะพยายามทำให้ครบเครื่องทั้งไวและสวย
พูดตรงๆ ว่าตลาดจอ OLED 2K 27 นิ้วตอนนี้เริ่มแน่นไปด้วยคู่แข่งจากหลายค่าย แต่สิ่งที่ ViewSonic ใช้เป็นตัวสร้างความต่างคือฟีเจอร์ Esports Mode ที่ว่านี้ ซึ่งถ้าทำออกมาได้ดีจริง มันจะช่วยชีวิตคนที่ลังเลระหว่างจอ 24.5 นิ้วสำหรับแข่ง กับจอ 27 นิ้วสำหรับใช้งานทั่วไปได้สบาย
ต้องยอมรับว่า ViewSonic ไม่ได้เป็นแบรนด์แรกที่นึกถึงเวลาพูดถึงจอเกมมิ่งระดับท็อป แต่การที่พวกเขากล้าใส่ฟีเจอร์เฉพาะแบบนี้เข้ามา แสดงว่าพวกเขาดูแลกลุ่มเกมเมอร์จริงจัง ไม่ใช่แค่ส่งสินค้าตามกระแส และการที่มี OLED Care ในตัวก็ช่วยปลอบใจคนที่ยังกลัวปัญหา burn-in ได้ระดับหนึ่ง
Esports Mode
สลับขนาดภาพจาก 27 นิ้วเป็น 24.5 นิ้วได้ทันที ตรงกับขนาดจอที่โปรเกมเมอร์นิยมใช้
QD-OLED Panel
ให้ทั้งความเร็ว 0.03ms และความแม่นยำของสีที่เหนือกว่า OLED ทั่วไป
OLED Care
ระบบป้องกันภาพค้าง (burn-in) ที่เป็นจุดอ่อนตายของจอ OLED ทุกรุ่น
คำถามสุดท้ายที่ทุกคนอยากรู้คือราคา ซึ่งตอนนี้ ViewSonic ยังไม่ประกาศออกมา แต่ถ้าตั้งราคาสูงเกินคู่แข่งโดยที่สเปกสูสีกัน มันอาจจะขายยากหน่อย เพราะฟีเจอร์สลับขนาดจออย่างเดียวอาจไม่พอให้คนควักเงินเพิ่ม ต้องรอดูตอนวางขายจริง
สรุปคือ จอตัวนี้มีดีทั้งความเร็วและสี แต่ที่จับตามองคือฟีเจอร์ Esports Mode ที่จะกลายเป็นจุดขายหรือจุดตายก็ได้ ขึ้นอยู่กับราคาที่จะประกาศออกมา ถ้าตั้งมาโดน นี่คือจอที่ครบเครื่องที่สุดตัวหนึ่งของปี
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...