เจาะประเด็น
Semiconductors
สหรัฐฯ เรียกชื่อคลัสเตอร์ชิปโฮนามของเกาหลีเป็นครั้งแรก กดดันให้ซัมซุง-สกฮ. ย้ายโรงงานมาอเมริกา
นี่ไม่ใช่แค่การเอ่ยชื่อ แต่คือหมากการเมืองชิปที่สหรัฐฯ วางไว้บนโต๊ะต่อหน้าเกาหลีใต้แบบไม่อ้อมค้อม
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
คำถามคือ เกาหลีใต้จะยอมสละความได้เปรียบที่บ้านเกิดเพื่อแลกกับความมั่นคงทางการเมืองกับวอชิงตันหรือไม่?
มันเริ่มชัดเจนขึ้นทุกทีแล้วว่า สงครามชิปโลกไม่ได้สู้กันที่เทคโนโลยีล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่สู้กันที่ "ที่ตั้งโรงงาน" ด้วย และข่าวล่าสุดจากฝั่งอเมริกาก็คือการที่สหรัฐฯ เอ่ยชื่อ "Honam Chip Cluster" ของเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในเอกสารทางการ นี่ไม่ใช่การกล่าวถึงแบบผ่านๆ แต่คือการส่งสัญญาณชัดๆ ไปยังซัมซุงและSKฮินิกซ์ว่า "ถ้าอยากได้ดีลกับเรา คุณต้องมาสร้างโรงงานในบ้านเรา"
ฟังดูเหมือนเป็นแค่รายละเอียดปลีกย่อยในเอกสารนโยบาย แต่สำหรับคนที่ตามวงการชิปมานานจะรู้ว่านี่คือหมากที่อเมริกากำลังค่อยๆ รัดเชือกให้เกาหลีใต้เข้ามาอยู่ในซัพพลายเชนของตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะตอนนี้สหรัฐฯ กำลังกังวลว่าแหล่งผลิตชิปที่สำคัญที่สุดของโลกกระจุกตัวอยู่ที่เกาหลีใต้และไต้หวันมากเกินไป ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับสองจุดนี้ โลกทั้งใบต้องหยุดชะงัก
รายงานนี้มาจาก Reddit r/hardware ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯ เพิ่งเริ่มใช้คำว่า "Honam Cluster" ในเอกสารอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดย Honam คือชื่อเรียกพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ ซึ่งครอบคลุมเมืองสำคัญอย่างควังจูและนาจู ที่เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตชิปขนาดใหญ่ของทั้งซัมซุงและSKฮินิกซ์ การที่สหรัฐฯ รู้จักและเรียกชื่อคลัสเตอร์นี้ได้แม่นยำขนาดนี้ แปลว่าพวกเขาจับตาพื้นที่นี้มานานแล้ว และกำลังใช้ข้อมูลนี้เป็นเครื่องมือต่อรอง
ต้องเข้าใจบริบทก่อนว่า ตอนนี้สหรัฐฯ กำลังเดินหน้านโยบาย CHIPS Act อย่างเต็มกำลัง ต้องการดึงดูดให้บริษัทชิปรายใหญ่ของโลกมาสร้างโรงงานในอเมริกาให้ได้มากที่สุด ทั้งซัมซุงและSKฮินิกซ์ต่างก็มีโครงการลงทุนในสหรัฐฯ อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าอเมริกายังไม่พอใจกับระดับความร่วมมือที่มีอยู่ และต้องการมากกว่านั้น
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าซัมซุงหรือSKฮินิกซ์จะย้ายฐานการผลิตทั้งหมดมาอเมริกาหรือไม่ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ แต่ประเด็นคือสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณว่าพวกเขาอยากเห็นการลงทุน "เพิ่มเติม" และการที่เอ่ยชื่อคลัสเตอร์โฮนามออกมาแบบนี้ เท่ากับเป็นการบอกว่า "เรารู้ว่าคุณมีของดีอยู่ที่ไหน และเราจะจับตาดูคุณ"
สำหรับเกาหลีใต้นี่คือความเสี่ยงที่แท้จริง เพราะการย้ายฐานการผลิตชิปไปต่างประเทศหมายถึงการสูญเสียเทคโนโลยีและแรงงานมีฝีมือในประเทศ แต่ในทางกลับกัน หากไม่ตอบสนองแรงกดดันจากสหรัฐฯ ก็เสี่ยงที่อเมริกาจะหันไปพึ่งพาญี่ปุ่นหรือยุโรปแทน ซึ่งจะทำให้เกาหลีใต้เสียตำแหน่งในห่วงโซ่อุปทานโลก
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือการตอบสนองของรัฐบาลเกาหลีใต้และผู้บริหารของทั้งสองบริษัท เพราะถ้าพวกเขาตัดสินใจเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ก็จะส่งผลต่อกำลังการผลิตและราคาชิปในตลาดโลก รวมถึงอาจทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องตามมาอีกเป็นลูกโซ่
ส่วนตัวผมมองว่าการที่สหรัฐฯ เลือกใช้วิธีนี้ คือการเล่นเกมเชิงรุกที่ฉลาดมาก เพราะไม่ต้องออกกฎหมายบังคับหรือคว่ำบาตรอะไรให้เสียภาพพจน์ แค่ "เรียกชื่อ" ก็ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าถูกจับตามองและต้องมีการเคลื่อนไหวตอบโต้ บางทีการเมืองระหว่างประเทศมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แค่รู้จักกดจุดอ่อนของอีกฝ่ายก็พอ
ซัมซุง
มีโรงงานผลิตชิปหลักในพื้นที่ควังจูและนาจู ซึ่งเป็นหัวใจของ Honam Cluster และมีแผนลงทุนในเท็กซัสอยู่แล้ว
SKฮินิกซ์
เป็นผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่อันดับสองของโลก มีฐานการผลิตสำคัญในอิชอนและชองจู และกำลังขยายโรงงานในอินเดียน่า สหรัฐฯ
การที่สหรัฐฯ เลือกจี้ที่คลัสเตอร์โฮนาม ไม่ใช่แค่เพราะมันคือแหล่งผลิตชิป แต่เพราะมันคือ "สัญลักษณ์" ของความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีเกาหลีใต้ การเอ่ยชื่อมันออกมาแบบนี้ จึงเท่ากับบอกว่า "เราพร้อมจะแตะต้องสิ่งที่คุณภูมิใจที่สุด" นี่คือเกมจิตวิทยาที่แนบเนียนและทรงพลัง
ท้ายที่สุดแล้วเกาหลีใต้คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเพิ่มการลงทุนในอเมริกา แต่คำถามคือพวกเขาจะต่อรองผลตอบแทนกลับมาได้มากแค่ไหน ถ้าทำได้ดีก็จะได้ทั้งเงินและความมั่นคง แต่ถ้าพลาดก็อาจเสียทั้งเทคโนโลยีและอำนาจต่อรองในเวลาเดียวกัน นี่คือเกมที่ไม่มีทางชนะง่ายๆ
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...