อัปเดต
Android
กูเกิลงัดไม้ตายส่ง AI ไล่ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใน Google Messages
แอนดรอยด์เตรียมส่งฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ ใช้พลังคลาวด์ช่วยกรองมิจฉาชีพผ่านแชทแบบเรียลไทม์
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อมิจฉาชีพฉลาดขึ้นทุกวัน แอนดรอยด์เลยต้องเอา AI มาช่วยสกัดกั้นตั้งแต่หน้าจอแชทก่อนที่เราจะตกเป็นเหยื่อ
ปัญหาเรื่องมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านมือถือมันลามปามจนน่าปวดหัวเข้าไปทุกที ล่าสุดทางฝั่งแอนดรอยด์เลยนั่งเฉยไม่ได้แล้ว เตรียมเข็นฟีเจอร์ป้องกันการฉ้อโกงตัวใหม่แกะกล่องออกมาช่วยผู้ใช้งานกันแบบจริงจัง โดยเฉพาะในแอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง Google Messages ที่คนใช้คุยกันอยู่ทุกวัน
งานนี้ไม่ใช่แค่การบล็อกเบอร์แบบเดิมๆ ที่มิจฉาชีพมันหาทางเปลี่ยนเบอร์ใหม่หนีได้เรื่อยๆ แต่เป็นการอัปเกรดระบบตรวจจับที่เรียกว่า Scam Detection ให้ฉลาดลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเตรียมปล่อยตั้งค่าตัวเลือกใหม่ที่เรียกว่า enhanced protection ออกมาให้ใช้งานกันในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้แล้ว
หัวใจสำคัญของระบบใหม่นี้คือการดึงพลังประมวลผลบนระบบคลาวด์เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อความที่น่าสงสัยแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถตรวจจับพฤติกรรมหรือรูปแบบการสนทนาที่เข้าข่ายต้มตุ๋นได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าการพึ่งพาแค่ระบบบนเครื่องมือถือเพียงอย่างเดียว
พูดง่ายๆ คือถ้ามีใครส่งข้อความชวนลงทุนปลอมๆ หรือลิ้งก์แปลกปลอมเข้ามา ระบบมันจะเริ่มระแคะระคายและเตือนเราทันที ก่อนที่เราจะเผลอไปกดตามเล่ห์เหลี่ยมของพวกมัน ซึ่งอันนี้คือสิ่งที่คนใช้งานมือถือยุคนี้โหยหามานาน เพราะบางทีเราก็ไม่มีเวลามานั่งระวังตัวตลอดเวลา
การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาความปลอดภัยบนมือถือมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอย่างการบล็อกเบอร์มันไม่เพียงพออีกแล้ว แพลตฟอร์มระดับโลกต้องเข้ามาช่วยกลั่นกรองตั้งแต่ต้นน้ำด้วยเทคโนโลยีที่ฉลาดพอๆ กับพวกมิจฉาชีพ
สำหรับใครที่ใช้มือถือแอนดรอยด์ก็เตรียมตัวอัปเดตแอปพลิเคชันรอดูลักาสณะฟีเจอร์ใหม่นี้กันได้เลย เพราะในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ น่าจะเริ่มทยอยปล่อยให้ใช้งานจริงกันแล้ว ใครที่มือถือรองรับก็อย่าลืมไปเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้กันไว้ด้วย เพื่อความปลอดภัยของกระเป๋าตังค์เราเอง
การดึง AI บนคลาวด์มาช่วยสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในแอปแชทโดยตรง คือก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกอุ่นใจขึ้นได้อีกเปลาะหนึ่ง แต่สุดท้ายสติของคนเราก็ยังเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...