อัปเดต
Tools
Ubuntu 26.10 ปล่อยของแล้ว ใส่ AI แปลงเสียงพูดในเครื่องและอัปเกรดความปลอดภัยเพียบ
สายลินุกซ์ได้เวลาอัปเกรด เมื่อ Ubuntu ปล่อยตัวใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่อัปเดตเคอร์เนล แต่เริ่มผสาน AI เข้ามาทำงานแบบออฟไลน์จริงจัง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
การยัด AI เข้ามาในระบบปฏิบัติการรอบนี้ไม่ได้มีไว้แค่โชว์รูu แต่ Canonical กำลังทดลองให้มันช่วยเรื่องการเข้าถึงเป็นหลัก
คาโนนิคัลปล่อยของใหม่ออกมาให้สายโอเพนซอร์สได้ลองของกันอีกแล้วกับ Ubuntu 26.10 ที่ใช้ชื่อโคตรน่ารักว่า Stonking Stingray รอบนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะอัดของใหม่มาเพียบ ทั้งเดสก์ท็อปตัวล่าสุด เคอร์เนลรุ่นใหม่ และที่สำคัญคือฟีเจอร์ AI แบบออนดีไวซ์ที่ทำเอาหลายคนต้องหันมามอง
ถ้ามองจากผิวเผิน การอัปเดตครั้งนี้ก็ดูเป็นรอบปกติที่มี GNOME 51 ติดตั้งมาให้หลังจากเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน ซึ่งทางค่ายบอกว่ามันช่วยให้หน้าจอเดสก์ท็อปตอบสนองไวขึ้นแถมยังช่วยเรื่องการใช้งานของผู้มีความต้องการพิเศษได้ดีขึ้นด้วย ส่วนฝั่งเคอร์เนลก็ขยับไปใช้ Linux 7.3 ที่รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ แบบครบเครื่อง ทั้งชิปตระกูลอินเทลและเอเอ็มดีรุ่นใหม่ รวมถึงไดรเวอร์การ์ดจอค่ายเขียว ใครที่ใช้ฮาร์ดแวร์สดใหม่น่าจะหายห่วงเรื่องหาไดรเวอร์ยากไปได้เปลาะหนึ่ง
แต่จุดที่น่าสนใจจริงๆ และเกือบจะโดนกลบไปด้วยฟีเจอร์ฮาร์ดแวร์ ก็คือการใส่ตัวช่วยแปลงเสียงพูดเป็นข้อความตัวใหม่ที่ชื่อว่า Myna เข้ามา ความพีคคือมันรันด้วยโมเดลภาษาท้องถิ่นบนเครื่องตัวเองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์ให้เสี่ยงเรื่องความเป็นส่วนตัว ทางค่ายบอกชัดเจนว่านี่คือจุดเริ่มต้นก้าวแรกของการทำเดสก์ท็อปที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้วย AI โดยเอาเรื่องการเข้าถึงใช้งานเป็นโจทย์หลักก่อน
นอกจากเรื่อง AI แล้ว ฝั่งความปลอดภัยและระบบสำหรับองค์กรก็ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ทีมงานจัดการย้ายไปใช้ uutils coreutils ที่เขียนด้วยภาษา Rust แบบเต็มสูบ พร้อมทั้งใส่ระบบเซ็นแพ็กเกจป้องกันยุคควอนตัม และเพิ่มความสามารถในการเข้ารหัสฮาร์ดดิสก์ผ่าน TPM ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม ใครที่ทำงานสายองค์กรน่าจะชอบใจเพราะรอบนี้เขาผนวกระบบยืนยันตัวตนกับ Microsoft Entra ID มาให้เรียบร้อย ทั้งแบบรหัสผ่านบวก MFA หรือแม้แต่การเข้าสู่ระบบแบบไม่ต้องใช้รหัสผ่านเลยก็ตาม
สำหรับสายงานประมวลผลข้อมูลหนักๆ รอบนี้เขาก็อัปเกรด ROCm เป็นเวอร์ชัน 10.0 เพื่อรองรับสถาปัตยกรรมจีพียูรุ่นใหม่ๆ ของเอเอ็มดี แถมยังพ่วงเฟรมเวิร์กอย่าง vLLM และ SGLang มาให้พร้อมใช้งานทันที เรียกว่าเตรียมความพร้อมมาให้สายรันโมเดลได้ใช้งานกันแบบสะดวกขึ้นเยอะ
ที่น่าสนใจคือทางผู้พัฒนาออกมายืนยันเสียงแข็งว่า เจ้า Myna ตัวนี้ไม่ได้ทำมาเล่นๆ แล้วหายไป แต่มันจะอยู่ยาวและถูกหยิบมาเป็นฟีเจอร์พื้นฐานในเวอร์ชันต่อๆ ไปด้วย แปลว่าทิศทางของลินุกซ์ค่ายนี้กำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ AI กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการแบบถาวร ไม่ใช่แค่แอปเสริมที่อยากลงก็ลง
การใส่ AI รันบนเครื่องตัวเองของ Ubuntu รอบนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าโลกโอเพนซอร์สกำลังจริงจังกับการใช้งานจริงแบบไม่ต้องง้อคลาวด์ และนี่คือทิศทางที่ระบบปฏิบัติการทุกค่ายต้องเดินตาม
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...