TechPowerUp 26 วันที่แล้ว general AI Generated

Bungie's Cancelled Codename "Payback" from 2024 Could Have Been Destiny's Future

TechPowerUp 26 Sep 2026
69
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
2 12m



เจาะลึก
Gaming


Bungie เคยมี "อนาคตของ Destiny" อยู่ในมือ แต่เลือกที่จะทิ้งมันไป



เกมที่ถูกยกเลิกในโค้ดเนม Payback อาจเป็นคำตอบที่แฟน ๆ รอมาตลอด แต่ Bungie กลับตัดสินใจปิดโปรเจกต์ก่อนที่ใครจะได้เห็น




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



บางทีปัญหาของสตูดิโอเกมยุคนี้ไม่ใช่ "ไม่มีไอเดียดี" แต่คือ "ไม่กล้าจ่ายเงินทำมัน"




ช่วงนี้ชื่อของ Bungie โผล่ในข่าวบ่อยจนแทบจะกลายเป็นคอนเทนต์ประจำสัปดาห์ไปแล้ว เริ่มจากเรื่องที่พวกเขาดึงทีมพัฒนาไปจาก Destiny 2 ต่อด้วยผลกระทบจากการเลย์ออฟครั้งใหญ่ของ PlayStation ที่กระเทือนโครงสร้างและขีดความสามารถของสตูดิโอแบบตรง ๆ ล่าสุดดูเหมือน Bungie จะพยายามกลับไปง้อ Destiny 2 ที่แฟน ๆ รัก เพื่อกู้ความเชื่อมั่นของผู้เล่นกลับคืนมาหลังจาก Marathon เปิดตัวแล้วเสียงตอบรับกลาง ๆ ไม่ร้อนไม่หนาวเท่าไหร่



แต่เรื่องที่กำลังเป็นประเด็นจริง ๆ ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขากำลังทำ แต่มันคือเรื่องที่พวกเขา "เคยทำแล้วทิ้ง" ต่างหาก



ที่มา


Jason Schreier นักข่าวเกมชื่อดังออกมาเล่าบน YouTube ว่าเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา Bungie มีเกมหนึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนา ซึ่งถ้าได้ออกมาจริง มันอาจกลายเป็น "อนาคตของ Destiny" ไปแล้วก็ได้ เกมนี้ถูกรู้จักกันภายในว่า "โค้ดเนม Payback"



จุดน่าสนใจคือ Schreier บอกว่าเรื่องของ Destiny 3 ถูกหยิบขึ้นมาพูดในที่ประชุมทีมอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็มักจะจบลงด้วยข้อโต้แย้งเรื่องต้นทุนการพัฒนาที่สูงลิ่ว จนสุดท้าย Bungie เลือกเดินเส้นทางอื่นแทน นั่นคือการผลักดันโปรเจกต์ Payback ขึ้นมาเป็นทางเลือก



“
codename Payback


คนทำและจุดจบ


โปรเจกต์นี้ไม่ใช่ของมือใหม่นะ เพราะมันถูกดูแลโดย Luke Smith และ Mark Noseworthy สอง veteran ตัวจริงของแฟรนไชส์ Destiny ที่ผ่านสมรภูมิมากับเกมนี้ตั้งแต่ยุคแรก ๆ การมีคนระดับนี้คุมโปรเจกต์เอง บอกได้เลยว่าภายใน Bungie มองมันเป็นอะไรที่จริงจังมาก ไม่ใช่โปรเจกต์ทดลองเล่น ๆ



แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะสุดท้าย Payback ก็ถูกยกเลิกไปในปี 2024 นั่นเอง



สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือ ก่อนที่มันจะถูกยุติลง Payback ถูกมองจากคนในว่าเป็น "อนาคตของ Destiny" เต็ม ๆ แม้ว่ามันจะเดินคนละทางกับสูตรดั้งเดิมของ Destiny ก็ตาม — ซึ่งตรงนี้แหละที่น่าสนใจ เพราะมันหมายความว่า Bungie เองก็รู้ว่าถ้าจะให้แฟรนไชส์ไปต่อ พวกเขาจำเป็นต้องกล้าฉีกออกจากสูตรเดิม ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่



มุมมอง


ถ้าถามผมว่าข่าวนี้สะท้อนอะไร มันสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของวงการ AAA เกมในยุคนี้แบบชัดมาก คือต่อให้คุณมีไอเดียดี มีคนเก่งคุมโปรเจกต์ และทีมงานภายในเชื่อในตัวมันขนาดนั้น แต่ถ้าตัวเลขต้นทุนมันไม่สวย ทุกอย่างก็จบเหมือนกันหมด นี่ไม่ใช่เรื่องของ Bungie คนเดียวด้วย มันเป็นเรื่องของทั้งอุตสาหกรรมที่ต้นทุนพัฒนาเกม AAA พุ่งสูงจนบริษัทต้องเลือก "เซฟตัว" มากกว่า "กล้าเสี่ยง"



💡

เรื่องนี้ไม่ได้เศร้าตรงที่เกมถูกยกเลิก แต่มันเศร้าตรงที่ Bungie รู้อยู่แก่ใจว่า Payback คือทางไปต่อของ Destiny แท้ ๆ แต่กลับเลือกที่จะไม่ไป เพราะกลัวต้นทุน — คำถามคือถ้าสตูดิโอระดับนี้ยังไม่กล้า แล้วใครจะกล้า?



ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ


#Bungie #Destiny #GameIndustry

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 5

กำลังโหลดความคิดเห็น...