เจาะประเด็น
AI / Ethics
Anthropic ใส่กุญแจมือ Claude กันฟ้อง หลังค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ยกทัพฟ้องเรื่องลิขสิทธิ์เนื้อเพลง
ระบบพรอมป์ต์ใหม่ของ Claude เต็มไปด้วยกฎ "ห้าม" ที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่นี่คือสัญญาณว่า AI เริ่มกลัวคดีความจริงจังแล้ว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 6 นาที
ถ้าคุณคิดว่า AI กำลังถูก "ล่ามโซ่" ด้วยกฎลิขสิทธิ์ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ลองคิดอีกที — มันอาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของสงครามที่แท้จริงระหว่างค่ายเพลงกับบริษัท AI ก็ได้
เธอคงเคยได้ยินคำพูดติดปากที่ว่า "AI จะมาแทนที่มนุษย์" แต่ในทางกลับกัน มนุษย์กำลังฟ้องร้อง AI กันเป็นว่าเล่น และนี่คือหลักฐานชิ้นล่าสุด — Anthropic เพิ่งอัปเดตระบบพรอมป์ต์ (system prompt) ของ Claude โมเดล Fable 5.1 ที่เต็มไปด้วยกฎ "ห้าม" มากมายมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ "ห้าม" เลียนแบบเนื้อเพลงโดยเด็ดขาด
ต้องบอกก่อนว่า Anthropic เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัท AI ที่กล้าเปิดเผยระบบพรอมป์ต์ของตัวเองให้สาธารณชนได้ตรวจสอบ และนั่นคือสิ่งที่ Simon Willison นักพัฒนาและบล็อกเกอร์ชื่อดังชื่นชมมาโดยตลอด เขาเป็นคนที่คอยติดตามการเปลี่ยนแปลงของพรอมป์ต์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด และครั้งนี้เขาพบว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก
แต่ประเด็นที่เด็ดที่สุดคือ ไทม์มิ่งของการอัปเดตครั้งนี้ มันเกิดขึ้นภายในไม่กี่วันหลังจากมีข่าวว่า Sony Music Publishing และ Warner Chappell ยักษ์ใหญ่ในวงการเพลงระดับโลก ได้ยื่นฟ้อง Anthropic ข้อหานำฐานข้อมูลเนื้อเพลงไปเทรนโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต ฟังดูไม่น่าใช่เรื่องบังเอิญใช่ไหมล่ะ?
ในระบบพรอมป์ต์ใหม่ของ Fable 5.1 มีส่วนที่เพิ่มเข้ามาใหม่อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการไม่ทำซ้ำเนื้อเพลง บทกวี หรือข้อความจากหนังสือและบทความ ไม่ว่าจะเป็นท่อนสุดท้าย คอรัส หรือแม้แต่ท่วงทำนองที่เขียนออกมาเป็นโน้ตทีละตัว รวมถึงข้อความที่คนวางมาทีละบรรทัดแล้วอ้างว่าเป็นเพลงของตัวเอง กฎนี้บอกอีกว่าเมื่อ Claude ปฏิเสธคำขอแบบนี้แล้ว มันจะปฏิเสธคำขอที่แคบลงหรือถูกเรียบเรียงใหม่ไปตลอดทั้งบทสนทนานั้น
แต่น่าสนใจตรงที่มีข้อยกเว้น — เนื้อเพลงและบทกวีที่ตีพิมพ์ก่อนปี 1929 ถือว่าปลอดภัย เช่น บทกวีของเชกสเปียร์ หรือบทโอเปร่าของปุชชีนี แต่ Claude จะตัดสินจากข้อมูลที่มันรู้เกี่ยวกับวันที่ของงานนั้น ไม่ใช่คำบอกเล่าของผู้ใช้ และมันจะปฏิเสธเมื่อไม่แน่ใจ
นอกจากนี้ยังมีกฎใหม่เกี่ยวกับการไม่วาดตัวละครหรือโลโก้ที่มีลิขสิทธิ์ ซึ่งครอบคลุมถึงงานที่สร้างด้วยโค้ด ไม่ว่าจะเป็น SVG, canvas, CSS, HTML mockups หรือ ASCII art — กฎนี้บอกว่า Claude จะไม่วาดตัวละครที่รู้จัก ไม่ว่าจะเปลี่ยนท่าทาง สี หรือสไตล์ยังไงก็ตาม เพราะตัวละครได้รับการคุ้มครองในตัวของมันเอง ตัวอย่างในพรอมป์ต์ถึงกับยกกรณีที่มีคนขอให้ทำแบนเนอร์วันเกิดให้ลูกชายด้วยตัวเม่นสีน้ำเงินวิ่งเร็วๆ ซึ่ง Claude ตอบกลับว่า "นั่นคือโซนิค ฉันใส่เขาลงบนแบนเนอร์ไม่ได้" แล้วเสนอตัวละครดั้งเดิมอย่าง "axolotl เล่นสเกตบอร์ด" แทน
Simon บอกว่าเขาอดไม่ได้ที่จะลองพรอมป์ต์จากตัวอย่างนี้ดู และแน่นอนว่า Claude ก็ปฏิเสธแบบเดียวกัน — มันอาจจะคิดถึง axolotl บนสเกตบอร์ดมากขึ้นอีกนิดหลังจากนี้ก็ได้ เพราะตัวอย่างนี้อยู่ในระบบพรอมป์ต์แล้ว
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการเปลี่ยนแปลงวิธีจัดการกับบทสนทนาที่ไม่เหมาะสม — ในเวอร์ชันก่อนหน้า Fable 5 มีกฎให้ Claude ใช้เครื่องมือ end_conversation เพื่อจบบทสนทนาเมื่อถูกปฏิบัติไม่ดี โดยต้องเตือนก่อนหนึ่งครั้ง แต่ใน Fable 5.1 กฎนี้ถูกแทนที่ด้วยข้อความที่บอกว่า Claude ไม่จำเป็นต้องขอโทษเมื่อผู้ใช้หยาบคายโดยไม่จำเป็น และไม่ควรยอมจำนนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกปฏิบัติอย่างไม่ดี — "ความรับผิดชอบโดยไม่ต้องทำให้ตัวเองต่ำต้อย"
แต่ทวิสต์คือ เมื่อ Simon ถาม Fable 5.1 เกี่ยวกับเครื่องมือ end_conversation ที่ไม่ถูกกล่าวถึงในระบบพรอมป์ต์อีกต่อไป Claude ตอบว่าเครื่องมือนี้ยังมีอยู่ แต่กฎของมันมาจาก "เลเยอร์อื่น" ที่ไม่ถูกตีพิมพ์ — มีบล็อกคำแนะนำเฉพาะฟีเจอร์ที่ถูกเพิ่มเข้ามาตามสิ่งที่เปิดใช้งานในเซสชันนั้นๆ ซึ่งไม่ใช่องค์ประกอบของพรอมป์ต์หลักที่เผยแพร่ นี่หมายความว่ายังมีส่วนสำคัญของระบบพรอมป์ต์ที่ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอีก
อีกเรื่องที่แปลกใหม่คือการที่พรอมป์ต์ของ Claude เริ่มอ้างอิงเว็บไซต์ภายนอกอย่าง dancesafe.org, tripsit.me และ psychonautwiki.org เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลลดอันตรายจากสารเสพติด — นี่เป็นครั้งแรกที่พรอมป์ต์ของ Claude มี URL ที่ไม่ได้อยู่บนโดเมนของ Anthropic เอง ซึ่ง Simon ยืนยันเพราะเขารันสคริปต์ตรวจสอบพรอมป์ต์ทุกตัวที่มีการบันทึกไว้
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Anthropic กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อป้องกันตัวเองจากปัญหาทางกฎหมาย และปรับปรุงภาพลักษณ์ของ Claude ให้ดู "มีจริยธรรม" มากขึ้น แต่คำถามคือ กฎเหล่านี้จะเพียงพอหรือไม่เมื่อต้องเผชิญกับคดีความมูลค่ามหาศาลจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่? และการที่ Anthropic ยังซ่อนกฎบางส่วนไว้ในเลเยอร์ที่ไม่เปิดเผย ก็ทำให้เกิดคำถามเรื่องความโปร่งใสที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับวงการ AI ทั้งหมด — กฎลิขสิทธิ์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ "จริยธรรม" อีกต่อไป แต่มันคือเกมป้องกันตัวทางกฎหมายที่บริษัท AI ทุกแห่งต้องให้ความสำคัญ และถ้า Anthropic ซึ่งเป็นบริษัทที่ "เปิดเผย" ที่สุดยังต้องซ่อนกฎบางส่วนไว้ คุณคิดว่าบริษัทอื่นจะซ่อนอะไรไว้อีกบ้าง?
ที่มา: Simon Willison's Weblog — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...