เจาะประเด็น
AI / Law / Policy
รัฐบาลทรัมป์เข้าข้าง OpenAI คดี NYT ฟ้องลิขสิทธิ์ เกมการเมืองเริ่มชัดแล้ว
ไม่ใช่แค่คดีความระหว่างสองบริษัทอีกต่อไป เมื่อรัฐบาลกลางตัดสินใจเลือกข้างแล้ว และนี่คือสัญญาณที่วงการเทคฯ ไม่ควรเมิน
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าถามว่าคดีนี้ใครชนะใครแพ้ อาจจะตอบผิดคำถาม เพราะสิ่งที่ใหญ่กว่าคือทิศทางนโยบาย AI ของประเทศกำลังถูกปูทางผ่านศาล
เรื่องนี้มันไม่ได้ง่ายๆ แค่ "บริษัทหนึ่งฟ้องอีกบริษัทหนึ่ง" อีกต่อไปแล้ว เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจยื่นมือเข้ามาในคดีที่ The New York Times ฟ้อง OpenAI ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ และที่สำคัญคือ พวกเขาเลือกข้างอย่างชัดเจน
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม 2023 NYT ยื่นฟ้อง OpenAI โดยกล่าวหาว่าแชทบอทชื่อดังฝึกโมเดลด้วยบทความของพวกเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเรียกค่าเสียหายที่ฟังดูแล้วคนธรรมดาอย่างเราต้องกระพริบตาปริบๆ กับคำว่า "หลายพันล้านดอลลาร์" แต่พอเวลาผ่านไปปีกว่าๆ คดีนี้ไม่ได้คืบหน้าแบบเส้นตรง เพราะมีตัวแปรทางการเมืองโผล่เข้ามาในสมการ
รัฐบาลทรัมป์ยื่นคำร้องแบบ amicus brief (หรือที่คนไทยเราเรียกว่า "ผู้ยื่นคำร้องในฐานะมิตรของศาล") เพื่อแจ้งจุดยืนต่อศาลว่าเห็นด้วยกับฝั่ง OpenAI การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ เพราะมันสอดคล้องกับนโยบาย AI ของทรัมป์ที่ประกาศชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าอยากให้อเมริกาครองบังลังก์ AI ของโลก และการปล่อยให้บริษัทเทคฯ โดนฟ้องร้องแบบนี้ มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้การพัฒนา AI ในประเทศชะงักได้
พูดกันตรงๆ ภาษานิติศาสตร์มันอาจจะฟังดูซับซ้อน แต่ภาษาคนมันง่ายกว่านั้นมาก — รัฐบาลกำลังบอกว่าถ้าฝั่ง NYT ชนะคดีนี้ อนาคตของ AI อเมริกันจะเดินหน้าลำบาก และนั่นคือสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ยอมให้เกิดขึ้น
ฟังดูเผินๆ อาจเหมือนเป็นแค่ข่าวในแวดวงกฎหมายเทคฯ ที่คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องสนใจ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้ ChatGPT เป็นประจำ หรือเป็นนักเขียนที่กังวลว่างานตัวเองจะโดน AI ก๊อปปี้ไปใช้ฟรีๆ นี่คือข่าวที่ควรตั้งใจอ่าน เพราะมันเป็นเครื่องชี้วัดว่า "ใครคือคนที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากกว่ากัน" ระหว่างผู้สร้างเนื้อหาเดิม กับบริษัทที่เอาเนื้อหาไปฝึกโมเดล
ที่สำคัญคือ มันส่งสัญญาณไปถึงวงการอื่นๆ ด้วยว่า อเมริกาภายใต้ทรัมป์รอบสองนี้ เลือกที่จะเชียร์ฝั่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบสุดขั้ว แม้จะต้องแลกกับสิทธิ์ของเหล่าครีเอเตอร์และสำนักข่าวแบบดั้งเดิมก็ตาม
ประเด็นนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับว่า OpenAI ทำถูกหรือผิด หรือ NYT สมควรได้เงินชดเชยหรือไม่ แต่มันคือการชี้ชัดว่านโยบายระดับประเทศกำลังจะถูกกำหนดผ่านคำพิพากษา และถ้ารัฐบาลเลือกข้างแบบนี้แล้ว มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้บริษัท AI รายอื่นๆ หายใจได้โล่งขึ้นเยอะ เพราะพวกเขาจะมีรัฐบาลหนุนหลังในการใช้ข้อมูลมหาศาลฝึกโมเดล โดยไม่ต้องกลัวโดนฟ้องจนเจ๊ง
แน่นอนว่านี่คือฝันร้ายของวงการสื่อสารมวลชนแบบดั้งเดิม ที่กำลังสูญเสียทั้งรายได้และอำนาจต่อรองให้กับแพลตฟอร์ม AI อยู่แล้ว และการที่รัฐบาลกลางเลือกเข้าข้างฝั่งตรงข้ามแบบนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าอนาคตของพวกเขาจะไม่ง่ายขึ้นเลย
สำหรับคนไทยที่มองจากภายนอก เรื่องนี้อาจดูไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมันคือบทเรียนสำคัญว่า การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์กับกฎหมายลิขสิทธิ์จะลงเอยกันยังไงในระดับโลก และทุกประเทศรวมถึงบ้านเราจะต้องเจอคำถามแบบเดียวกันนี้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
ฟันธงตรงนี้เลยว่า คดีนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่าง NYT กับ OpenAI อีกต่อไป แต่มันคือการชี้ขาดว่า อเมริกาจะวางตัวระหว่าง "การคุ้มครองเนื้อหาเดิม" กับ "การเร่งพัฒนานวัตกรรม" ยังไง และถ้ารัฐบาลเลือกแบบนี้ ผลที่ตามมาคือ สิทธิ์ของคนเขียน คนทำสื่อ จะถูกลดทอนลงไปอีกขั้น เพื่อแลกกับความเร็วในการพัฒนา AI ที่รัฐบาลอยากได้
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...