TechPowerUp 40 วันที่แล้ว general AI Generated

Chinese Chipmaker SMIC Expands Market Share with $3 Billion Quarterly Revenue

TechPowerUp 11 Sep 2026
85
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
1 13m



เจาะประเด็น
CHIPS


SMIC ขึ้นแท่นอันดับ 3 โลก รายได้ทะลุ 3 พันล้านดอลลาร์ ทั้งที่ยังไม่มี EUV



จีนเดินหน้าผลิตชิปเองแบบไม่รอใคร ตัวเลขล่าสุดบอกว่ากลยุทธ์นี้กำลังได้ผล แม้กำแพงเทคโนโลยีจะสูงแค่ไหนก็ตาม




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



คำถามไม่ใช่ "SMIC โตได้ไหม" อีกต่อไป แต่คือ "ถ้าเขาไปถึง EUV ได้เมื่อไหร่ เกมนี้จะพลิกขนาดไหน"




ถ้าคุณยังคิดว่า SMIC เป็นแค่ผู้ผลิตชิปจีนที่ตามหลังเจ้าอื่นอยู่ไกล ตัวเลขล่าสุดอาจทำให้ต้องคิดใหม่ รายงานจาก TrendForce ระบุว่า SMIC ไต่ขึ้นเป็นผู้ผลิตชิปอันดับ 3 ของโลกแล้ว ด้วยส่วนแบ่งตลาด 5.4% ในไตรมาส 2 ของปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 5.1% ในไตรมาสแรก และที่สำคัญกว่านั้นคือรายได้



ในไตรมาสที่ปิดเมื่อเดือนมิถุนายน SMIC ทำรายได้ราว 3 พันล้านดอลลาร์ โดยมาจากบริษัทในประเทศที่ผลิตซิลิคอนของตัวเองเป็นหลัก ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นจาก 2.2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ของปี 2025 ซึ่งเป็นการเติบโตที่ไม่ได้มาจากการได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มนิดเดียว แต่มาจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นทั้งซัพพลายเชน



เทคโนโลยีที่มี


SMIC ตอนนี้มีโหนดการผลิตที่ทันสมัยที่สุดสองตัวด้วยกัน ตัวแรกคือ N+2 ซึ่งเป็นโหนดระดับ 7 นาโนเมตร ที่ Huawei ใช้ผลิตชิป Ascend ซีรีส์สำหรับ AI แอคเซลเลอเรเตอร์และชิ้นส่วนโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ส่วนตัวที่สองคือ N+3 ซึ่งเป็นโหนดระดับ 5 นาโนเมตรสำหรับลูกค้าทั่วไป



ฟังดูน่าประทับใจใช่ไหม แต่มีจุดที่ต้องเข้าใจให้ถูก — SMIC ผลิตชิปเหล่านี้ด้วยเครื่อง DUV หรือ Deep Ultraviolet ซึ่งเป็นเทคโนโลยีรุ่นก่อน ไม่ใช่ EUV หรือ Extreme Ultraviolet ที่เป็นมาตรฐานสำหรับการผลิตชิประดับ 5 นาโนเมตรขึ้นไปในปัจจุบัน



กำแพงที่ยังข้ามไม่ได้


ตรงนี้แหละคือประเด็นสำคัญ SMIC ยังไม่มีaccessถึงเครื่อง EUV เลย เพราะ ASML บริษัทเนเธอร์แลนด์ที่เป็นผู้ผลิตเครื่อง EUV รายเดียวในโลกที่ผลิตได้ในระดับอุตสาหกรรม ถูกจำกัดการส่งออกเครื่องจักรเหล่านี้ไปยังจีน



การที่ SMIC ยังทำชิป 7 นาโนเมตรและ 5 นาโนเมตรได้ด้วยเครื่อง DUV จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา มันคือการฝืนข้อจำกัดทางฟิสิกส์ด้วยเทคนิคที่ซับซ้อนกว่า แพงกว่า และให้ yield ที่ต่ำกว่าการใช้ EUV โดยธรรมชาติ ซึ่งนั่นหมายความว่าต้นทุนต่อชิปของ SMIC สูงกว่าคู่แข่งอย่าง TSMC หรือ Samsung อย่างมีนัยสำคัญ



แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้น 3 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวก็บอกอะไรบางอย่างได้เหมือนกัน นั่นคือลูกค้าในจีนยอมจ่ายในราคานั้น เพราะความต้องการชิปในประเทศที่ผลิตเองนั้นมีมากพอที่จะรองรับต้นทุนที่สูงกว่า และการที่ Huawei ใช้ N+2 ผลิตชิป Ascend สำหรับ AI ก็สะท้อนว่าความต้องการ AI ในจีนไม่รอใครเหมือนกัน



“
This indicates that overall capacity has increased across the supply chain.


ประเด็นที่น่าสนใจกว่าตัวเลขรายได้คือคำถามเรื่องกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นทั้งซัพพลายเชน ถ้า SMIC ผลิตได้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเครื่อง DUV นั่นหมายความว่าจีนกำลังสร้างระบบนิเวศการผลิตชิปที่พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังตามหลังในด้านเทคโนโลยีการผลิตก็ตาม



และถ้าวันหนึ่งที่จีนสามารถพัฒนาเครื่อง EUV ของตัวเองได้ หรือหาช่องทางเข้าถึงเทคโนโลยีนั้นได้ กำแพงที่กั้นอยู่ตอนนี้อาจกลายเป็นเรื่องเล็กไปทันที นั่นคือสิ่งที่ฝั่งตะวันตกกังวลมาตลอด และตัวเลขไตรมาสนี้ก็ยิ่งตอกย้ำว่าความกังวลนั้นมีเหตุผล



💡

SMIC พิสูจน์แล้วว่าการถูกตัดสิทธิ์เข้าถึง EUV ไม่ได้หยุดจีนไว้ได้ แต่มันทำให้จีนต้องเดินช้ากว่าและแพงกว่าคู่แข่งเท่านั้น คำถามจริงๆ คือช้ากว่าแค่ไหน และตะวันตกจะรักษาช่องว่างนี้ไว้ได้นานพอหรือเปล่า



ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ


#SMIC #Semiconductor #ChinaTech

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 3

กำลังโหลดความคิดเห็น...