เจาะประเด็น
AI / Ethics
บริษัทโฆษณาว่างานวิจัยแพทย์ "เขียนโดยมนุษย์ 100%" โดนจับได้ว่า... AI เขียนทั้งนั้นแหละ
โฆษณาเกินจริงจนมุมกลับ กลายเป็นเรื่องตลกที่ชวนคิดว่า วงการวิชาการกำลังเดินไปทางไหนกันแน่
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เรื่องนี้มันช่างน่าขันสุดๆ บริษัทแห่งหนึ่งโฆษณาตัวเองเสียงดังฟังชัดว่าให้บริการ "งานเขียนทางการแพทย์ที่เขียนโดยมนุษย์ 100% ไม่มี AI เกี่ยวข้องแม้แต่นิดเดียว" แต่พอมีคนลองเอาผลงานไปสแกนดูเท่านั้นแหละ... ปรากฏว่ามันคือ AI เขียนล้วนๆ เกือบทั้งชิ้น ใครจะไปคิดล่ะว่าคนที่ขาย "ความบริสุทธิ์" จะโดนจับได้ว่าตัวเองสกปรกที่สุดในห้อง
เรื่องนี้มาจากรายงานของ 404 Media ซึ่งไปสืบเจอว่า บริษัทที่ให้บริการตรวจทานบทความวิจัยทางการแพทย์ (peer review) รายหนึ่ง ใช้ข้อความโฆษณาว่างานทุกชิ้นของพวกเขา "เขียนโดยมนุษย์ 100% และไม่เคยใช้ AI" ฟังดูดีใช่มั้ย? เหมือนเป็นโอเอซิสกลางทะเลทรายที่เต็มไปด้วยบทความสังเคราะห์จาก ChatGPT แต่พอ 404 Media เอาข้อความโฆษณานั้นแหละไปเข้าตรวจสอบกับเครื่องมือตรวจจับ AI หลายตัว ผลออกมาว่า ข้อความโฆษณาที่บอกว่า "ไม่ใช้ AI" นั้นเอง มีความน่าจะเป็นสูงมากว่าโดน AI เขียนขึ้นมา
ถามว่าตลกตรงไหน? ตลกตรงที่มันไม่ใช่เรื่องตลกอีกต่อไปแล้วครับ สถานการณ์แบบนี้กำลังกลายเป็นเรื่องปกติในวงการวิชาการ และมันน่ากลัวกว่าที่คิด เพราะถ้าบริษัทที่ตั้งหน้าตั้งตาขายภาพลักษณ์ "มนุษย์แท้" ยังใช้ AI เขียนงานตัวเองได้ขนาดนี้ แล้วบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้โฆษณาแรงขนาดนั้นจะใช้ AI กันขนาดไหน? คำตอบคือ... ใช้กันเป็นโกดังสินค้าแน่นอน
ย้อนกลับไปที่ต้นเรื่อง 404 Media เจอบริษัทนี้ผ่านเว็บไซต์ที่โฆษณาตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิ พวกเขาเสนอขายบริการ "human written, never AI" สำหรับงานเขียนทางการแพทย์ รวมถึงการรีวิวบทความวิจัย ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูงมาก ใครจะไปคิดว่าเครื่องมือ AI ทั่วไปจะทำได้? แต่พอตรวจสอบจริงๆ กลับพบว่า ข้อความโปรโมตเว็บไซต์ของพวกเขาเองนี่แหละ ที่มีความเสี่ยงสูงมากว่าจะไม่ได้มาจากมนุษย์
ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่า "บริษัทนี้ใช้ AI หรือเปล่า" เพราะตอนนี้เกือบทุกคนใช้ AI กันหมดแล้ว แต่มันอยู่ที่ว่า พวกเขากล้าที่จะโกหกขนาดนั้น ทั้งที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ และที่แย่ไปกว่านั้นคือ พวกเขาขายบริการที่เกี่ยวกับ "ความน่าเชื่อถือของงานวิจัยทางการแพทย์" ซึ่งถ้าพลาดพลั้งขึ้นมา มันไม่ใช่แค่เสียเงิน แต่คือเรื่องชีวิตคนเลยนะครับ
เรื่องนี้สะเทือนไปถึงรากฐานของวงการวิชาการเลยล่ะครับ เพราะถ้าระบบตรวจทาน (peer review) ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายในการกรองงานวิจัยคุณภาพ ยังใช้ AI มาทำแทนมนุษย์แบบเงียบๆ แล้วเราจะไว้ใจอะไรได้อีก? มันเหมือนกับให้แมวเป็นคนเฝ้าปลาทอด งานเขียนที่ว่าตรวจมาแล้ว ก็อาจจะไม่ได้ผ่านการตรวจอะไรเลยนอกจากผ่านตาคนที่รีบๆ จ้างงานมาทำ
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ปัญหานี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทเดียว แต่มันคือภาพสะท้อนของวัฒนธรรมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก คือทุกคนรีบร้อน แย่งกันส่งงาน ตัดมุมทุกอย่างเพื่อให้ทันเดดไลน์ ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นงานคุณภาพต่ำที่อัดแน่นไปด้วย AI ซึ่งถ้าปล่อยไว้แบบนี้ วงการวิจัยจะเต็มไปด้วยขยะที่อ่านแล้วไม่รู้เรื่อง และงานที่ดีจริงๆ จะถูกกลบหายไปในกองขยะนั้น
สำหรับผมแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวตลกๆ ของบริษัทโง่ๆ ที่พลาดท่าโดนจับได้ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นดังมากๆ ว่า ตอนนี้เราไม่สามารถแยกแยะได้แล้วว่า งานชิ้นไหนมาจากมนุษย์ งานชิ้นไหนมาจากเครื่องจักร และถ้าเราไม่รีบตั้งคำถามกับเรื่องนี้ตอนนี้ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า วงการวิชาการจะกลายเป็นเพียงแค่ "โรงงานผลิตข้อความ" ที่ไม่มีใครรู้ว่าความจริงอยู่ที่ไหน
ฟังชัดๆ นะครับ โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี และไม่มีใครที่ "บริสุทธิ์" ขนาดนั้น บริษัทที่โฆษณาว่าตัวเองไม่แตะ AI เลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งน่าสงสัยกว่าใครเพื่อน เพราะในยุคที่ทุกคนใช้ AI กันเป็นเรื่องปกติ การอ้างว่า "ไม่ใช้เลย" อาจจะเป็นเรื่องโกหกที่ฟังดูดีที่สุดในตอนนี้ก็ได้
ที่มา: Hacker News — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...